ปิดถาวร 6 ตู้คอนเทนเนอร์ รีสอร์ตหรู Star Oversea ยอดเขาแสมสาร ทร.นำเจ้าหน้าที่ตัดสายไฟ งดจ่ายกระแสไฟฟ้า หลังเคยสั่งปิดมาแล้ว แต่ยังมีข่าวแอบเปิดให้บริการ เผยเป็นที่ดินราชพัสดุ การก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างใดๆ ต้องได้รับอนุญาตจากกองทัพเรือเท่านั้น

จากกรณีเมื่อเดือนมีนาคม 2566 รีสอร์ต Star Oversea ได้เปิดให้บริการในลักษณะตู้คอนเทนเนอร์ 6 ตู้ ตั้งหันหน้าออกทะเล อยู่บริเวณหน้าผายอดเขาแสมสารหลวงพ่อดำ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้โฆษณาผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ เชิญชวนให้นักท่องเที่ยวมาพักผ่อน ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ. ที่ผ่านมา จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ถึงการก่อสร้างและเปิดให้บริการรีสอร์ตแห่งนี้ว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากตั้งอยู่บนพื้นที่ราชพัสดุ และเป็นพื้นที่ดูแลของกองทัพเรือ ก่อนที่ พลเรือเอก เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ สั่งการให้ พลเรือโท สุทิน หลายเจริญ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และองค์การบริหารส่วนตำบลแสมสาร เข้าตรวจสอบพร้อมให้หยุดการประกอบธุรกิจ และปิดให้บริการอย่างถาวร โดยจะมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในโอกาสต่อไปนั้น

ล่าสุดวันที่ 25 ก.ค. 66 พลเรือโท สุทิน หลายเจริญ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ได้สั่งการให้ นาวาเอก ไพบูลย์ ม้วนทอง ผู้อำนวยการกองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ พร้อมเจ้าหน้าที่กองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ เจ้าหน้าที่กิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ เข้าตรวจสอบหลังมีการร้องเรียนว่ายังมีการเปิดให้บริการอยู่ จึงได้เข้าตรวจสอบพร้อมแจ้งทางผู้ดูแลรีสอร์ตว่า ทางฐานทัพเรือสัตหีบได้นำเจ้าหน้าที่กิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือมาตรวจสอบสายไฟฟ้าที่ส่งไปยังรีสอร์ต โดยตัดกระแสไฟฟ้าในส่วนที่ส่งไปยังรีสอร์ต Star Oversea ที่เป็นลักษณะตู้คอนเทนเนอร์ทั้ง 6 ตู้  

ทั้งนี้ เนื่องจากมีการร้องเรียนเข้ามาว่ายังมีการลักลอบเปิดให้กับนักท่องเที่ยวเข้าพักและเพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งให้หยุดการประกอบธุรกิจ และปิดการให้บริการอย่างถาวร จึงได้เข้ามาดำเนินการตัดไฟ โดยทางผู้ดูแลรีสอร์ตไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปบันทึกภาพข้างในรีสอร์ต ให้เพียงเจ้าหน้าที่และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าไปภายในรีสอร์ตเท่านั้น

โดยก่อนหน้านี้ กองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ มีหนังสือลงวันที่ 18 ส.ค. 65 เลขที่ กห.0521.8/464 แจ้งไปยังผู้ดูแล เพื่อขอความร่วมมือให้ระงับการพัฒนา หรือดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ราชพัสดุ ตามแบบคำขออนุญาตดำเนินการในพื้นที่ราชพัสดุ (จป.3902) เรื่องขอเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย และการเกษตร ลงวันที่ 7 พ.ย. 62 ทั้งนี้ ตามที่ท่านได้ยื่นขอเช่าที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชบ.481 บริเวณหมู่ 1 ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี (พื้นที่ 1) โดยมีวัตถุประสงค์การขอเช่าเพื่ออยู่อาศัย และประกอบการเกษตร กองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ขอแจ้งให้ทราบว่าพื้นที่ขอเช่าดังกล่าวเป็นพื้นที่ราชพัสดุใช้ในราชการกองทัพเรือ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ ชบ.481 อยู่ในที่ดินหวงห้าม ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้าม ในท้องที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี พ.ศ.2479

และเมื่อวันที่ 1 ส.ค.65 เจ้าหน้าที่กองสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ ได้ทำการตรวจพื้นที่พบว่ามีการพัฒนาพื้นที่และนำตู้คอนเทนเนอร์มาติดตั้งไว้ในบริเวณพื้นที่ขอเช่าจำนวน 6 ตู้ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กองทัพเรือกำหนด จึงขอความร่วมมือให้ระงับการพัฒนาและหยุดดำเนินการใดๆ ในพื้นที่ขอเช่าที่ราชพัสดุแปลงดังกล่าว จนกว่าท่านจะได้รับความยินยอมให้เช่าจากกองทัพเรือ ลงนามโดย นาวาเอก สรณรรถ สนธิไทย ผู้อำนวยการกองอสังหาริมทรัพย์ ฐานทัพเรือสัตหีบ (ในสมัยที่ดำรงตำแหน่ง)

สำหรับที่ดินในพื้นที่แสมสารเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่สงวนหวงห้ามตามกฎหมาย ต้องห้ามมิให้ออกโฉนดที่ดินแก่บุคคลหนึ่งบุคคลใดตามมาตรา 56 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ประกอบกับกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ฉะนั้น ราษฎรผู้อาศัยจึงไม่สามารถครอบครองกรรมสิทธิใดๆ ในที่ดินได้ตามกฎหมาย ซึ่งความเป็นมาของที่ดินแสมสารเดิมคือพื้นที่ของฐานทัพเรือสัตหีบ เป็นพื้นที่เขตทรงสงวนตามพระบรมราชโองการใน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่กองทัพเรือเป็นผู้รับผิดชอบ เป็นที่ตั้งของท่าเรือน้ำลึก คลังเชื้อเพลิง และที่ตั้งหน่วยทหาร พื้นที่ฝึก และพื้นที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวในเรื่องความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล และภาพลักษณ์ของกองกำลังรักษาประเทศ อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร การดำเนินการก่อสร้างใดๆ ในพื้นที่นี้จึงต้องได้รับอนุญาตจากกองทัพเรืออย่างถูกต้องเท่านั้น.