ชายวัย 38 ถูกช้างป่าทำร้ายดับคาสวนยาง จ.ชลบุรี ภรรยาสุดเศร้าเล่านาทีเกิดเหตุ สามียอมวิ่งเปลี่ยนเส้นทาง ล่อช้างให้ออกห่างตนเองจนปลอดภัย ก่อนพบร่างสามีเสียชีวิต
เมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2569 ร.ต.อ.หญิงบุญทิพย์ จินดา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.บ่อทอง พร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างเหตุ บ้านทุ่งเหียง และเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยานน้ำตกเขาเจ้าบ่อทอง ได้รับแจ้งเหตุชาวบ้านถูกช้างป่าทำร้ายเสียชีวิต ภายในสวนยาง พื้นที่ ต.ธาตุทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี จึงเร่งนำกำลังเข้าตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ
ในที่เกิดเหตุพบศพ นายพิชัย งามแพง อายุ 38 ปี เสียชีวิตอยู่ภายในสวนยาง สภาพร่างได้รับบาดเจ็บรุนแรง มีบาดแผลฉีกขาดหลายแห่ง บริเวณโดยรอบห่างออกไปประมาณ 10 เมตร พบร่องรอยเท้าช้าง เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ และเก็บข้อมูลในที่เกิดเหตุ
จากการสอบถาม นางสาวหนูวัน มณีนวล อายุ 39 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าถึงเหตุการณ์ด้วยความตกใจว่า ก่อนเกิดเหตุ เธอกับสามีเดินทางมาทำงานกรีดยางตามปกติ เมื่อมาถึงได้นั่งพักรับประทานอาหารอยู่บนรถพ่วงข้าง หลังสามีรับประทานอาหารเสร็จ จึงลงไปกรีดยางก่อน ส่วนตนยังอยู่บริเวณรถผ่านไปเพียงไม่นาน ตนได้ยินเสียงสามีร้องขึ้น พร้อมกับเสียงคล้ายกิ่งไม้หักดังมาจากในสวน ก่อนจะเห็นสามีวิ่งออกมาทางที่ตนอยู่ โดยมีช้างป่าวิ่งไล่ตามมา
ขณะที่สามีกำลังวิ่งมาทางตน คาดว่าสามีน่าจะเห็นว่า หากยังวิ่งตรงเข้ามา ช้างป่าอาจตามมาทำร้ายตนด้วย จึงตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางวิ่งไปอีกทาง คล้ายพยายามล่อให้ช้างวิ่งตามตัวเองออกห่างจากภรรยา ระหว่างนั้นตนมองเห็นช้างป่า จึงพยายามส่งเสียงร้องไล่ แต่ช้างกลับหันและวิ่งเข้ามาหา ทำให้ต้องรีบวิ่งหนีเอาชีวิตรอด พร้อมตะโกนเรียกคนงานกรีดยางที่อยู่บริเวณใกล้เคียงให้เข้ามาช่วย
เมื่อเพื่อนคนงานได้ยินเสียงร้อง จึงรีบเข้ามาช่วยพาตนออกจากบริเวณดังกล่าวไปยังจุดปลอดภัย หลังตั้งสติได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ให้เข้ามาตรวจสอบ กระทั่งต่อมาพบว่านายพิชัย สามีถูกช้างป่าทำร้ายจนเสียชีวิต อยู่ภายในสวนยาง สร้างความโศกเศร้าให้กับภรรยา และผู้ที่ทราบเหตุเป็นอย่างมาก
ด้าน นางสาวมณีรัตน์ ตรีวัฒนานนท์ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อุทยานน้ำตกเขาเจ้าบ่อทอง เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ช่วงเย็น เจ้าหน้าที่ได้ใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนตรวจจับความร้อน เพื่อตรวจสอบหาช้างป่าในพื้นที่ แต่ขณะนั้นไม่พบตัว จึงย้ายกำลังไปประจำการเฝ้าระวังช้างป่าในพื้นที่ ต.ห้างสูง อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี
ต่อมาทราบข้อมูลว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ของคืนที่ผ่านมา มีชาวบ้านพบช้างป่าตัวดังกล่าวเดินอยู่ในพื้นที่ แต่ไม่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาดำเนินการผลักดันช้างออกจากบริเวณ กระทั่งช่วงเช้ามืดเกิดเหตุสลดขึ้น จึงมีการประสานเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้ระดมกำลังตรวจสอบบริเวณโดยรอบอีกครั้ง แต่ยังไม่พบตัวช้างป่าที่ก่อเหตุ จึงต้องเพิ่มความระมัดระวัง และเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว เพื่อป้องกันไม่ให้ช้างเข้าใกล้พื้นที่ชุมชนและทำอันตรายประชาชนซ้ำอีก.