หนุ่ม 27 ควบกระบะ เสยท้าย จยย.พ่วงข้าง เสียหลักตกถนน เจ็บเพียบ 5 ราย สุดเศร้า ด.ญ.11 ขวบ หนึ่งในผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวดับสลด คนขับกระบะเผยถนนมืดมองไม่เห็น จยย. พยายามหักหลบแล้วแต่ไม่พ้น
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 29 เม.ย. 66 ร.ต.อ.เลิศศักดิ์ รัตนพิทักษ์ ร้อยเวรสภ.เมืองตราด รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เหตุเกิดบนถนนสายไร่ป่า-ด่านชุมพล ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 2-3 ต.เนินทราย อ.เมือง จ.ตราด จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด
ที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ ทะเบียนตราด ซึ่งดัดแปลงเป็นจักรยานยนต์พ่วงข้าง เสียหลักอยู่ริมถนน 1 คัน สภาพด้านท้ายพังยับเยิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด 5 ราย ทราบชื่อคือ 1. นางสรัย นาท อายุ 35 ปี (คนขับ) ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2. นางนะ (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 37 ปี (ผู้โดยสาร) ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 3. ด.ญ.วินานุช (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 7 ปี (ผู้โดยสาร) ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 4. ด.ญ.กาญจนาพร เรศสุข อายุ 12 ปี (ผู้โดยสาร) ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย และ 5. ด.ญ.กานดา เปง อายุ 11 ปี (ผู้โดยสาร) ได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะ ใบหน้า และมีแผลถลอกตามร่างกาย อาการสาหัสไม่ได้สติ เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ เร่งปฐมพยาบาลช่วยเหลือ และรีบนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่ง รพ.ตราด แต่ ด.ญ.กานดา ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแมคซ์ สีดำ ทะเบียนจันทบุรี จอดอยู่บนถนน 1 คัน สภาพไฟหน้าฝั่งขวาได้รับความเสียหาย มี นายศรันย์ (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 27 ปี เป็นคนขับ ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในที่เกิดเหตุ
...
จากการสอบถาม นายศรันย์ คนขับรถกระบะ ให้การว่า ตนกำลังขับรถมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองตราดเพื่อไปรับญาติ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุไม่เห็นรถ จยย.ที่ขับอยู่ข้างหน้า เพราะจุดดังกล่าวมืดมากอีกทั้งตอนนั้นรถตนเปิดไฟต่ำ จึงพยายามหักหลบไปทางซ้ายแต่ไม่พ้น ก่อนพุ่งชนท้ายพ่วงข้างของ จยย.คันดังกล่าวเข้าอย่างจัง
ด้าน นางสรัย คนขับ จยย.ให้การก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.ว่า ตนกำลังขับ จยย.มุ่งหน้ากลับบ้าน ซึ่งอยู่ห่างจุดเกิดเหตุเพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น จู่ๆ ก็ถูกรถกระบะที่ขับตามหลังมาชนท้ายเข้าอย่างจัง ทำให้คนบนรถและข้าวของกระเด็นกระจัดกระจายไปคนละทิศละทาง
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการบันทึกภาพในที่เกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งจะเร่งตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนสรุปสาเหตุที่ชัดเจนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป