หนุ่มวัยเบญจเพส ชาวบ้านด่านลานหอย สุโขทัย ถูกหลอกไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ฝั่งเขมร ถูกบังคับ ทำร้าย ช็อตไฟฟ้าเหมือนตกนรกทั้งเป็น ฮึดสู้ทำร้ายสมาชิกแก๊งฯคนจีนตาย ถูกจับติดคุกกำปงโสม ป่วย สุดท้ายเสียชีวิต ถูกเรียกค่าส่งศพกลับ 7 หมื่น มูลนิธิ LPN ให้ยืมเงินเป็นค่าใช้จ่ายนำกระดูกกลับบ้าน

เวลา 18.00 น. วันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ที่จุดตรวจถาวรบ้านหาดเล็ก นางบุญแรม บุญมี อายุ 40 ปี 57/1 ม.6 ต.ลานหอย อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย มารดาของนายวชิรวิทย์ คงทอง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 180 ม.6 ต.ลานหอย อ.บ้านด่านลานหอย จ.สุโขทัย ที่เสียชีวิตเรือนจำในจังหวัดกำปงโสม ประเทศกัมพูชาเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา เดินทางมารอรับศพของนายวชิรวิทย์ คงทอง ที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก พร้อมญาติพี่น้อง โดยมีตัวแทนมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน LPN มาช่วยอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือด้านการจัดเตรียมเอกสารการรับศพ และการบำเพ็ญกุศลศพด้วย 


เนื่องจากนายวชิรวิทย์ คงทอง ถูกหลอกเข้าไปทำงานในประเทศกัมพูชา โดยบังคับให้เป็นคอลเซ็นเตอร์หลอกคนไทย มาเกือบปี ทนไม่ไหวเพราะไม่อยากหลอกลวงคนไทยด้วยกัน บางวันทำยอดไม่ได้ก็ถูกรุมทำร้าย ถูกกระบองไฟฟ้าช็อต จนฮึดสู้ทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนเสียชีวิตไป 1 ราย นายวชิรวิทย์ จึงถูกจำกุมข้อหาฆ่าผู้อื่นฯ รับโทษจำคุก 12 ปี ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำจังหวัดกำปงโสม ประเทศกัมพูชา 

...


หลังจากถูกจำคุกในเรือนจำ นายวชิรวิทย์มีอาการป่วยเป็นโรคปอดบวมเมื่อ 2 เดือนก่อน จนมาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 พ.ย.66  ซึ่งนางบุญแรม บุญมี แม่นายวชิรวิทย์ เผยว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาลูกชายได้พยายามติดต่อทางบ้าน พร้อมเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ถูกบังคับ ขู่เข็ญ ให้ทำงานหลอกลวงคนไทย และไม่มีเงินใช้ บางวันไม่มีอาหารกิน ถูกรุมทำร้ายหากทำยอดไม่ได้ และเมื่อทราบว่าลูกชายเสียชีวิต ก็พยายามติดต่อฝั่งกัมพูชาเพื่อรับศพ แต่ต้องเสียค่าใช้จ่ายต่างๆสูงถึง 7 หมื่นบาท ตนไม่ค่อยมีเงิน จึงทำได้เพียงรับศพ ทำบุญให้ 1 คืน แล้วทำการฌาปนกิจ ที่วัดคลองมะขาม ต.หาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด และวันนี้จะเก็บกระดูกไปทำบุญที่บ้านอีกครั้ง 

 

ด้านตัวแทนมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน (LPN) ได้ประสานกับกองทุนคุ้มครองช่วยเหลือคนไทยในต่างแดน ผ่านกรมการกงสุลไทย และสถานทูตไทยประจำพนมเปญ เพื่อให้ญาติยืมเงินจากกองทุนช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการนำศพกลับประเทศไทย และยังกล่าวอีกว่าเคสของนายวชิรวิทย์ เข้าข่ายตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ แต่ไม่ทราบขั้นตอนการดำเนินการ จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ เมื่อเสียชีวิตแล้วยังถูกฝั่งกัมพูชาเรียกรับเงินสูงหลายหมื่นบาท เรื่องดังกล่าวจึงอยากให้รัฐบาลไทยประสานงานกับรัฐบาลกัมพูชา เพื่อช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกไปทำงาน ซึ่งยังมีอีกจำนวนมากและฝากไปถึงผู้ที่จะเดินทางไปทำงานให้ตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนเดินทางไป เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ดังกล่าว