บรรยากาศเปิดรับสมัคร "เลือกตั้งนายกเมืองพัทยา" คึกคัก ว่าที่ผู้สมัครทยอยเข้าสักการะพระเจ้าตากสินฯ เอาฤกษ์เอาชัย ก่อนลงสนามชิงเก้าอี้บริหารเมืองพัทยา
วันนี้ (28 พ.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการรับสมัครรับเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี บริเวณศาลาว่าการเมืองพัทยา เป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่เวลา 06.59 น. ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา พร้อมทีมผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยาทั้ง 4 เขต ต่างเดินทางเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองพัทยาและขอพรพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้าสู่กระบวนการรับสมัครอย่างเป็นทางการ
ส่วนศึกเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาในครั้งนี้ เป็นที่ยืนยันแล้วว่า มีผู้ลงสมัครชิงเก้าอี้นายกเมืองพัทยาทั้งหมด 3 ทีม ประกอบด้วย 1.แชมป์เก่า “กลุ่มเรารักพัทยา” 2. ตัวแทนจากพรรคประชาชน และ 3. กลุ่มพัทยา 2030 พร้อมทั้งส่งลูกทีม ชิงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองพัทยา ครบทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง
โดยคนแรกที่เดินทางมาถึงสถานที่รับสมัคร คือ นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร จาก พรรคประชาชน ภายใต้สโลแกน พัทยาเพื่อทุกคน ซึ่งเดินทางมาพร้อมกับพี่ชาย นายสินไชย วัฒนศาสตร์สาธร อดีตผู้สมัครนายกเมืองพัทยา เมื่อปี 2565
...
ส่วนคนที่ 2 คือ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ หัวหน้ากลุ่มเรารักพัทยา ภายใต้สโลแกน “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” นำว่าที่ผู้สมัครสมาชิกเมืองพัทยา เดินทางมาด้วยรถสองแถวไฟฟ้า
และ คนสุดท้าย ตามมาด้วย นายศักดิชัย แตงฮ่อ ทีมพัทยา 2030 ภายใต้สโลแกน “นายก 24 ชั่วโมง”
สำหรับบรรยากาศช่วงเช้าก่อนยื่นใบสมัครเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกบริเวณสถานที่รับสมัครอย่างเข้มงวด
ด้านนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา กลุ่มเรารักพัทยา เปิดวิสัยทัศน์ “Better Pattaya เมืองท่องเที่ยวระดับโลก คุณภาพชีวิตระดับสากล” ชูนโยบายต่อยอดโครงการตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พร้อมขับเคลื่อน 3 เป้าหมายหลัก 33 นโยบาย ครอบคลุมเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และการบริหารจัดการเมือง
ซึ่งที่ผ่านมาเมืองพัทยามีหลายโครงการที่ดำเนินการสำเร็จแล้ว และอีกหลายโครงการอยู่ระหว่างดำเนินการใกล้แล้วเสร็จ จึงต้องการกลับมาสานต่อแนวทาง “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” โดยเฉพาะการยกระดับพัทยาให้เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
สำหรับนโยบายหลักแบ่งเป็น 3 เป้าหมาย ได้แก่ 1. ด้านเศรษฐกิจ มุ่งสร้างรายได้ ทำให้พัทยาเป็นเมืองเทศกาลและเมืองจัดประชุมสัมมนา 2. ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เน้นคุณภาพชีวิต การศึกษา เด็ก เยาวชน และการจัดการสิ่งแวดล้อม และ 3. ด้านเทคโนโลยีและการบริหารจัดการเมือง ผลักดันพัทยาสู่ Smart City อย่างเป็นรูปธรรม
...
