พระจากสำนักสงฆ์อ่างเขาละโมก ออกบิณฑบาตเช้าที่ อ.แก่งหางแมว ตกใจคิดว่าเสียงฟู่ๆ นึกว่าเจองูเห่า สุดท้ายพบลูกช้างป่าป่วยดิ้นทุรนทุรายก่อนจะขาดใจตาย พบร่องรอยถูกยิงแต่ไม่น่าทำให้ถึงตาย
เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบลูกช้างเพศผู้อายุประมาณ 5-6 ปี นอนเสียชีวิตอยู่ในสวนทุเรียนของนางกินรี ใจดี อายุ 45 ปี ชาวบ้านพื้นที่หมู่ 6 ต.พวา อ.แก่งหางแมว ก่อนหน้านี้มีพระสงฆ์จากสำนักสงฆ์อ่างเขาละโมก อยู่ห่างจากบริเวณจุดเกิดเหตุประมาณ 500 เมตร เดินออกมาบิณฑบาตและได้ยินเสียงร้องดังคล้ายกับเสียงงูเห่ากำลังส่งเสียงขู่ แต่เมื่อตนเองมองหาตามเสียงจึงพบว่าเป็นช้าง กำลังดิ้นทุรนทุราย เหมือนได้รับบาดเจ็บสาหัส จึงไปแจ้งให้ชาวบ้านได้รับทราบ
จากนั้นชาวบ้านจึงได้ประสานเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ให้เข้าตรวจสอบ สุดท้ายลูกช้างตัวดังกล่าวทนไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบเบื้องต้นของทางเจ้าหน้าที่พบว่าช้างที่เสียชีวิตเป็นช้างเพศผู้อายุประมาณ 6 ปี บริเวณช่วงท้องมีลักษณะป่องผิดสังเกต มีเลือดออกตามผิวหนังบริเวณรูขุมขน และมีแผลถูกกระสุนปืนยิงบริเวณช่วงลำคอแต่เป็นบาดแผลที่ไม่ลึก และไม่ใช่บาดแผลที่ทำให้เสียชีวิต
...
เบื้องต้นคาดการณ์ว่า อาจจะถูกสารพิษหรือรับประทานพืชบางอย่างจนทำให้ร่างกายได้รับสารพิษมากเกินขนาด โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการเตรียมเคลื่อนย้ายซากช้างไปผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แน่ชัด ยังสำนักงานหน่วยพิทักษ์ป่าคลองครก หมู่ 10 ต.พวา อ.แก่งหางแมว
สอบถามพระสงฆ์ที่มาพบเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะนั้นอาตมาเองเดินออกมาบิณฑบาตในช่วงเวลา 06:24 น. ได้ยินเสียงร้องคล้ายกับเสียงงูเห่า แต่เมื่อตามหาเสียงให้ชัดเจนแล้วปรากฏว่าเป็นช้างที่ได้รับบาดเจ็บจึงได้ไปแจ้งให้ชาวบ้านได้ทราบ
ชาวบ้านในพื้นที่ยังให้ข้อมูลว่าบริเวณดังกล่าวมักมีช้างโขลงใหญ่ 20 ถึง 30 ตัวข้ามมาจากเขตพื้นที่หมู่ 10 เข้ามาหากินในพื้นที่บริเวณดังกล่าวซึ่งเป็นพื้นที่หมู่ 6 แทบทุกคืน.