"ดร.นพดล" ก.ต.ช.ภาคประชาชน น้อมนำพระราชดำรัสสองล้นเกล้าฯ แก้ปัญหาช้างป่า ชูเป็นโมเดลวิถีใหม่ แก้ไขปัญหาช้างป่ารอยต่อ 2 จังหวัดแบบบูรณาการ หลังลงพื้นที่ช่วยชาวบ้านตามภารกิจตำรวจ ผลักดันร่างข้อเสนอดูแลคน-ช้างป่าทุกมิติ หยุดความรุนแรงช้างป่า-ชาวสวนทุเรียนภาคตะวันออกครบวงจร
เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 67 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาชน เปิดเผยว่า ตามที่ตนได้มีโอกาสลงพื้นที่พบปะประชาชนในภารกิจงานตำรวจ และได้รับทราบถึงปัญหาช้างป่ากับคน เป็นเหตุผลให้ชาวบ้านชวนตนไปดูการแก้ไขปัญหาช้างป่า ตนจึงเริ่มลงพื้นที่ศึกษาหาข้อมูล การแก้ไขปัญหาช้างป่า ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงในการลงพื้นที่ค้นคว้าข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับประชาชนและคณะทำงานเครือข่ายภาคประชาสังคม อาทิ แกนนำชุมชน คณะทำงานอาสาสมัครเกี่ยวข้องกับปัญหาช้างป่าและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ชุมชน และภาคเอกชน เป็นต้น โดยการน้อมนำพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาเป็นแนวทางสำคัญสูงสุดในการศึกษาวิจัยและจัดทำบันทึกข้อเสนอเชิงนโยบายวิถีใหม่ แก้ไขปัญหาช้างป่าแบบบูรณาการ
พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรที่ได้ทรงพระราชทานพระราชดำริไว้เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 ความโดยสรุปว่า ".....ช้างป่าควรอยู่ในป่า เพียงแต่ต้องทำให้ป่านั้นมีอาหารช้างให้เพียงพอ การปฏิบัติคือให้ไปสร้างอาหารในป่าเป็นแปลงเล็กๆ และกระจาย......" และพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานพระราชดำริ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2546 ความโดยสรุปว่า "......ให้พิจารณาก่อสร้างฝายต้นน้ำลำธาร (Check Dam) หรือสระน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ป่ากุยบุรี เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ เพื่อชะลอน้ำและสร้างความชุ่มชื้นให้พื้นที่ป่า และเป็นแหล่งน้ำแหล่งอาหารของช้างป่า..."
...
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชเสาวนีย์ เมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2555 ณ พระตำหนักจิตรลดา ความโดยสรุปว่า "....ช้างเป็นสัตว์ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงรัก ทรงห่วงใย โดยเฉพาะช้างทางกุยบุรีและแก่งกระจาน ทรงห่วงใยมาตลอด ทรงช่วยหาที่อยู่ที่กินให้ช้าง จะได้ไม่รบกวนคน คนกับช้างจะได้มีปัญหากันน้อยที่สุด เช่น ที่กุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ช้างมีความสำคัญมาแต่ครั้งประวัติศาสตร์ เคยช่วยรักษาบ้านเมือง กู้บ้านกู้เมือง ดังนั้น ขอให้ช่วยกันดูแลมิให้ช้างถูกฆ่าอย่างทารุณเยี่ยงนี้ เพื่อจะได้ไม่ผิดพระราชประสงค์ ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงตั้งพระราชหฤทัยที่จะให้มีการอนุรักษ์ช้างให้เป็นสัตว์คู่แผ่นดินสืบไป..."