ด้านสิ่งแวดล้อม เมืองพัทยามีปริมาณขยะสูงมากกว่า 600 ตันต่อวัน จึงจำเป็นต้องเร่งเดินหน้าโครงการเตาเผาขยะแห่งที่ 2 ในพื้นที่เมืองพัทยา หลังจากเตาเผาขยะบนเกาะล้านดำเนินการแล้วเสร็จ พร้อมทั้งเพิ่มศักยภาพระบบบำบัดน้ำเสียจาก 65,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็น 150,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน
ส่วนปัญหาน้ำท่วม เมืองพัทยาได้ดำเนินการแก้ไขมาอย่างต่อเนื่อง จากเดิมมีจุดน้ำท่วม 24 จุด เหลือ 9 จุด และมีเพียง 3 จุดที่ยังเป็นพื้นที่ท่วมซ้ำซาก โดยเตรียมนำระบบ Water Crisis Center มาใช้ตรวจวัดและประเมินปริมาณน้ำในท่อ พร้อมติดตั้งกล้องตรวจสอบระบบระบายน้ำ และป้ายแจ้งเตือนดิจิทัล เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ฝนตกและน้ำรอระบายอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาเมืองด้านกีฬา โดยเฉพาะโครงการสนามฟุตบอลที่ล่าช้า ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอีกประมาณ 8 เดือนจึงแล้วเสร็จ รวมถึงการวางฐานพัฒนาสนามกีฬาอินดอร์ สนามวอลเลย์บอล และสนามซ้อม เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมกีฬาระดับนานาชาติ
ด้านคุณภาพชีวิต จะส่งเสริมการศึกษา เด็ก เยาวชน และครอบครัว เพิ่มโอกาสด้านการเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อมพัฒนา “ศูนย์สร้างสุข” ให้เป็นพื้นที่กิจกรรมสำหรับคนทุกวัย ใช้เวลาว่างร่วมกัน และพัฒนาศักยภาพตนเองอย่างต่อเนื่อง
...
นายปรเมศวร์ ยังกล่าวถึงแนวทาง Smart City ว่า เมืองพัทยาจะเดินหน้าติดตั้งและเชื่อมโยงกล้องวงจรปิดทั่วเมืองกว่า 600 ตัว เข้ากับระบบ AI เพื่อช่วยดูแลความปลอดภัย ตรวจจับเหตุอาชญากรรม วางแผนจราจร และประเมินปัญหาน้ำรอระบาย พร้อมพัฒนา Digital Twin สำหรับส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยว การจัดประชุม และการนำเสนอศักยภาพโรงแรมหรือสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองพัทยาแก่ตลาดต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน เมืองพัทยายังมีแผนปรับปรุงถนนหลายเส้นทาง หลังจากที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากงานวางระบบไฟฟ้าลงดิน งานประปา และงานแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างปรับปรุงถนนเลียบทางรถไฟ และมีแผนพัฒนาถนนสายสำคัญ เช่น ถนนหน้ารพ.กรุงเทพพัทยา ถนนพัทยาสาย 2 และถนนจอมเทียน เพื่อให้ถนนดี ไฟฟ้าสว่าง และเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว
นายปรเมศวร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า กลยุทธ์การหาเสียงจากนี้ คือการสื่อสารให้ประชาชนเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมาได้ทำอะไรไปแล้ว โครงการใดสำเร็จและเกิดผลอย่างไร พร้อมนำเสนอนโยบายใหม่ภายใต้แนวคิด “ทำจริง ทำแล้ว ทำต่อ” เพื่อสร้างรายได้ ยกระดับเมือง และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนเมืองพัทยาอย่างต่อเนื่อง
...
