ตำรวจพานทอง สอบครูสอนสังคมซึ่งอาสาขับรถรับส่งนักเรียน กับครูสาวคนดูแลเด็ก กรณีน้องจีฮุน ด.ญ.7 ขวบ ถูกลืม จนตายในรถตู้โรงเรียน ครูสาวยอมรับประมาทที่ดูแลเด็กไม่ทั่วถึง ด้านคนขับยืนยันไม่ได้ล็อกประตูรถ ก้มที่พื้นใต้เบาะถึง 3 รอบไม่เห็นขาเด็ก และไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศอย่างที่แม่สงสัยแน่นอน ขณะที่รองผอ.บอกเด็กตายจากฮีตสโตรก
จากเหตุการณ์เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 30 สิงหาคม เด็กหญิงเขมนิจ ทองอยู่ หรือน้องจีฮุน อายุ 7 ขวบ นักเรียนชั้น ป.2/2 ถูกลืมไว้ในรถตู้รับส่งนักเรียน โรงเรียนเพลินจิตวิทยา หมู่ 10 ต.พานทอง อ.พานทอง จ.ชลบุรี จนเสียชีวิต ถูกพบในสภาพคว่ำหน้ามีเลือดออกปากตัวซีด ศพถูกส่งไปผ่าชันสูตรที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ
ส่วนที่อ.พานทอง ชลบุรี เวลา 10.00 น. วันที่ 31 ส.ค. พ.ต.อ.นันท์นภัส อิ่มพร ผกก.พิสูจน์หลักฐานภาค 2 ได้เดินทางมาพร้อมทีมงาน ทำการตรวจคราบรอยนิ้วมือบนรถตู้ทั้งคัน และเวลาเดียวกัน พ.ต.ต.ประเสริฐ กุลบุตรดี สว.(สอบสวน) สภ.พานทอง ได้เชิญนายบุญลือ แก้วดวงศรี อาจารย์สอนวิชาสังคม ที่มาช่วยขับรถของโรงเรียนวันเกิดเหตุ และ น.ส.อารยา วายุวรรธนะ ครูเวรที่ดูแลเด็กในรถตู้วันที่เกิดเหตุ มาสอบปากคำ
โดยพ.ต.ต.ประเสริฐ กุลบุตรดี สว.เจ้าของคดีเผยว่า เบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหาอะไรกับใคร เนื่องจากต้องรอผลพิสูจน์จากแพทย์เสียก่อน ซึ่ง น.ส.อารยา วายุวรรธนะ ครูเวร ให้การรับสารภาพว่า ประมาทเองที่ดูแลเด็กไม่ทั่วถึงและเสียใจในเรื่องที่เกิดขึ้น อยากขอโทษครอบครัวเด็ก
ด้านนายบุญลือ อาจารย์สอนสังคม คนขับ เผยว่า ขับรถออกจากโรงเรียน ตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 น. โดยมี น.ส.อารยา วายุวรรธนะ เป็นครูผู้ดูแลเด็กนักเรียนประจำรถ ไปรับเด็กนักเรียนในพื้นที่ ต.บ้านเก่า ซึ่งมีนักเรียนทั้งหมด 7 คน โดยรับ ด.ญ.เขมนิจ หรือน้องจีฮุน เป็นคนที่ 6 จากทางเข้าซอย 13 จากนั้นได้ไปรับเด็กนักเรียนอีก 1 คน บริเวณหน้าธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านเก่า และมาถึงโรงเรียนในเวลาประมาณ 07.25 น. โดยนายบุญลือ ได้ขับรถมาจอดหน้าอาคารอนุบาลภายในโรงเรียน มี น.ส.อารยา และคุณครูอีก 2 คน ช่วยกันนำเด็กนักเรียนลงจากรถ เสร็จแล้ว นายบุญลือได้ขับรถมาจอดไว้ที่โรงรถของโรงเรียน นำกุญแจรถวางไว้ช่องเก็บสิ่งของด้านขวาประตูฝั่งคนขับ โดยไม่ได้ล็อกรถไว้แต่อย่างใด
...
ต่อมา เวลาประมาณ 16.30 น. ได้ไปที่จอดรถ เพื่อจะพานักเรียนขึ้นรถกลับบ้านพัก ปรากฏว่าได้พบร่าง ด.ญ.เขมนิจ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในรถคันดังกล่าว ตนยืนยันว่าได้ตรวจสอบภายในรถ เพื่อเช็กว่ายังมีเด็กนักเรียนหลงเหลืออยู่บนรถหรือไม่ รวมถึงก้มลงไปดูที่พื้นใต้เบาะที่นั่งแต่กลับไม่พบขาของเด็กเลย ดูอยู่ 3 รอบ จึงมั่นใจตามที่ครูผู้ดูแลรายงานว่าเด็กนักเรียนลงครบแล้ว จึงปิดประตูเก็บรถตามปกติ ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าน้องจีฮุนจะติดอยู่ในรถ ส่วนประเด็นที่พ่อแม่ติดใจ เรื่องการทำร้ายร่างกาย และอาจจะถูกข่มขืนอำพรางศพนั้น ยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรเด็ก ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้ผลชันสูตรศพมายืนยันความบริสุทธิ์อีกที อยากขอโทษพ่อแม่ของน้อง ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น
จากนั้นเวลา 15.00 น. นายสิทธิชัย สุอังคะ ผอ.โรงเรียนเพลินจิตวิทยา และนายสิริพงศ์ นวสกุลธนนนท์ รอง ผอ. ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงจึงเดินทางกลับ โดยนายสิริพงศ์ นวสกุลธนนนท์ รอง ผอ.ได้เปิดเผยกับทีมข่าวสั้นๆ ระบุว่า 30 ปีไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้ กำลังจะไปไหว้ผู้ปกครอง ทางโรงเรียนพร้อมเยียวยาตั้งแต่วันแรกที่เกิดเหตุ แต่ผู้ปกครองไม่ยอมคุยด้วย ทางโรงเรียนพร้อมคุย “จะไปรอ ต้องคุยกันเดี๋ยวต้องมีคนกลาง ย้ำว่าผมคนจริง พร้อมจะคุย แต่ทางผู้ปกครองยังไม่พร้อม” นายสิริพงศ์ กล่าว
ส่วนประเด็นที่มีการพูดถึงเรื่องกระทำชำเรานั้น รองผอ.ยืนยันว่า ทางโรงเรียนไม่มีเรื่องการกระทำชำเรา ทำร้าย ไม่มีอยู่แล้ว แล้วผลก็ออกมาสอดคล้อง ทำไมถึงมั่นใจ เราทำโรงเรียนมา 30 ปีแล้ว แล้วครูก็อยู่กันมาอายุงานก็ 30 ปี คนวัยนั้นมันไม่ใช่แบบนั้นอยู่แล้ว ส่วนเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต ทราบข่าวว่าเป็นฮีตสโตรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างอุทยานพานทอง ได้เดินทางไปพบกับนายไทยอนันต์ ทองอยู่ และ น.ส.เมทิกา พ่อแม่ของน้องจีฮุน ที่รพ.ตำรวจ กทม. เพื่อนำศพกลับ แต่ปรากฏว่าพ่อแม่เด็กยังแคลงใจสาเหตุการเสียชีวิตของน้องจีฮุน ได้ร้องขอแพทย์ให้ผ่าพิสูจน์ร่างน้องจีฮุนให้ละเอียดอีกครั้ง จึงยังไม่ได้รับศพกลับมาบำเพ็ญกุศลตามกำหนดการ.