3 โรงเรียนเอกชนดังผนึกสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการปฏิวัติห้องเรียนไทย ดันเด็กนักเรียนสู่นวัตกร-พลเมืองโลกด้วย GPAS 5 Steps เปลี่ยนจากจำเก่งเป็นคิดเป็น วิเคราะห์เป็นและสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตัวเอง

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3 โรงเรียนเอกชนชั้นนำในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้แก่ โรงเรียนดาราสมุทรศรีราชา โรงเรียนปรีชานุศาสน์และโรงเรียนประเสริฐสุข ร่วมกับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์เดินหน้าพลิกโฉมห้องเรียนไทยด้วยนวัตกรรม “GPAS 5 Steps” สร้างเด็กไทยให้คิดเป็น ทำเป็น สร้างสรรค์เป็น พร้อมก้าวสู่การเป็นพลเมืองโลกในศตวรรษที่ 21 ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเซ็นเอกสาร แต่คือการประกาศสงครามกับระบบการศึกษาที่เน้นท่องจำและคือสัญญาณสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ห้องเรียนแห่งอนาคต ที่เด็กจะไม่ได้เรียน เพื่อสอบ แต่เรียนเพื่อใช้ชีวิตจริง

นายศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ กล่าวว่า โรงเรียนเอกชนมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เพราะมีความคล่องตัวและมุ่งเน้นคุณภาพอย่างแท้จริง โดยความร่วมมือครั้งนี้ จะนำกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มาเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาทั้งครูและผู้เรียน ซึ่งเราไม่ได้ต้องการเด็กที่จำเก่ง แต่ต้องการเด็กที่คิดเป็น วิเคราะห์เป็นและสร้างนวัตกรรมได้ด้วยตัวเอง

ทั้งนี้ GPAS 5 Steps จะเปลี่ยนห้องเรียนจากพื้นที่แห่งการฟังมาเป็นพื้นที่แห่งการลงมือคิด ลงมือทำและลงมือสร้าง ผ่าน Active Learning การออกแบบการเรียนรู้แบบ Backward Design และการประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ที่มองเห็นศักยภาพผู้เรียนรอบด้าน ไม่ใช่แค่คะแนนสอบ อีกทั้งยังส่งเสริมแนวคิดพหุปัญญา เพื่อให้เด็กค้นพบตัวตน เข้าใจคุณค่าของตนเองและสามารถใช้ศักยภาพสร้างประโยชน์ให้สังคมได้อย่างแท้จริง

...

นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า มุมมองทิศทางและนโยบายการศึกษาขั้นพื้นฐาน การสร้างนิสัยการคิดผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้นั้น ทิศทางการศึกษาไทยยุคใหม่ต้องเปลี่ยนจากการสอน เพื่อจำไปสู่การสร้างนิสัยการคิด สิ่งที่เด็กไทยต้องมีไม่ใช่แค่คำตอบในข้อสอบ แต่คือทักษะการคิดที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต โดย GPAS 5 Steps คือเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยปลูกฝังการสังเกต การคิดวิเคราะห์ การวางแผนและการกำกับตนเอง (Self-Regulating) ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของคนคุณภาพในโลกอนาคต พร้อมผลักดันครูนวัตกรให้เป็นโค้ชที่สามารถพาเด็กสร้างผลงานและนวัตกรรมได้จริง

บาทหลวงลือชัย จันทร์โป๊ ผู้อำนวยการโรงเรียนดาราสมุทรศรีราชา กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยมีนักวิชาการที่สามารถพัฒนากระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะกับบริบทของเด็กไทยได้ด้วยตนเอง เชื่อว่า หากใช้วิธีการเรียนรู้ของคนไทยกับเด็กไทย เด็กจะสามารถคิดเอง ลงมือทำเองและเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตัวเองจนนำไปสู่การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เมื่อเด็กได้คิดเอง ทำเอง เด็กจะไม่รู้สึกว่าตัวเองล้าหลัง แต่จะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและสามารถสร้างสิ่งใหม่ให้โลกได้ ซึ่งบทบาทของครูยุคใหม่จะไม่ใช่เพียงผู้สอน แต่คือโค้ชที่ช่วยให้เด็กกล้าคิด กล้าทำและกล้าแสดงออก จนสามารถพัฒนาเป็นผลงานและนวัตกรรมได้จริง

อย่างไรก็ตาม ความร่วมมือครั้งนี้ จะดำเนินงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี ครอบคลุมการพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาของทั้ง 3 โรงเรียน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงลึกในระดับห้องเรียนอย่างยั่งยืน โดยถูกจับตามองว่าอาจกลายเป็นต้นแบบการปฏิรูปการศึกษาไทย ที่สร้างเครือข่ายวิชาการเข้มแข็ง เชื่อมภาครัฐและเอกชนเข้าด้วยกันต่อไป