หลักฐานมัดตัว "ผัว-น้องเมีย" ร่วมกันฆ่าหญิงใหญ่วัย 58 ปี หน้าเขียวช้ำ ดับในห้องพักคอนโดฯ พบพิรุธหลายอย่าง เบื้องต้นทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธ

จากกรณี เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 11 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. ดอนหัวฬ่อ ได้รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตภายในคอนโดแห่งหนึ่งพื้นที่ตำบลดอนหัวฬ่อ อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งรีบไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิไตรคุณธรรม จากการตรวจสอบภายในห้อง พบร่างนางชิ แซ่ท้าว อายุ 58 ปี สภาพศพเสียชีวิตบริเวณหน้าห้องน้ำ สภาพใบหน้าเขียวช้ำ มีเลือดออกบริเวณศีรษะเลอะตามตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กั้นบริเวณพื้นที่เกิดเหตุเพื่อตรวจสอบร่างของผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม

จากการสอบถามนางสาวเอ (น้องสาวของผู้เสียชีวิต) ได้เปิดเผยว่าตนกับพี่สาวและพี่เขย เพิ่งเดินทางมาจากจังหวัดตากและมาเช่าห้องอยู่ด้วยกันสามคน จากนั้นก็ได้ไปสมัครงานจนกระทั่งพี่สาวได้งานทำแล้ว ก่อนเกิดเหตุพี่เขยนอนอยู่บนที่นอนพี่สาวเดินออกไปข้างนอกระเบียง ตนก็นั่งอยู่ในห้องจากนั้นได้ยินเสียงพี่สาวล้ม จึงได้รีบวิ่งออกไปดูที่ระเบียง เห็นพี่สาวล้มหมดสติ และมีเลือดออกบริเวณข้างหูจึงได้ตะโกนเรียกพี่เขยให้ช่วยกันอุ้มเอาร่างของพี่สาวเข้ามาในห้อง จากนั้นก็ทำการช่วยเหลือและรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ กว่าจะมาถึงก็ประมาณ 30 นาที ก็ปรากฏว่าพี่สาวเสียชีวิตแล้ว

ทางด้านนางตุ๊กกี้ เพื่อนข้างห้อง เปิดเผยว่า ครอบครัวของผู้เสียชีวิตเพิ่งเดินทางมาจากจังหวัดตาก และได้ไปสมัครงานที่เดียวกับตน ซึ่งผู้ตายก็ได้งานแล้ว แต่รอไปทำงานอย่างเดียว ก่อนเกิดเหตุตนไม่ได้ยินเสียงมีใครทะเลาะวิวาท หรืออะไรเลย แต่ได้ยินเสียงเหมือนคนล้มด้านนอกระเบียง ตนก็ไม่ทันได้สังเกตจนกระทั่งมีเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบว่ามีผู้เสียชีวิต

ทางด้านนายวิรัตน์ แซ่ท้าว อายุ 56 ปี สามีของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผยว่าตนได้นอนเล่นภายในห้องและนอนฟังเพลงโดยการเสียบหูฟังซาวด์เบาท์ จากนั้นก็มีภรรยาและน้องเมียอยู่ด้วย จังหวะที่ตนกำลังจะเคลิ้มหลับน้องเมียก็รีบวิ่งมาบอกว่าภรรยาลื่นล้มที่ระเบียงมีเลือดออกจึงได้รีบวิ่งไปดูและอุ้มเข้ามาไว้ในห้อง จากนั้นก็จะทำการช่วยเหลือ แต่ภรรยามีเลือดออกเยอะ จึงทำให้เสียชีวิตก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง

ซึ่งต่อมาตำรวจคุมตัวทั้งคู่มาสอบสวน และส่งศพชันสูตรเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยผลตรวจพิสูจน์จากแพทย์ พบว่าตามลำตัวมีโดนทำร้ายเขียวช้ำ และที่เล็บของผู้ตาย มีดีเอ็นเอของสามีติดอยู่ และพบเชือกยาวประมาณ 50 ซม. ที่นายวิรัตน์อ้างว่าผู้ตายใช้เชือกผูกคอแต่ไม่น่าเป็นไปได้ เนื่องจากเชือกสั้นเกินไป ไม่น่าจะผูกได้ และรอยเชือกที่คอก็ไม่ใช่จากการผูกคอตาย เพราะรอยนั้นมีรอยถึงท้ายทอย จึงนำหลักฐานขออนุญาตศาลจังหวัดชลบุรีออกหมายจับทั้ง 2 คนในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น

ความคืบหน้าล่าสุด เช้าวันนี้ 13 มีนาคม 2568 ที่ สภ.ดอนหัวฬ่อ ได้มีนายเศรษฐี และนายเอ ลูกชายของผู้ต้องหาและผู้ตาย ได้มาเยี่ยมพ่อและน้า โดยซื้อข้าวกล่องมาฝาก และรอพบร้อยเวร สอบถามลูกชายทั้งสอง ได้เผยว่าตนก็ยังไม่เชื่อว่าพ่อจะฆ่าแม่ พ่อก็ยังปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่า แต่ตอนนี้มันจะต้องรอทำเรื่องกับร้อยเวรเพื่อรับศพแม่กลับไปทำพิธีตามศาสนา โดยพ่อได้บอกว่าจะให้ตนเอาศพแม่กลับไปทำพิธีด้วย