มรสุมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส "กุ้งแชบ๊วย" ทะลักอ่าววังแก้ว จ.ระยอง ชาวประมงพากันออกเรือ วางอวนดักไปขาย กิโลกรัมละ 250-280 บาท โกยรายได้หลายหมื่นบาทต่อวัน
วันที่ 2 กันยายน 2569 นายอานนท์ วงศ์แย้ม นายอำเภอแกลง พร้อมด้วยนายชาญชัย ศรีประสิทธิ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ลงพื้นที่ติดตามวิถีชีวิตกลุ่มชาวประมงเรือเล็กวังแก้ว ขณะออกเรือวางอวนจับกุ้งแชบ๊วยบริเวณอ่าววังแก้ว ซึ่งเป็นช่วงฤดูฝนและมรสุม ตั้งแต่ประมาณปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายนของทุกปี
ชาวประมงเปิดเผยว่า ช่วงดังกล่าวทะเลจะมีคลื่นลมแรง แต่กลับเป็นช่วงที่กุ้งแชบ๊วยเข้ามาหากินในอ่าววังแก้วจำนวนมาก จึงถือเป็นช่วงสำคัญของชาวประมงเรือเล็ก โดยจะหยุดวางอวนจับปูเป็นการชั่วคราว แล้วหันมาออกเรือวางอวนจับกุ้งแชบ๊วยแทน วันละประมาณ 2-3 รอบ
กุ้งที่จับได้สามารถนำขึ้นมาจำหน่ายในราคาประมาณกิโลกรัมละ 250-280 บาท ทำให้ชาวประมงบางรายมีรายได้วันละหลายหมื่นบาท สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและหมุนเวียนเข้าสู่ชุมชนประมงในช่วงฤดูกาลดังกล่าว
สำหรับอ่าววังแก้วมีสภาพภูมิประเทศแตกต่างจากพื้นที่ชายฝั่งบางแห่ง เนื่องจากมีภูเขาช่วยบังคลื่นลม ทำให้บริเวณอ่าวมีสภาพเหมาะสมต่อการเข้ามาหากินของสัตว์น้ำ แม้ในช่วงฤดูมรสุม แรงคลื่นและกระแสน้ำในช่วงมรสุมยังมีส่วนทำให้ตะกอนดินเลน รวมถึงซากสัตว์และสิ่งมีชีวิตที่สะสมอยู่บริเวณพื้นทะเลถูกกวนและฟุ้งกระจายขึ้นมา กลายเป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ จึงเป็นปัจจัยที่ดึงดูดกุ้งแชบ๊วยให้เข้ามาหากินบริเวณอ่าว
เมื่อพ้นช่วงฤดูฝนและมรสุม กุ้งแชบ๊วยจะลดจำนวนลง ชาวประมงเรือเล็กวังแก้วก็จะกลับไปวางอวนจับปลาและปูตามปกติ เป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำประมงให้สอดคล้องกับฤดูกาลและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรทางทะเล
วิถีดังกล่าวจึงกลายเป็นวงจรประมงพื้นบ้านที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยฤดูมรสุมไม่ได้มีเพียงคลื่นลมแรงเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วง "ฤดูทอง" ที่สร้างรายได้ให้กับชาวประมงเรือเล็กวังแก้วและกลุ่มประมงในพื้นที่ใกล้เคียงอีกด้วย ซึ่งหลังจับกุ้งได้นำมาปรุงเป็นอาหารกินกัน เช่น ทำกุ้งแช่น้ำปลา กุ้งเผา ต้มยำ ทอดกระเทียม กุ้งพล่า และเมนูอีกมากมาย จากวัตถุดิบในทะเล