ผู้การปราจีนบุรี เผยจ่อเอาผิดโรงไฟฟ้า ฐานอุปกรณ์หายแล้วไม่แจ้งต่อ จนท.ให้ทราบในทันที เร่งแกะรอยเส้นทางการนำออกจากโรงงาน เชื่อเป็นฝีมือคนใน ยังไม่ฟันว่าฝุ่นปนเปื้อนมาจาก ซีเซียม-137 ที่หายไป

จากกรณีวัสดุกัมมันตรังสี "ซีเซียม-137" (Cesium-137, Cs-137) ของโรงไฟฟ้าในบริษัท NOS 5a ใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี สูญหาย โดยมีลักษณะเป็นแท่งทรงกระบอก มีตะกั่วปกป้องอยู่ชั้นใน และห่อหุ้มด้วยท่อเหล็กกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ประมาณ 6 นิ้ว ความยาว ประมาณ 8-9 นิ้ว น้ําหนัก 25 กิโลกรัม ซึ่งขณะนี้ยังค้นหาไม่พบ ทําให้เกิดความกังวลว่า อาจมีผู้ที่ไม่ทราบว่าเป็นวัตถุอันตราย และมีการสัมผัสจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพ

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 มีนาคม 2566 นายรณรงค์ นครจินดา ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมด้วย นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ นางมาลินี จินดารัตน์ หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดปราจีนบุรี นายพักทอง กิตติวัฒน์ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกันแถลงข่าว

นายเพิ่มสุข สัจจาภิวัฒน์ เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กล่าวว่า หลังได้รับแจ้งว่าวัสดุเก็บสารซีเซียม-137 หายไปจากโรงไฟฟ้าดังกล่าว ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจวัดรังสีในอุตสาหกรรมโรงหลอมโลหะจากเศษเหล็กที่เลิกใช้แล้ว ในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 5 แห่ง โดยทางสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ใช้เครื่องมือวิเคราะห์รังสีในการตรวจสอบ เพื่อใช้สำรวจปริมาณรังสี และวิเคราะห์ชนิดของสารกัมมันตรังสีจากวัตถุต้องสงสัยว่า เป็นสารกัมมันตรังสีหรือวัตถุที่มีการปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 หรือไม่ โดยผลการตรวจสอบพบว่า มีอยู่ 1 โรงงาน ที่มีการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 ในฝุ่นโลหะที่ได้จากการถลุงโลหะ เพื่อทำเหล็กรีดเป็นแท่ง

...

โดยทางผู้เชี่ยวชาญได้เข้าควบคุมและตรวจสอบพื้นที่โรงงานโดยรอบ พบว่า โลหะที่ได้จากกระบวนการผลิต ไม่พบการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีซีเซียม-137 แต่เมื่อตรวจวัดปริมาณรังสีโดยรอบพื้นที่ ในบริเวณโรงงานพบว่า ระดับปริมาณรังสีอยู่ในระดับปกติ ตามปริมาณรังสีในธรรมชาติ นอกจากนี้ได้มีการตรวจสอบคุณภาพอากาศน้ำบริเวณโดยรอบของโรงงานพบว่า ระดับรังสีอยู่ในระดับปริมาณตามปกติปริมาณรังสีในธรรมชาติ ไม่มีการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสีในสิ่งแวดล้อม

ส่วนการปนเปื้อนของสารกัมมันตรังสี ซีเซียม-137 ในฝุ่นแดง เกิดขึ้นจากโรงงานหลอมโลหะรีไซเคิล ที่รับซื้อเศษโลหะมือสองที่มีการปะปนของวัสดุกัมมันตรังสีซีเซียม-137 เข้าไปในกระบวนการหลอมโลหะ และเมื่อวัสดุกัมมันตรังสีเข้าไปในกระบวนการหลอมซีเซียม-137 จะถูกหลอมและระเหยกลายเป็นไอ กระจายอยู่ในเตาหลอม ซึ่งจะมีระบบการกรองของเสียจากกระบวนการผลิต และเป็นการทำงานในระบบปิดทั้งหมด ทำให้ซีเซียม-137 จะปนเปื้อนไปอยู่ในฝุ่นโลหะที่ได้จากกระบวนการหลอม ฝุ่นปนเปื้อนเหล่านี้จะมีระบบกรอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฟุ้งกระจายออกสู่สิ่งแวดล้อม และถูกจัดเก็บควบคุมอยู่ในระบบปิดทั้งหมด ดังนั้น ฝุ่นโลหะปนเปื้อนได้ถูกระงับการเคลื่อนย้าย และจำกัดไม่ให้ออกนอกบริเวณโรงงาน

ทางสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ได้ดำเนินการตรวจวัดการเปรอะเปื้อนทางรังสีนอกร่างกายของผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดภายในโรงงาน ทั้งหมด 70 คน โดยมีคนไทย 10 คน และรายงานต่างด้าวจำนวน 60 คน ผลการตรวจสอบไม่พบการเปรอะเปื้อนทางรังสีของผู้ปฏิบัติงานแต่อย่างใด จึงสามารถสรุปได้ว่า ฝุ่นโลหะปนเปื้อนสาร ซีเซียม-137 มีการปนเปื้อนในบริเวณที่จำกัด และถูกควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญของสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ และเหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่เกิดการแพร่กระจายของสาร ซีเซียม-137 ทั้งดิน น้ำ และอากาศ ไม่เกิดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่โดยรอบและบริเวณใกล้เคียง

พลตำรวจตรีวินัย นุชชา ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี กล่าวว่า หลังจากที่ทางตำรวจได้รับแจ้งจากโรงงานว่า อุปกรณ์บรรจุสารซีเซียม-137 หายไป เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2566 ก็ได้ส่งชุดสืบลงพื้นที่ แต่ติดอุปสรรคที่ทางโรงงานไม่ยินยอมให้เข้า แม้กระทั่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ทางโรงงานยังไม่ให้เข้า จากนั้นทางชุบสืบก็แกะรอยตามกล้องวงจรปิดตามจุดต่างๆ แต่ก็ยังไม่แน่ชัด และขอความร่วมมือกับทางบริษัทเพื่อนำมาวิเคราะห์ ก็คาดว่าน่าจะเป็นคนภายในโรงงาน ที่จะนำวัตถุสิ่งนี้ออกมาจากโรงงาน

...

ผบก.ภ.จว.ปราจีนบุรี กล่าวอีกว่า ได้เรียกพนักงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำมากกว่า 10 ราย ทั้งหมดให้การไม่ทราบ ปฏิเสธไม่รู้เห็นการหายไปของอุปกรณ์ ส่วนในเรื่องของกฎหมาย ทางเจ้าหน้าที่จะแจ้งความผิดตามพระราชบัญญัติพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ฐานอุปกรณ์บรรจุสารกัมมันตภาพรังสีหายแล้วไม่แจ้ง จนท.ให้ทราบในทันที

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถยืนยันได้หรือไม่ว่า เป็นวัสดุที่บรรจุซีเซียม-137 ที่สูญหายไปของโรงงานดังกล่าว หรือไม่ ทางจังหวัดยังไม่สามารถให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่า การตรวจเจอสารดังกล่าวในโรงงานนั้น ไม่บ่งบอกว่าเป็นแท่งเหล็กซีเซียม-137 ที่หายไป โดยจะพยายามสืบสวนสอบสวนหาข้อมูลโดยละเอียดอีกครั้ง.