ศุลกากรแหลมฉบัง ผนึกกำลัง ตำรวจ-ปปส.-กรมการปกครอง-สาธารณสุข เปิดตู้คอนเทนเนอร์สินค้าส่งออกต้องสงสัย พบเป็นช่อดอกกัญชา ผงกระท่อม แกะรอยหาตัวผู้กระทำผิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 บริเวณเขตท่าเรือแหลมฉบัง ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง นางสาวขวัญเรือน ศรีจันทร์ ปลัดจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก สำนักงานสาธารณสุขอำเภอศรีราชา และสถานีตำรวจภูธรแหลมฉบัง ร่วมดำเนินการเปิดตรวจตู้สินค้าส่งออกต้องสงสัย จำนวน 2 ตู้คอนเทนเนอร์
หลังได้รับข้อมูลข่าวสารและวิเคราะห์ความเสี่ยงว่ามีความเป็นไปได้ในการสำแดงสินค้าเป็นสินค้าอื่น เพื่ออำพรางการส่งออก ช่อดอกกัญชา ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อีกทั้งยังร่วมดำเนินการเปิดตรวจตู้สินค้านำเข้าจำนวน 1 ตู้คอนเทนเนอร์ ต้องสงสัยเป็น ผงกระท่อม ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมที่ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เช่นกัน
โดยตู้ที่ 1 สำแดงสินค้าเป็นถุงมือยาง ปลายทางประเทศตุรกี จำนวน 15 พาเลท น้ำหนักสินค้าประมาณ 18,000 กิโลกรัม ซึ่งภายในตรวจพบ ช่อดอกกัญชา 3 พาเลท น้ำหนักสุทธิ 350 กิโลกรัม 175 หีบห่อ มูลค่า 3,500,000 บาท
...
ส่วนตู้ที่ 2 สำแดงสินค้าเป็นปลอกหมอนและเส้นใยโพลีเอสเตอร์ ปลายทาง ประเทศเนเธอร์แลนด์ จำนวน 157 หีบห่อ, น้ำหนักสินค้า 9,002.5 กิโลกรัม ตรวจพบ ช่อดอกกัญชา น้ำหนักสุทธิ 1,160 กิโลกรัม 1,160 หีบห่อ มูลค่า 11,600,000 บาท
และตู้สุดท้ายที่ทางเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบโดยเอกสารระบุสินค้าเป็นผงกระท่อม (MITRAGYNA SPECIOSA) ต้นทางจาก ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 1,120 หีบห่อ น้ำหนักสินค้าประมาณ 27,000 กิโลกรัม ตรวจพบความผิด ไม่มีใบอนุญาตนำเข้า มูลค่า 2,700,000 บาท
ต่อมา นายภาณุ ลิ้มวงศ์ยุติ กล่าวว่า ภายหลังจากที่มีการเปิดตู้สินค้าต้องสงสัย จนนำไปสู่กระบวนการตรวจยึดช่อดอกกัญชาและผงกระท่อม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ศุลกากร ท่าเรือแหลมฉบัง ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อติดตามและแกะรอยผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด เพื่อนำไปสู่การจับกุมตัวผู้กระทำความผิด ส่วนของกลางขณะนี้ตรวจยึดอยู่ในพื้นที่เก็บของกลางในเขตท่าเรือแหลมฉบัง โดยตามกระบวนการแล้วจะต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบ หากพบว่าใช้งานได้ก็จะนำส่งต่อให้กับแพทย์แผนไทย เพื่อใช้ในทางการแพทย์รักษาผู้ป่วยต่อไป แต่หากตรวจพบแล้วพบว่าขึ้นราหรือมีความเสียหายไม่สามารถใช้งานได้ ก็จะนำไปสู่กระบวนการเผาทำลายตามกฎหมายต่อไป