รองเจ้าอาวาสวัดหัวเขา อ.เมือง ปราจีนบุรี แจงกรณีพระข่มขืนเณร หลังเจ้าตัวปฏิเสธก่อนจะหายออกจากวัดไป ด้านปลัดอำเภอเมืองบุกกุฏิพบจีวรเครื่องนอนอยู่ แต่ของมีค่าหายหมด พบจานข้าวบูดเน่าคล้ายรีบไป
จากกรณีหลวงตาพระลูกวัดของวัดหัวเขา ต.บ้านพระ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี มีพฤติกรรมหลอกลวงสามเณร อายุ 11 ปี ให้ขึ้นไปพบที่กุฏิในเวลากลางวันและกลางคืน ก่อนที่จะลงมือล่วงละเมิดทางเพศจนสำเร็จความใคร่ถึง 6 ครั้งตั้งแต่เดือน ม.ย.-ธ.ค. 2565 โดยหลวงตาถาวรมีของแลกเปลี่ยนเป็นโทรศัพท์เก่าๆ กับสามเณรมาใช้ 2 เครื่อง เพื่อเป็นการปิดปาก พร้อมกำชับสามเณรห้ามนำเรื่องดังกล่าวไปบอกกับใครเด็ดขาด และในขณะล่วงละเมิดยังบอกให้อยู่เฉยๆ ด้วยความกลัว สามเณรจึงไม่กล้าบอกใคร
จนกระทั่งเรื่องแดงเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2565 สามเณรผู้เสียหายเกิดป่วย เพราะการอักเสบของช่องทวารหนัก ญาติทางแม่จึงพาสามเณรไปพบแพทย์ที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร หลังจากแพทย์ตรวจพบว่าทวารหนักอักเสบรุนแรงจนเป็นไข้ มีร่องรอยคล้ายการถูกล่วงละเมิดทางเพศ จึงตรวจอย่างละเอียดและซักถาม จึงรู้ว่าสามเณรถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2566 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปวัด พบกับสามเณร ผู้เสียหาย ที่ยังมีท่าทางหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กล่าวว่า พระที่ล่วงละเมิดทางเพศชื่อหลวงตาถาวร ตอนที่อยู่วัดบนเขาจำได้เขาทำ 6 ครั้ง เขาบอกว่าอย่าไปบอกใครเขาจะซื้อโทรศัพท์ให้ 2 เครื่อง จนวันที่ไม่สบายแล้วหมอตรวจ ตนไม่อยากโกหก เมื่อหมอถามตนจึงบอก โดยหลวงตารายนี้ได้ล่วงละเมิดไปประมาณ 3-4 ครั้ง และตอนที่มาบวชหน้าไฟหลวงตาเขาได้เชิญไปที่กุฏิเขาที่เป็นห้องรกๆ แล้วเขาก็ไปทำอนาจารกับผม ส่วนห้องที่เขาพาไปในตอนนี้มันพังไปแล้ว ตอนไปหาหมอ หมอเขาถามว่าเป็นสังคังทายามันควรจะหาย แล้วทำไม่ยังไม่หาย และหมอเขาถามมาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือเปล่า ครั้งแรกตอบหมอไปว่าไม่ แต่พอไปหาหมอรอบที่ 3 จึงยอมพูดความจริง
