แจ้งข้อหาแล้ว หนุ่มใหญ่อัดคลิปโวย ด่าตำรวจตั้งด่านที่ จ.ระยอง หลังเพื่อนถูกคุมตัวดำเนินคดี ขับขี่รถในขณะเมาสุรา เจ้าตัวยอมรับผิด หอบกระเช้าขอโทษเจ้าหน้าที่ ยืนยันจะไม่ทำอีก 

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีแชร์วิดีโอจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ที่บันทึกเหตุการณ์ไว้ขณะที่ตนเองกำลังพูดคุยและต่อว่าตำรวจที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ และตั้งด่านตรวจในพื้นที่ จ.ระยอง โดยมีการใช้ถ้อยคำตำหนิ ยั่วยุ และต่อว่าถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์กันนั้น 

ซึ่งต่อมาทาง เพจเฟซบุ๊ก ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง - Rayong Provincial Police ก็ได้ออกหนังสือชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ตรวจพบสื่อสังคมออนไลน์ เพจพระจันทร์ลายกระต่าย V7 เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 ปรากฏมีผู้ใช้สื่อออนไลน์ บัญชีผู้ใช้ชื่อว่า ... ได้โพสต์ข้อความและคลิปวิดีโอ โดยใช้วาจาไม่สุภาพ กล่าวหาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งได้กระทำการอันเป็นการยั่วยุ ประพฤติตนวุ่นวายทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานได้ยากลำบาก โดยได้มีการลบโพสต์ไปแล้วนั้น ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ขอรายงานข้อเท็จจริง ดังนี้

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 00.32 น. เจ้าพนักงานตำรวจศูนย์บริหารงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ได้ปฏิบัติหน้าที่ตั้งจุดตรวจป้องกันอาชญากรรมและตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ได้มีผู้ขับขี่รถยนต์ สีขาว ยี่ห้อ ฮอนด้า หมายเลขทะเบียน นครราชสีมา ผ่านมาบริเวณจุดตรวจหน้าห้างแสงทองพลัส ถนนสุขุมวิท ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง 

พบผู้ขับขี่ นายนัฐพงศ์ฯ เป็นผู้ขับขี่อยู่ในอาการมึนเมา จึงเรียกให้หยุดรถและเชิญผู้ขับขี่มาตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์จากลมหายใจ โดยผู้ขับขี่ได้ยินยอมโดยดี ผลการตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด ที่วัดได้ 41 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงได้ขอตรวจสอบใบอนุญาตขับขี่รถ ผู้ขับขี่แจ้งว่าใบขับขี่อยู่ภายในรถยนต์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้พาตัวไปตรวจสอบภายในรถยนต์ แต่ปรากฏว่าไม่พบใบอนุญาตขับขี่แต่อย่างใด จึงได้สอบถามผู้ขับขี่อีกครั้ง 

ซึ่งนายนัฐพงศ์ฯ แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าตนไม่เคยทำใบอนุญาตขับขี่รถยนต์แต่อย่างใด จึงได้ควบคุมตัวเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากตามกฎกระทรวงฉบับที่ 21 (พ.ศ.2560) ออกตามความในพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 กำหนดให้ผู้ขับขี่ซึ่งไม่มีใบอนุญาตขับขี่ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด เกิน 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ให้ถือว่าเป็นผู้ขับขี่รถในขณะเมาสุรา

ซึ่งในระหว่างนั้นบุคคลที่บันทึกภาพ ซึ่งเป็นเพื่อนของผู้ขับขี่ที่โดยสารมาในรถยนต์คันดังกล่าว จึงเกิดความไม่พอใจที่เพื่อนของตนถูกควบคุมตัว จึงได้ลงจากรถและได้ทำการบันทึกวิดีโอภายในจุดตรวจฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ใช้ความอดทน อดกลั้น ชี้แจงข้อกฎหมายด้วยถ้อยคำสุภาพ ไม่แสดงกิริยาที่ไม่เหมาะสม ยึดถือระเบียบวินัยและจรรยาบรรณของข้าราชการตำรวจอย่างเคร่งครัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการอธิบายข้อกฎหมายให้ นายนัฐพงศ์ฯ และเพื่อนของตนทราบแล้ว หลังจากนั้นจึงได้ควบคุมตัวนายนัฐพงศ์ฯ นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองระยองเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย 

ตำรวจภูธรจังหวัดระยองขอเรียนว่า ได้อบรมข้าราชการตำรวจในสังกัดให้มีความอดทน อดกลั้น ในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ได้อย่างสมบูรณ์ และขอยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ด้วยความสุจริต โปร่งใส และคำนึงถึงสิทธิของประชาชนควบคู่กับการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคมอย่างสูงสุด ในส่วนของการบันทึกวิดีโอ และเผยแพร่คลิปดังกล่าว อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป หากประชาชนพบเห็นหรือทราบเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิด หรือความไม่สงบเรียบร้อย โปรดแจ้ง หมายเลขโทรศัพท์ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง 

...

ล่าสุดวันที่ 5 มี.ค. 69 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมานพ อายุ 54 ปี ชาวตำบลเชิงเนิน อำเภอเมือง จังหวัดระยอง เจ้าของคลิปวิดีโอดังกล่าว ได้เดินทางเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง หลังโพสต์คลิปในเฟซบุ๊กดูหมิ่นเจ้าหน้าที่ตำรวจในลักษณะไม่เหมาะสม โดยหอบกระเช้าผลไม้ไหว้ขอโทษ พลตำรวจตรีปราโมทย์ งามประดิษฐ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง พันตำรวจเอก วรวุฒิ ชัยเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระยอง พันตำรวจเอก อาทิตย์ ยาแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง พันตำรวจตรีปริญญา ใจเที่ยง สารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองระยองและเป็นเจ้าพนักงานศูนย์บริหารงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดระยอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดงานจราจรที่ตั้งด่านคืนเกิดเหตุ

...

โดยนายมานพ เปิดเผยว่า ยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหา ซึ่งในวันนั้นได้ถ่ายคลิปก่อนจะนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก เพื่อให้มียอดไลก์ รู้สึกผิดและไม่ใช่เรื่องดี ก่อนจะถูกแจ้งจับ จึงเดินทางเข้ามามอบตัว และขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยืนยันจะไม่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก 

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อหา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติตามหน้าที่ ก่อนนำตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.