ตำรวจไทย ประสานรับตัวคนไทย 28 ราย เดินทางกลับประเทศ บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด จ.จันทบุรี หลังถูกกวาดล้างในกัมพูชา รวมถึงนักศึกษาลำปางวัย 20 ปี ที่ถูกลวงไปทำงานสแกมเมอร์

วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. พลตำรวจตรี ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี, พันตำรวจเอก อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ชุดสืบสวน พิสูจน์หลักฐาน ตำรวจตระเวนชายแดน ทหารพราน ทีมแพทย์ เดินทางมารับตัวกลุ่มคนไทยจำนวน 29 รายที่ตกค้างอยู่ภายในประเทศกัมพูชา และต้องการขอกลับประเทศไทย แยกเป็นเพศชาย 16 ราย เพศหญิง 13 ราย อายุ 19 - 28 จำนวน 16 ราย อายุ 31 - 43 จำนวน 13 ราย ตรวจสอบข้อมูล พบมีบุคคลตามหมายจับ 3 ราย พบบุคคลมี Case ID จำนวน 11 ราย และพบบุคคลมีประวัติคดีอาญา 8 ราย

ซึ่งหนึ่งในกลุ่มคนไทยที่เดินทางกลับมาครั้งนี้ มีนายรณชาติ หรือ ไอน้ำ อายุ 20 ปี นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคลำปาง ที่ก่อนหน้านี้ทางญาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา หลังจากถูกลวงไปทำงานสแกมเมอร์ด้วย จนเป็นเหตุให้มีการประสานงานไปยังฝ่ายกัมพูชา เพื่อนำตัวมาส่งให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย พร้อมคนไทยรวม 29 ราย บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่อำเภอโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี

ส่วนทางญาติของน้องไอน้ำ เดินทางมาจากจังหวัดลำปาง มารอรับน้องไอน้ำอย่างใจจดใจจ่อ โดยคุณป้าและคุณยาย ร่ำไห้จนน้ำตาคลอทันทีที่รู้ข่าวว่าหลานชายปลอดภัยและกำลังเดินทางมา

...

ต่อมาเมื่อเวลา 12:20 น. รถบัสของฝั่งกัมพูชาขับเข้ามาถึงบริเวณหน้าด่านฝั่งกัมพูชา คนไทยทยอยเดินลงจากรถและเข้ามารวมตัวบริเวณ ตม. ของฝั่งกัมพูชา จากนั้นมีการแจกข้าวกล่องให้คนไทยรับประทาน จากนั้นเวลา 13:42 น. คนไทยทั้งหมด 28 คน เดินทางกลับเข้ามาพร้อมกับเจ้าหน้าที่ของฝ่ายไทยที่เดินไปรับก่อนหน้านี้ ทันทีที่ผ่านประตูของด่านถาวรบ้านผักกาด ทางญาติของน้องไอน้ำ เด็กหนุ่มชาวลำปาง พ่อโผเข้าไปกอดด้วยความเป็นห่วง ถามสารทุกข์สุขดิบทั้งน้ำตา

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวทั้งหมดเข้ามาเพื่อคัดแยก ตรวจสอบรายชื่อ ส่วนคนที่มีหมายจับทั้งหมด 3 ราย นั้นได้ถูกเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชากักตัวไว้ 1 ราย เนื่องจากมีคดีทางฝั่งกัมพูชาด้วย จึงทำให้ยอดจากเดิมทั้งหมด 29 ราย เหลือเพียง 28 รายเท่านั้น 

หลังจากคัดแยกแล้ว ผู้มีหมายจับอีก 2 ราย ถูกนำตัวขึ้นรถตู้เดินทางไปยังสถานีตำรวจภูธรโป่งน้ำร้อน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป 

ส่วนรายชื่อ Case ID หรือผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในทางคดี บัญชีม้า หรือสแกมเมอร์ จะถูกคัดแยกตัวคัดกรองและติดต่อสถานีตำรวจที่เป็นเจ้าของคดี สุดท้ายทุกคนที่เดินทางเข้ามาต้องชำระค่าปรับ ให้กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเป็นจำนวนเงิน 800 บาท และเข้าสู่กระบวนการสอบคัดกรองอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่ พม. อีกครั้ง

พลตำรวจตรี ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 เผยว่าที่จริงแล้วการส่งตัวคนไทยกลับมาจากกัมพูชามีอยู่เรื่อยๆ ขึ้นอยู่กับทางสถานทูตของกัมพูชาว่าจะผลักดันกลับมาเท่าไหร่ยังไง ส่วนครั้งนี้แจ้งกลับมาทั้งหมด 29 คน เหลือ 28 คน กลุ่มคนเหล่านี้จะถูกกวาดล้าง และจะถูกนำตัวไปไว้ที่พนมเปญ และเสียมราฐบ้าง และจะรอการส่งกลับ

สำหรับน้องที่ถูกล่อลวงมาจากลำปาง และไปร้องกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในรอบนี้ก็จะมีชื่อกลับมาด้วย ทราบว่าทางสถานทูตได้ช่วยเหลือออกมาทั้งหมด 4 คน จากเดิมทั้งหมด 6 คน และหลังจากนี้จะนำกลุ่มคนเหล่านี้มาสอบว่าใครเป็นคนชักชวน ส่วนบุคคลที่มีหมายจับทางเจ้าที่จะเชิญไปสอบปากคำเพิ่มเติม และแยกระหว่างหมายจับ กับเคสไอดี 

จากนั้นจะแยกว่าบุคคลที่มีหมายเรียก หรือเกี่ยวข้องกับการเปิดบัญชีม้า ว่ามีของท้องที่ไหนบ้าง และจะส่งข้อมูลให้ท้องที่นั้น ส่วนคนไทยที่ยังคงมีตกค้างอยู่คาดว่าน่าจะหลักหมื่นต้นๆ ฝากถึงผู้ที่กำลังหางาน งานดีงานง่าย ไม่ได้มีดี ต้องแยกออกเป็น 2 ส่วน อย่างตัวของน้องถูกหลอกว่าจะมาทำงานที่จันทบุรี บางคนถูกหลอกว่าจะให้ไปทำงานที่สระแก้ว รู้ตัวอีกทีก็ข้ามไปอยู่กัมพูชาแล้ว

ส่วนพวกจัดหางานทั้งหลาย ผู้บังคับบัญชาระดับสูงอยู่ระหว่างมอนิเตอร์ดู ไม่ว่าจะใช้สื่อหรือเฟซแบบไหนทางเจ้าที่จะมีการติดตามและจับกุมดำเนินคดี รับรองได้ว่าคุณจะอยู่ไม่สุข เพราะพวกนี้มันคือต้นตอ รวมถึงยานพาหนะในการขนส่งหรือเคลื่อนย้ายคน ตลอดแนวชายแดนเจ้าหน้าที่มีลายเส้นเพจ ที่พร้อมจะตรวจสอบตลอดเวลา มีการประชุมติดตามงานกับผู้บังคับบัญชาทุกอาทิตย์เพื่อติดตาม