พบซาก "กระทิง" เพศผู้กลางป่า ต.สาริกา จ.นครนายก เริ่มเน่าเปื่อย-ส่งกลิ่นเหม็น พบรอยบาดเจ็บจากการต่อสู้ คาดแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูงกัน จนพลัดตกเขาเสียชีวิต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ร.ต.ท.สุวพิชญ์ ราษีมิน ร้อยเวร สภ.เมืองนครนายก ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ขญ.13 (นางรอง) พบซากกระทิงเพศผู้ อายุประมาณ 10-15 ปี นอนเสียชีวิตอยู่กลางป่า ใกล้ทางเข้าน้ำตกโกรกทุเรียน ม.2 ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก จึงประสาน สัตวแพทย์หญิงชนัญญา กาญจนสาขา หรือ หมอโบว์ หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน จ.สระแก้ว เข้าตรวจสอบ พร้อมชุดเฝ้าระวังช้างป่าตำบลสาริกา ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อบต.สาริกา และกลุ่มเพื่อนช้างนครนายก

เมื่อตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบซากกระทิงเพศผู้ สภาพเริ่มเน่าเปื่อย และส่งกลิ่นเหม็น คาดว่าอาจตายมาแล้วประมาณ 7-10 วัน พบร่องรอยการต่อสู้ระหว่างกระทิงด้วยกันเอง จนทำให้ตกเขาแล้วเสียชีวิต ตามร่างกายยังพบบาดแผลหลายแห่ง นอกจากนี้ยังใช้เครื่องตรวจหาโลหะตามร่างกายไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ จึงสรุปสาเหตุได้ว่า กระทิงได้ต่อสู้กันเองตามกฎของธรรมชาติ เพื่อแย่งชิงตำแหน่งผู้นำฝูง

ต่อมาคณะเจ้าหน้าที่ได้ลงความเห็นว่า ซากกระทิงตัวดังกล่าวไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้ประกอบกับซากส่งกลิ่นเหม็น จึงได้ขออนุมัติพนักงานสอบสวนดำเนินการผ่าพิสูจน์ และทำลายซากกระทิง จากการตรวจสอบผ่าซากเพื่อพิสูจน์อวัยวะภายในเพื่อหาสาเหตุการตาย แต่ไม่สามารถหาสาเหตุการตายได้ เนื่องจากอวัยวะภายในเน่าเปื่อยไม่สามารถระบุรอยโรคใดๆ ได้ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันทำลายเขาของกระทิง และเผาซากกระทิงดังกล่าวจนเสร็จสิ้นภารกิจ