พบแล้วดอกไม้ สาวกะเหรี่ยง ที่แท้หนีไปอยู่กับเพื่อน เผยปมชีวิตอึดอัดใจ สามีเลี้ยงดูไม่ดี ให้เงินไม่พอใช้ ทำให้รู้สึกอยากจะไปจากเขา เมื่อหมดรักแล้วเลยหนีมาโดยไม่บอกใคร ด้าน ตร.จ่อเอาผิดคนพาหนี

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 19 พฤษภาคม 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัว นางสาวหลาย หรือดอกไม้ สาวกะเหรี่ยง วัย 27 ปี หน้าตาดี มีอาชีพขับรถขายไอศกรีม ในพื้นที่อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ที่ตกเป็นข่าวหายตัวไป เหลือไว้เพียงรถขายไอศกรีมจอดทิ้งไว้ข้างทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรทุ่งเบญจาต้องทำงานอย่างหนักร่วมกับชุดสืบสวนของตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี โดยใช้เวลาในการสืบเสาะแกะรอยจากกล้องวงจรปิดถึงสองวัน จนทราบเบาะแสว่ามีผู้มารับไป จนเป็นเหตุให้ติดตามรถต้องสงสัยเป็นรถกระบะสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน บจ 1933 ระยอง มีนายอิทธิพล รัชคง อายุ 41 ปี ซึ่งเป็นคันเดียวกันกับที่ปรากฏในคลิปจากภาพวงจรปิด

จากการสอบถามทราบว่า ดอกไม้ ไปอาศัยอยู่กับเพื่อนที่เป็นผู้หญิง มีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยว โดยสาเหตุที่ทำให้ต้องหนีไปคือ มีความคับแค้นใจที่ตนเองอาศัยอยู่กับสามี แต่สามีไม่เคยให้เงินไว้ใช้เลย ให้ใช้เพียงวันละ 100-200 บาท แต่ตนเองมีภาระที่จะต้องส่งเงินให้แม่ซึ่งไม่ค่อยสบาย แต่ก็ไม่มีเงินให้ ตนเองจึงรู้สึกที่อยากจะไป อยากจะเลิกคบกับสามีคนปัจจุบัน

"โดยแม้ตอนแรกจะอยากเลิก แต่ติดตรงที่ว่าตัวเองมีลูกด้วยกันหนึ่งคน อายุประมาณหกขวบแล้ว ซึ่งแม่ของตนเองเป็นคนเลี้ยงดูอยู่ในขณะนี้ ก็กลัวลูกจะไม่มีพ่อด้วย แต่ตอนนี้ทนไม่ไหว จึงคิดวางแผนให้เพื่อนมารับ แล้วหนีไปโดยที่ไม่ได้บอกญาติให้ทราบเลย ตัวเองเพิ่งเห็นข่าวในวันนี้ ไม่คิดว่าจะทำให้ทุกคนเดือดร้อน และฝากขอโทษสังคม ขอโทษทุกคนมาด้วย" หญิงสาวชาวกะเหรี่ยง กล่าว

ผู้สื่อข่าวยังถามต่อว่า ตอนที่โทรมาสั่งก๋วยเตี๋ยวอยากกินจริงๆ หรือไม่ นางสาวดอกไม้ ตอบชัดเจนว่า ไม่ เพียงแค่ต้องการหลอกสามีเท่านั้น และตนเองไม่อยากกลับไปอีก ส่วนก๋วยเตี๋ยวก็ไม่อยากกิน และตนเองหมดรักสามีคนนี้แล้ว

โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการทำบันทึก และจะเรียกตัวเจ้าของรถผู้ที่ขับไปรับสาวดอกไม้มาแจ้งข้อกล่าวหาด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้ให้ความอันเป็นเท็จกับเจ้าพนักงาน จนทำให้มีการติดตามตัว หรือทำงานด้วยความยากลำบาก

ส่วน นางน้อย ซึ่งเป็นพี่สาวของดอกไม้ก็รู้สึกดีใจที่ได้พบกับน้องสาว แต่ก็ยังเสียใจที่น้องทำแบบนี้โดยไม่บอกเลยสักคำ และฝากขอบคุณทุกคนที่ช่วยตามหา และขอโทษทุกฝ่ายด้วยที่ทำให้เดือดร้อน โดยที่สุดท้ายการหายตัวไปกลับกลายเป็นเรื่องน่าสงสาร ที่หญิงสาวชาวกะเหรี่ยง ต้องเจอปัญหาชีวิตครอบครัวแบบนี้.