กก.หมู่บ้านรักษาศีล 5 ลงพื้นที่ "เกาะช้าง" ขณะที่ "ผู้ว่าฯ ตราด" ย้ำศีล 5 ทำให้สังคมปกติสุข ประชาชนสุขกาย สบายใจ
วันที่ 4 กันยายน 2569 มีรายงานว่า ที่วัดคลองพร้าว อ.เกาะช้าง จ.ตราด พระธรรมวชิรสุนทร รก.ประธานกรรมการบริหารกลาง พร้อมด้วย พระเทพสมุทรวัชราจารย์ ประธานกรรมการหมู่บ้านรักษาศีล 5 หนกลาง คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประเมินผลหมู่บ้านรักษาศีล 5 ต้นแบบ โดยมี พระราชวชิรธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดตราด นายพิริยะ ฉันทดิลก ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นายพิศูจน์ รัตนวงศ์ สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดตราด หัวหน้าส่วนราชการจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น กำนันผู้ใหญ่บ้าน คณะครูนักเรียน และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ร่วมถวายการต้อนรับ
นายพิริยะ ฉันทดิลก ได้กล่าวต้อนรับตอนหนึ่งว่า จังหวัดตราด มีจำนวน 7 อำเภอ 38 ตำบล 261 หมู่บ้าน องค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่งเทศบาลเมือง 1 แห่งเทศบาลตำบล 14 ตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบล 28 แห่ง มีวัดจำนวน 151 วัด จังหวัดตราด มีเกาะมากมายตามคำขวัญประจำจังหวัดตราดว่า “เมืองเกาะครึ่งร้อย พลอยแดงค่าล้ำ ระกำแสนหวาน หลังอานหมาดี ยุทธนาวีเกาะช้าง สุดทางบูรพา
การขับเคลื่อนโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของจังหวัดตราดนั้น จังหวัดตราดได้ขับเคลื่อนโครงการฯ ร่วมกับคณะสงฆ์ในจังหวัดทั้งฝ่ายมหานิกาย และฝ่ายธรรมยุต เพื่อบูรณาการโครงการร่วมกันระหว่างวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน อำเภอทุกอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โรงเรียน และทุกภาคส่วน ในการส่งเสริมวัดให้เป็นที่สัปปายะ เป็นแหล่งเรียนรู้ทางพระพุทธศาสนา เป็นการส่งเสริมให้คนตราดรักษาสุขภาพกายและสุขภาพจิต
ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ ปัญหาการเบียดเบียนชีวิตตนเองและผู้อื่น และส่งเสริมวัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงพระพุทธศาสนา ด้วยการน้อมนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตอย่าง มีสติบนวิถีของความพอเพียง สร้างความมั่นคงทางจิตใจและสังคม ด้วยการสร้างภูมิคุ้มกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิต โรคซึมเศร้า การฆ่าตัวตาย และปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
ด้วยการนำหลักพุทธศาสนาดังกล่าว ทำให้คนตราดมีความสุขกายสุขใจ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยร่วมกันขับเคลื่อนโครงการฯ อย่างต่อเนื่องตลอดมา และกิจกรรมรวมพลังสร้างสัปปายะสู่วัดด้วยวิถี 5 ส. โดยการสร้างสิ่งแวดล้อม หรือสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ที่เกื้อกูลต่อการอยู่อาศัย เกื้อกูลต่อการปฏิบัติธรรม และการทำความดี การนำหลัก 5 ส. อันได้แก่ สะอาดยิ่ง สะดวกดี สะสางให้เสร็จ สุขลักษณะ และสร้างนิสัย มาปรับใช้ในการพัฒนาวัด เป็นการสร้างกายสัปปายะ และเสนาสนะสัปปายะ ให้เกิดขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมสัมมาชีพตามหลักเบญจธรรม เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ของคนในชุมชน โดยร่วมกับตำบลต่างๆ ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอเกาะช้าง ซึ่งวันนี้ก็ได้มีการจัดนิทรรศการตามแนวคิดหลักการหมู่บ้านรักษาศีล 5 นิทรรศการชุมชน บ้านคลองพร้าวให้ทุกท่านได้ชมด้วย
สำหรับวัดคลองพร้าว ก่อตั้งเป็นที่พักสงฆ์โดย พระครูนิเทศน์ธรรมยาน เจ้าคณะอำเภอเกาะช้างเมื่อปี 2522 โดยมี พระสมบูรณ์ อินฺทวณฺโณ เป็นหัวหน้าที่พักสงฆ์ และประกาศเป็นวัดเมื่อปี 2552 ปัจจุบันมีพระปลัดศักดา ฐิตธมฺโม เป็นเจ้าอาวาส
ต่อมา พระครูมุนินท์จริยานุรักษ์ รองเจ้าคณะจังหวัดตราด เจ้าอาวาสวัดแหลมมะขาม อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ได้นำพาพระธรรมวชิรสุนทร พร้อมคณะได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมชม วัดวัชคามคชทวีป หรือ ที่ตั้งอยู่บนเกาะช้าง กำลังสร้างอุโบสถใหม่แทนหลังเก่าโดยมี นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ เป็นประธานอุปถัมภ์การสร้าง
พระครูมุนินท์จริยานุรักษ์ ได้เผยว่า อุโบสถหลังเก่าวัดวัชคามคชทวีปเวลาฝนตกหนักจะประสบกับปัญหาน้ำท่วม ประมาณ 3 ปีที่แล้วได้ไปร่วมงานเปิดอาคารสนอง ผ่องพรรณ์ จุลเจริญ ที่ รพ.แหลมงอบ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ที่ปลัดเก่งท่านสร้างอุทิศให้มารดาของท่าน จึงแจ้งท่านไปว่าอุโบสถที่วัดที่อาตมารักษาการอยู่ประสบกับปัญหาน้ำท่วม และอุโบสถหลังนี้เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ตามพระราชหัตถเลขาได้บันทึกไว้ว่าปี 2447 เช้ามืดออกเรือมาทอดที่เกาะช้าง กลางวันขึ้นอาบน้ำพักอยู่บนที่น้ำตก จนเวลาเย็นกลับมาลงเรือนอนที่เกาะช้างคืนหนึ่ง
พระครูมุนินท์จริยานุรักษ์ หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวเท่าที่ฟังผู้ใหญ่ในท้องถิ่นเล่าสืบทอดกันมาว่า หลังจากนั้นพระองค์ก็ไม่ได้มาสร้างอุโบสถปรากฏเพียงรอยพระบาทที่ชาวบ้านนำก้อนอิฐมาปิดไว้เท่านั้น การสร้างอุโบสถหลังใหม่ของนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ และดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ก็เสมือนมาสนองพระราชปณิธานขององค์รัชกาลที่ 5 ที่มีพระประสงค์จะสร้างอุโบสถ ปัจจุบันอุโบสถกำลังก่อสร้างอยู่ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ในวันที่ 10 ตุลาคม 2569 นี้จะประกอบพิธีหล่อและสมโภชพระประธานประจำอุโบสถที่ครอบครัวปลัดเก่งสร้างถวายเป็นลำดับสืบต่อไป.