จากการน้อมนำพระราชดำริมาเป็นแนวทางสำคัญสูงสุดในการศึกษาวิจัยและลงพื้นที่เข้าถึงภาคประชาสังคม อันประกอบด้วย ภาคประชาชน ชุมชน เอกชน และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องในฐานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการป้องกันและแก้ไขปัญหาช้างป่า พบผลการศึกษาที่มีสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้ 1. สถานการณ์ปัญหาช้างป่าและปัญหาคนในพื้นที่ป่ารอยต่อจังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรีช้างป่ายังคงอยู่และเข้าในพื้นที่ชุมชนที่พักอาศัยของประชาชน อ.แก่งหางแมว และอำเภอใกล้เคียง จำนวนประมาณการล่าสุดมีช้างป่าในกลุ่มป่าภาคตะวันออกจำนวน 592 ตัว (แต่ยังมีข้อโต้แย้งเรื่องความน่าเชื่อถือถูกต้องแม่นยำของจำนวนที่มาของตัวเลขสถิติช้างป่า)
2. ปัญหาและสาเหตุ มีสาเหตุสำคัญ 2 ประการ (1) สาเหตุภายในพื้นที่ป่าที่ผลักดันให้ช้างออกจากป่า ได้แก่ การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า กลุ่มพรานป่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น (2) สาเหตุภายนอก นอกเขตพื้นที่ป่า ที่เป็นสาเหตุดึงดูดช้างป่าให้ออกจากป่า เช่น แหล่งอาหาร พืชเกษตร แหล่งน้ำ และอื่นๆ ที่ปลูกติดรั้วกั้นช้างและใกล้เขตพื้นที่ป่า เป็นต้น
3. นโยบายแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับคน ป่ารอยต่อ ระยอง จันทบุรี นโยบายปัจจุบันที่กำลังทำอยู่ ให้ช้างป่ากับคนอยู่ร่วมกันได้ ช้างปลอดภัย คนปลอดภัย
4. การบริหารจัดการปัญหาความขัดแย้งระหว่างช้างป่ากับคน ป่ารอยต่อ ระยอง จันทบุรีในปัจจุบัน
5. การวิเคราะห์ประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ ค้นหาปัจจัยสำเร็จ พบว่าในพื้นที่ ระยอง จันทบุรี ในพื้นที่ป่าอำเภอแก่งหางแมว และอำเภอใกล้เคียง ป่ารอยต่อ ระยอง จันทบุรี ยังไม่ประสบความสำเร็จ ยังมีการทำร้ายช้างป่า ทำร้ายคน และพืชทางการเกษตร ทรัพย์สินของประชาชนและชุมชน วันนี้ลงพื้นที่พบว่า ชาวบ้านและกลุ่มทุนปลูกสวนทุเรียน ติดรั้วกึ่งถาวรกั้นช้างป่า แต่กั้นไม่ได้ผล จึงเสมือน "ระเบิดเวลา" รอวันปะทุรุนแรงระหว่างช้างป่ากับชาวสวนทุเรียนในอีกประมาณ 2 ปีนี้ จึงจำเป็นต้องป้องกันแก้ไขปัญหาช้างป่าวันนี้
...
แต่ปัจจัยสำเร็จที่เกิดในพื้นที่อื่น เช่น ป่ากุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ที่น้อมนำหลักการแก้ไขปัญหาช้างป่ากับคนจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาสู่ภาคปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง
ผศ.ดร.นพดล กล่าวด้วยว่า สำหรับวิถีใหม่ แก้ไขปัญหาช้างป่าแบบบูรณาการปัจจัยสำเร็จ ส่วนการดูแลเยียวยาประชาชน เกษตรกร ผู้ได้รับความเสียหายได้อย่างเหมาะสม ด้วยการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก เชื่อมั่นและสนับสนุน ขณะที่การดูแลช้างป่า ควรให้น้อมนำหลักการของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาสู่ภาคปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ผ่านโครงการพัชรสุธาคชานุรักษ์ เข้าถึงทุกชุมชน หมู่บ้าน ขยายผลต่อยอดและปรับเข้ากับแต่ละบริบทและสภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ป่า รวมถึงจัดทำสำมะโนประชากรช้างป่า (Census) สำรวจจำนวนช้างป่าที่เป็นจริง เชื่อถือได้ ไร้ข้อโต้แย้งเรื่องจำนวนและการบันทึกอัตลักษณ์ทุกตัว
...
ในส่วนการลงทุนสร้างโครงสร้างแข็ง เช่น รั้วกั้นช้างป่า กำแพงกั้นช้างป่า เป็นการลงทุนที่น่าพิจารณาตามความเหมาะสมกับแต่ละบริบท สภาพแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ป่า แต่ต้องทำอย่างประณีต และการดูแลรักษาต่อเนื่องให้คงทน มีประสิทธิภาพและผลสัมฤทธิ์ และอื่นๆ อาทิ สร้าง คลินิกช้างป่า โรงพยาบาลช้างป่า อีกทั้งสมควรให้มีการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบกฎเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาช้างป่ากับคน.