ด้าน นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร ว่าที่ผู้สมัครนายกเมืองพัทยา เปิดเผยว่า เดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงทั่วเมืองพัทยา พร้อมเปิด 37 นโยบาย ภายใต้แนวคิด “พัทยาเพื่อทุกคน” หลังใช้เวลากว่า 6 เดือน รับฟังปัญหาจากประชาชนทั้ง 4 เขต เพื่อนำมาพัฒนาเป็นนโยบายตอบโจทย์ทุกกลุ่มอาชีพ โดยชูนโยบายเด่น ทั้งศูนย์เด็กเล็ก 24 ชั่วโมง รองรับแรงงานกลางคืน การแก้ปัญหาการศึกษา และผลักดันน้ำประปาราคาเท่าเทียมสำหรับชาวเกาะล้าน ซึ่งระหว่างลงพื้นที่หาเสียง ขณะนี้ทีมงานได้เตรียมความพร้อมในการลงพื้นที่พบประชาชนทั่วเมืองพัทยา ทั้งพัทยาใต้ พัทยากลาง และนาเกลือ เพื่อสื่อสารแนวนโยบายและรับฟังปัญหาจากประชาชนโดยตรง
ตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ผ่านมา ตนเองพร้อมทีมว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อรวบรวมปัญหาและความต้องการของประชาชน ก่อนพัฒนาออกมาเป็น “37 นโยบาย พัทยาเพื่อทุกคน” ที่มุ่งแก้ไขปัญหาในทุกมิติ หนึ่งในนโยบายสำคัญ คือ การจัดตั้ง “ศูนย์เด็กเล็ก 24 ชั่วโมง” เพื่อรองรับบุตรหลานของผู้ปกครองที่ทำงานช่วงกลางคืน เช่น พนักงานโรงแรม พนักงานสถานบันเทิง และแรงงานภาคบริการ ซึ่งถือเป็นกลุ่มแรงงานสำคัญของเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยา
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายด้านการศึกษา โดยเฉพาะการแก้ปัญหานักเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แต่ขาดโอกาสเรียนต่อระดับมัธยมปลาย ซึ่งทีมงานมีแนวทางผลักดันการขยายโอกาสทางการศึกษาเพิ่มเติมในพื้นที่
ส่วนด้านสาธารณูปโภค นายอิทธิวัฒน์ ระบุว่า ต้องการผลักดัน “น้ำประปาเท่าเทียม” ให้ประชาชนทุกพื้นที่ได้รับบริการในมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะพื้นที่เกาะล้าน ซึ่งปัจจุบันประชาชนยังใช้น้ำระบบ RO ในราคาสูงถึงหน่วยละประมาณ 70 บาท พร้อมเสนอแนวคิดนำน้ำประปาจากฝั่งเมืองพัทยาส่งไปยังเกาะล้าน เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน
นายอิทธิวัฒน์ ยืนยันว่า ทีมงานไม่มีความกังวลในการลงพื้นที่ทั้ง 4 เขต เนื่องจากได้ทำงานรับฟังปัญหาจากประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อว่านโยบายทั้งหมดจะตอบโจทย์การพัฒนาเมืองพัทยาในอนาคตได้อย่างครอบคลุม
ส่วนนายศักดิชัย แตงฮ่อ ทีมพัทยา 2030 เปิดเผยว่า นโยบายหลัก คือปราบโกง คอร์รัปชัน จัดการทุนเทา จัดระเบียบเมืองพร้อมเดินหน้าแก้ปัญหาขยะอย่างจริงจัง ปัญหาหลักที่ประชาชนในพื้นที่สะท้อนตรงกัน คือ การทุจริต การเข้ามาของกลุ่มทุนเทา และปัญหาความไม่เป็นระเบียบของเมือง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และคุณภาพชีวิตของคนพัทยาโดยตรง
โดยยืนยันว่า หากได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารเมือง จะเร่งดำเนินการใน 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน, การจัดการปัญหาทุนเทา, และการจัดระเบียบเมืองพัทยา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสะสมของเมืองท่องเที่ยว เตรียมผลักดันแนวทางบริหารจัดการขยะอย่างเป็นระบบ ทั้งการจัดเก็บ การคัดแยก และการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เมืองพัทยาสะอาด เป็นระเบียบ และน่าอยู่อย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้สมัครนายกเมืองพัทยาได้จับเบอร์แล้ว ได้หมายเลขดังนี้
- นายอิทธิวัฒน์ วัฒนศาสตร์สาธร เบอร์ 1
- นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ เบอร์ 2
- นายศักดิชัย แตงฮ่อ เบอร์ 3