ด้าน นางสาวน้อย (นามสมมติ) เเม่ของเณรผู้เสียหาย กล่าวว่า พาลูกไปหาหมอที่อนามัยเนื่องจากลูกคัน พอไปทำแผลและตรวจร่างกายหมอ จึงให้พาน้องไปตรวจที่โรงพยาบาล เพราะว่ามันต้องมีมากกว่าที่เป็นแผล ตอนนั้นน้องไม่ได้เล่าอะไรให้ฟัง พอไปตรวจร่างกายเขาให้แม่ลงชื่อยินยอมให้ตรวจ หมอได้ถามน้องว่าสาเหตุเป็นมายังไงให้น้องเล่าให้ฟัง น้องเล่าว่าน้องเขาโดนล่วงละเมิดเพื่อแลกกับโทรศัพท์ เขาบวชได้เดือนกว่าๆ แล้วน้องเขาโดนกระทำมาตลอด ตอนนี้เขาบวชได้ 6 เดือนแล้ว
เวลานี้เณรเขารู้สึกกลัว เขาอยากสึก ตอนนี้ตนจึงนำเณรมาอยู่ใกล้บ้าน และได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ตำรวจบอกให้รอตามเรื่อง ตนเคยไปถามกับคนที่กระทำลูกเณรแล้วเขาไม่ยอมรับ และมารู้อีกทีเขากับเจ้าอาวาสได้พากันหนีไปแล้วก่อนปีใหม่ ก่อนที่ตนจะไปแจ้งความ ตอนนี้ตนมีความกังวลในเรื่องของคดีว่ามันจะล่าช้า ส่วนในเรื่องของจิตใจเณรในตอนนี้เราก็คอยคุยกับเขาอยู่ตลอด เขาก็อยากจะสึกอย่างเดียว เขายังเคว้งๆ ยังกลัวอยู่ เณรเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่ 5 วัน เบื้องต้นแพทย์แจ้งว่าน้องเณรมีอาการติดเชื้อจากแผลที่ทวารหนัก และพบการถูกล่วงละเมิดทางเพศ
พระสายัณห์ ธีปะธรรมโม รองเจ้าอาวาสวัดหัวเขา เบื้องต้นพระองค์ดังกล่าวเป็นคนจังหวัดนครสวรรค์ มาบวชที่จังหวัดนครราชสีมา พรรษาแรกมาอยู่ที่ปราจีนฯ ต่อมาน้องสาวของพระอยากให้พระน้องชายมาอยู่ใกล้ๆ พรรษาที่ 2 มาอยู่ที่วัดหัวเขา พรรษาที่ 3 อยู่ที่วัดใหม่สามัคคี บ้านพระ หลังจากนั้นพระได้ขอหลวงพี่ไปอยู่ด้วย จากนั้นพ่อของเณรทราบข่าว ได้ถามหลวงตาถาวรได้ทำกับเณรจริงไหมแต่เขาปฏิเสธ จากนั้นพ่อเณรบอกว่าถ้าไม่รับจะไปแจ้งความ สักชั่วโมงเขาก็โทร.ให้พี่ชายเขามารับประมาณ วันที่ 30 ธันวาคม 65 ส่วนที่วัดไม่มีเด็กมีแต่พระแก่ๆ อยู่ วันที่ไปเขาบอกกับน้องเขยว่าจะไปหาหมอ แต่ในทำนองว่าเขาจะร้อนตัวอยู่ไม่ได้ว่าตำรวจจะมา แต่บอกน้องสาวว่าจะไปหาหมอดังกล่าว
...
ด้าน นายธิติ กิตติวิทิตคุณ ปลัดอำเภอเมืองปราจีนบุรี ได้ขออนุญาตทางเจ้าอาวาสวัดหัวเขา เพื่อขอเข้าไปตรวจกุฏิของพระที่ถูกกล่าวหา พบว่ากุฏิดังกล่าวนั้น จีวรเครื่องนอนยังอยู่ครบแต่สิ่งมีค่าหรือของมีค่าทั้งหมดได้ถูกขนออกไปก่อนหน้านี้แล้ว อีกทั้งยังพบว่ามีอาหารใส่จานอยู่บริเวณข้างที่นอน มีกลิ่นเน่าบูดส่งกลิ่นเหม็นคละคลุ้งคล้ายกับว่าไม่ได้มีเวลาเก็บของก่อนจะออกไป โดยหลังจากนี้ทางเจ้าคณะตำบลผู้ปกครองสงฆ์ ก็ได้ประชุมหารือเกี่ยวกับพระรูปนี้ ถ้าไม่เข้ามารายงานตัวภายในกำหนด ก็จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่เข้ามาภายในเวลาที่กำหนดจะถือว่าให้พ้นจากการเป็นพระ.
...