กรมวิชาการเกษตร วางไทม์ไลน์ บริหารจัดการทุเรียนปี 2566 กระชับมาตรฐานทุเรียนไทยรับผลผลิตทยอยออก มี.ค. มากสุด เม.ย. เพื่อให้สอดคล้องกันกับนโยบายของประเทศคู่ค้า
เมื่อวันที่ 13 ม.ค. 66 นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมได้วางแผนการบริหารจัดการทุเรียนภาคตะวันออกปี 2566 เป็นไทม์ไลน์เพื่อหน่วยงานปฏิบัติขับเคลื่อนภารกิจในการคุมมาตรฐานการผลิตทุเรียนไทยตามนโยบายของนางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำชับให้มีการวางแผนปฏิบัติเพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน
โดยแผนนี้กรมวิชาการเกษตรได้กำหนดให้ต้องปฏิบัติในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำคือสวน กลางน้ำคือโรงคัดบรรจุ และปลายน้ำคือด่านตรวจพืชทุกด่านเพื่อร่วมมือกันรักษามาตรฐานของทุเรียนไทยและผลไม้ไทย ยกระดับเป็นผลไม้พรีเมียมไปสู่ตลาดโลก โดยนอกจากปฏิบัติตามระเบียบกฏหมายไทยแล้วให้สอดคล้องกันกับนโยบายของประเทศคู่ค้าโดยเฉพาะตามพิธีสารไทย-จีนด้วย ซึ่งในปี 2566 สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ได้รายงานว่าผลผลิตทุเรียนในภาคตะวันออกจะเพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 4.85 ของผลผลิตปี 2565 ซึ่งมีประมาณ 3.3 แสนตัน ดังนั้นการรักษามาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อไม่ให้กระทบต่อการส่งออกในระยะต่อไป
...
สำหรับแนวปฏิบัติของกรมวิชาการเกษตรกำหนดเป็น 3 ช่วงครอบคลุมห้วงเวลาตั้งแต่เริ่มฤดูผลผลิตถึงหมดฤดูทุเรียนคือก่อนเก็บเกี่ยว (ระหว่างธ.ค. 65-ก.พ. 66) กำหนดให้มีการดำเนินการตั้งแต่การฝึกอบรมสวนแปลงเกษตร การฝึกอบรมผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุ (ล้ง) การรับรองแปลงจีเอพี การทำสถานะสวนและล้งให้เป็นปัจจุบันการส่งข้อมูลแปลงรับรองให้ทางการจีน และจัดอบรมนายตรวจพืชภาคปฏิบัติรวมถึงฝึกอบรมผู้ประกอบการส่งออกและตัวแทน และในช่วงเก็บเกี่ยว (ก.พ.-มิ.ย.) กำหนดให้เกษตรกรแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจรับรองเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้งหากเก็บเกี่ยวผลผลิตก่อนวันที่จังหวัดกำหนด เจ้าหน้าที่สุ่มตรวจเปอร์เซ็นต์น้ำหนักแห้ง ณ สวนและโรงคัดบรรจุเพื่อเฝ้าระวังทุเรียนอ่อน และให้นายด่านตรวจพืชพื้นที่เข้าตรวจศัตรูพืช ณ โรงคัดบรรจุ และปลายทางด่านตรวจพืชออกใบรับรองสุขอนามัยพืช ผ่านระบบ e-phyto และหลังการเก็บเกี่ยว (มิ.ย.-ธ.ค.) ต้องมีการฝึกอบรมเกษตรกรเรื่องการจัดการสวนหลังการเก็บเกี่ยว ให้ความรู้เกษตรกรเรื่องการจัดการศัตรู
ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี ได้คาดการณ์ปริมาณผลผลิตทุเรียนในภาคตะวันออก 3 จังหวัด จันทบุรี ระยอง และตราด ว่าจะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.85 ของผลผลิตปี 65 ที่มีปริมาณผลผลิตอยู่ที่ 335,278 ตัน โดยผลผลิตจะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่มี.ค.เป็นต้นไปและออกมากในช่วงเดือนเม.ย.