เจ้าหน้าที่คุมเข้ม สกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าว จ.สระแก้ว คุมตัวชาวกัมพูชา 37 ชีวิต ลักลอบเข้าเมือง ซุกซ่อนตัวในรถบรรทุกฟองน้ำ-คนขับทิ้งรถหลบหนี
เมื่อเวลา 23.30 น. กลางดึกคืนวันที่ 8 ม.ค. 69 กกล.บูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ สั่งการให้ พ.อ.พงศกร เสืองาม ผู้บังคับการชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 (ผบ.ชค.กรม.ทพ.12) ประสานความร่วมมือกับ พ.ต.อ.ชูชาติ คงเมือง ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว และ พ.ต.อ.รุ่ง ทองมนต์ ผกก.ตม.จว.สระแก้ว จัดกำลังพล กองร้อยทหารพรานที่ 1201 สนธิกำลังร่วมกับ ตร.สภ.คลองลึกฯ และ ตม.จว.สระแก้ว ออกลาดตระเวนเข้มป้องกันและสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย บนถนนสายบ้านดงงู-บ้านป่าไร่ ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงตามแนวชายแดน
ต่อมา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมฯ ได้ตรวจพบรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ต้องสงสัย ยี่ห้อ อีซูซุ สีขาว ทะเบียน 82-2845 สระแก้ว บรรทุกแผ่นฟองน้ำขนาดใหญ่มาเต็มคันรถวิ่งมาตามถนนสายบ้านดงงู-บ้านป่าไร่ เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณให้หยุดเพื่อตรวจสอบ แต่รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องเพื่อขับหลบหนี แล้วขับไปจอดทิ้งไว้ข้างทาง คนขับรถได้วิ่งหลบหนีฝ่าความมืดหายเข้าไปในไร่อ้อยข้างทาง
...
เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบรถบรรทุกคันดังกล่าว พบว่าบริเวณกระบะท้ายรถ บรรทุกแผ่นฟองน้ำขนาดใหญ่หุ้มด้วยพลาสติกใสเรียงซ้อนกัน เมื่อเปิดออกดูพบภายในมีแรงงานชาวกัมพูชานั่งซุกซ่อนอยู่ภายในจำนวนถึง 37 คน เป็นชาย 15 คน หญิง 17 คน และเด็กอีก 5 คน ตรวจสอบไม่มีหนังสือเดินทาง หรือเอกสารอนุญาตเข้าประเทศไทยแต่อย่างใด จึงร่วมกันตรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าว พร้อมควบคุมตัวแรงงานชาวเขมร ทั้ง 37 คน มาทำการตรวจสอบ และสอบสวนที่ สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถบรรทุกคันดังกล่าวได้ใช้แผ่นฟองน้ำขนาดใหญ่วางคล้ายกำแพง โดยรอบเว้นช่องตรงกลางคล้ายเป็นห้องโถงหรืออุโมงค์ แล้วนำแรงงานเถื่อนชาวเขมรจำนวน 37 คน ที่ลักลอบข้ามแดนเข้าไทยมาซุกซ่อนไว้ แล้วนำแผ่นฟองน้ำขนาดใหญ่มาปิดด้านท้ายและด้านบน คล้ายรถบรรทุกแผ่นฟองน้ำ แต่ไม่พ้นสายตา เจ้าหน้าที่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติ และสามารถสกัดจับไว้ได้
ส่วนผู้ขับขี่ที่หลบหนีคาดว่าเป็นคนไทย จึงควบคุมตัวแรงงานเขมรทั้ง 37 คน พร้อมรถยนต์บรรทุก 6 ล้อ ของกลางส่งมอบให้ พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ดำเนินคดีแรงงานเขมรข้อหา "เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา เดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต" พร้อมทั้งเร่งรัดสืบสวนติดตามตัวผู้ขับขี่มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป ซึ่งถือเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ
ทั้งนี้ แรงงานชาวเขมรยอมรับว่า ลักลอบเข้าไทยเพื่อมาหางานทำเนื่องจากอยู่ที่บ้านเกิดในกัมพูชาไม่มีงานทำ เกิดภาวะอดอยาก รัฐบาลกัมพูชาก็ไม่เหลียวแลจึงต้องดิ้นรนลอบเข้าไทยหวังรอดจากการอดตาย อ้างเสียค่าหัวให้นายหน้าชาวกัมพูชาพาลอบเข้าไทย หัวละ 7,500-8,000 บาท