ปลัด สธ. มอบให้ สสจ.ปราจีนบุรี ติดตามกรณีซีเซียม-137 ในระยะยาวกับคนงานโรงงานทั้ง 70 คนและครอบครัวอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญทำแผนเฝ้าระวังเชิงรุกผู้ป่วยด้านรังสีแก่ สสจ.ทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2566 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ปราจีนบุรี โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า กรณีการแถลงข่าว เรื่องวัสดุบรรจุสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 หายไปจากโรงไฟฟ้าที่ปราจีนบุรี สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติได้ใช้เครื่องตรวจวัดกัมมันตรังสี เข้าทำการตรวจวัดวัสดุ ณ โรงหลอมโลหะจากเศษเหล็กที่เลิกใช้แล้ว จำนวน 5 แห่ง ผลการตรวจวัดรังสี พบวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นสารกัมมันตรังสีหรือวัตถุที่มีการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในฝุ่นโลหะที่ได้จากหลอมเหล็กเพื่อผลิตโลหะ ภายในโรงหลอมเหล็กแห่งหนึ่งที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

การแก้ไขปัญหาดังกล่าวสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) และกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปราจีนบุรี ที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ 
1. ปิดกั้นพื้นที่โรงหลอมโลหะฯ และทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบโรงงาน ผลการตรวจสอบไม่พบการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137
2. ขนย้ายฝุ่นแดงที่มีการปนเปื้อนวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 นำไปเก็บในที่เหมาะสม
3. ให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี จัดแพทย์ พยาบาล เข้าทำการตรวจสุขภาพพนักงานฯ

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีตรวจพบวัตถุกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ที่หายไปจากโรงไฟฟ้าใน อ.ศรีมหาโพธิ ในโรงถลุงเหล็กเขตอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ว่า ได้สั่งการให้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) ส่วนหน้า ติดตามสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างใกล้ชิดและเฝ้าระวังและดูแลสุขภาพประชาชน ตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุการณ์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า ล่าสุด ได้รับรายงานความคืบหน้าว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ได้ตรวจสอบบริเวณโรงงานที่พบวัสดุกัมมันตรังสีแล้ว ไม่พบการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม รวมถึงตรวจการปนเปื้อนรังสีในร่างกายของคนงานโรงงานทั้ง 70 คน ไม่พบปริมาณรังสีเช่นกัน อย่างไรก็ตาม สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปราจีนบุรี จะติดตามอาการผิดปกติและตรวจเลือดเพื่อเฝ้าระวังสุขภาพคนงาน รวมทั้งญาติผู้ใกล้ชิดในครอบครัวอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะมั่นใจว่าไม่ได้รับผลกระทบจากกัมมันตรังสี

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า ความรุนแรงจากการได้รับรังสีซีเซียม-137 ขึ้นกับความเข้มข้น ระยะเวลาที่สัมผัส และระยะห่างในการสัมผัส โดยหากสัมผัสโดยตรงจะเกิดบาดแผลไหม้จากรังสี เช่น ผิวหนังมีตุ่มน้ำพอง เป็นแผล หรือเนื้อตายได้ เกิดอาการทั่วไป เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ ส่วนผลระยะกลางและระยะยาว จะส่งผลต่อเซลล์ที่มีการแบ่งตัว เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว หรือเส้นผม เป็นต้น

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวด้วยว่า ได้มอบหมายให้กองสาธารณสุขฉุกเฉิน ประสานผู้เชี่ยวชาญในการดูแลผู้ป่วยจากกัมมันตรังสี จัดทำแนวทางการเฝ้าระวังสุขภาพเชิงรุกและแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศดำเนินการ พร้อมทั้งประสานจัดสิ่งสนับสนุน เช่น เครื่องตรวจวัดรังสีเพิ่มเติม ชุดป้องกัน หน้ากากอนามัยชนิดกันอนุภาค รวมทั้งให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพประสานคลินิกเอกชนทั่วประเทศ ร่วมเฝ้าระวังผู้ป่วยที่สงสัยอาจเกิดจากการได้รับรังสีด้วย.