"คนงานชาวพม่า" ยุติการชุมนุมแล้ว หลังลุกฮือรอบ 2 ร้อง 8 ข้อ กดดันนายจ้างจากเหตุเครนถล่ม ที่ จ.ระยอง ล่าสุดผลการหารือร่วมกันของหลายฝ่ายได้ข้อสรุปเป็นที่น่าพอใจ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมเร่งตรวจสอบหาความจริง ปมฝังศพแรงงานต่างด้าว ที่เสียชีวิตจากการทำงานไว้บนเนินเขาหลังโรงงาน    

จากเหตุเครนก่อสร้างภายในโรงงานซินเคอหยวน ที่ ต.ตาสิทธิ์ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พังถล่มลงมาทับคนงานชาวเมียนมา เสียชีวิต 7 ราย และบาดเจ็บจำนวนมาก จนแรงงานเมียนมาในไซต์ก่อสร้าง รวมตัวกดดันนายจ้างจ่ายเงินชดเชยให้ผู้เสียชีวิตรายละ 5 ล้านบาท ก่อนได้ข้อสรุป และยอมรับข้อเสนอจ่ายเยียวยารอบแรกจากนายจ้าง ต่อมาแรงงานชาวเมียนมาได้ลุกฮือขึ้นมาอีกรอบ เพื่อกดดันนายจ้าง ขอความเป็นธรรมเรื่องหักเงินประกันสังคม แต่ไม่เข้ากองทุน

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 30 มี.ค. 67 นายกำธร เวหน รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ได้หารือร่วมกับตัวแทนแรงงานเมียนมา ฝ่ายนายจ้าง และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต่อหน้าแรงงานเมียนมาที่ปักหลักชุมนุม เพื่อหาข้อสรุปจากข้อเรียกร้องทั้งหมด โดยใช้เวลาร่วมหารือกว่า 3 ชั่วโมง

โดย นายกำธร รองผู้ว่าฯ ระยอง กล่าวภายหลังการหารือว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย ส่วนข้อเรียกร้องต่อนายจ้างทั้ง 8 ข้อนั้น ได้ข้อสรุป ดังนี้ 1.เรื่องการเยียวยาต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 7 ราย ได้มีการยอมรับข้อเสนอไปแล้ว คือนายจ้างเยียวยาเป็นเงินจำนวน 1.6 ล้านบาท รวมประกันสังคม โดยจ่ายก่อน 5 แสนบาท ส่วนที่เหลืออีก 1.1 ล้านบาท จะจ่ายให้ครบภายใน 3 เดือน 2.นายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลศพ 3.กรณีฝ่ายลูกจ้างมีข้อเรียกร้องว่า เงินสมทบประกันสังคมที่นายจ้างหักจากลูกจ้าง แต่ไม่ได้นำส่งเข้ากองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคมจะติดตามให้เป็นรายบุคคลภายใน 2 สัปดาห์ 4.กรณีที่ฝ่ายลูกจ้างมีข้อเรียกร้องว่า ลูกจ้างประสบอันตรายสูญเสียอวัยวะ และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือนั้น สำนักงานประกันสังคมจะติดตามให้นายจ้าง นำส่งเอกสารเกี่ยวกับข้อเท็จจริงและรายละเอียดภายใน 2 สัปดาห์

รองผู้ว่าฯ ระยอง กล่าวต่อว่า 5.กรณีฝ่ายลูกจ้างส่งเอกสารค่ารักษาพยาบาลเบิกกับนายจ้าง แต่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายใน 2 สัปดาห์ 6.กรณีหนังสือเดินทางของลูกจ้าง ทั้งสองฝ่ายประสงค์ตรงกันจะเก็บเอาไว้ที่บริษัท และจะถ่ายเอกสารให้กับลูกจ้าง และเมื่อลูกจ้างออกจากงาน นายจ้างจะคืนเอกสารหนังสือเดินทางให้ทุกคน 7.กรณีลูกจ้างสามคนซึ่งมีข้อสงสัยว่านายจ้างจะเลิกจ้างนั้น สำนักงานสวัสดิการแรงงานและคุ้มครองแรงงานจังหวัดระยอง จะตรวจสอบให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด และ 8.นายจ้างรับว่าจะปฏิบัติต่อลูกจ้างชาวเมียนมา ให้ได้รับสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยทางจังหวัดจะกำชับหน่วยงานที่ตรวจสอบ ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ภายหลังที่รองผู้ว่าฯ ระยอง กล่าวถึงผลการหารือร่วมกันเสร็จสิ้น นายทูลิน เจ้าหน้าที่สหภาพแรงงานเมียนมา ได้สื่อสารเป็นภาษาพม่าให้กับกลุ่มแรงงานที่ปักหลักชุมนุมทราบ ถึงผลการหารือข้อเรียกร้องทั้ง 8 ข้อ เมื่อแรงงานชาวเมียนมาทั้งหมดได้ฟัง ต่างปรบมือดังกึกก้องพอใจกับผลสรุปทั้งหมด และเลิกชุมนุมแยกย้ายกันไป

ส่วนสาเหตุที่เครนก่อสร้าง พังถล่มลงมานั้น รศ.ดร.วัชรินทร์ กาสลัก นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยหลังการตรวจสอบว่า วันนี้ได้มาดูพื้นที่การเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นการก่อสร้างหอสูง โดยทาวเวอร์เครนมีการต่อตัวขึ้นไปโดยใช้ไฮโดรลิกส์ หรือแม่แรงดันตัวเองขึ้นไป แล้วเสริมด้านล่าง ที่สันนิษฐานอย่างนี้ เพราะว่าไปดูที่เกิดเหตุการที่มีคนตกลงมาเสียชีวิต 7 คน ซึ่งปกติการใช้เครนทำงานจะใช้คนทำงานเพียงคนเดียว ซึ่งการทำงานใช้คนเยอะอย่างนี้ แสดงว่าอยู่ระหว่างการประกอบชิ้นส่วนอะไรบ้างอย่าง น่าจะเป็นการยกเครนขึ้นไป ซึ่งไม่แน่ใจว่าความผิดพลาดเกิดจากอะไร เบื้องต้นได้มีการแนะนำเจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบสวนผู้อยู่ใกล้เหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งมันเกิดขึ้นได้หลายอย่าง เช่น ชิ้นส่วนไม่ปกติ ไม่แข็งแรง ตัวซัพพอร์ตยึดเครนกับตัวอาคารหลวมหรือไม่ หรืออาจจะเกิดจากความไม่รอบคอบของคนที่ดันไฮโดรลิกส์ขึ้นไปซึ่งอาจทำไม่ถูกวิธี

...

"โดยการทำงานลักษณะนี้ ปกติจะต้องมีวิศวกรเครื่องกลที่มีประสบการณ์คอยควบคุมงาน ซึ่งตนได้แนะนำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบสวนประเด็นเหล่านี้แล้ว เครนที่ถล่มลงมานั้น มีความสูงไม่ต่ำกว่า 50 เมตร ซึ่งจุดติดตั้งเครนเป็นหอสูง หรือปล่องหลอมที่ไปตั้งอยู่บนเนินเขาอีกที พอเครนล่วงลงมาถึงพื้นต่ำกว่าฐานทาวเวอร์ลงไป จึงทำให้คนตกลงมาเสียชีวิต" รศ.ดร.วัชรินทร์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการตรวจสอบกรณีที่มีข้อมูลว่ามีการแอบฝังศพแรงงานต่างด้าว ที่เสียชีวิตจากการทำงาน บริเวณเนินเขาหลังโรงงานดังกล่าวด้วย ส่วนศพผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายนั้น หลังการชันสูตร จะนำกลับมาประกอบพิธีทางศาสนา ที่วัดภายใน อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ต่อไป