ปภ.สรุปน้ำท่วม 11 จว. กระทบกว่า 3.3 แสนครัวเรือน จันทบุรีท่วมหนัก 6 อำเภอ

ข่าว

    ปภ.สรุปน้ำท่วม 11 จว. กระทบกว่า 3.3 แสนครัวเรือน จันทบุรีท่วมหนัก 6 อำเภอ

    ไทยรัฐออนไลน์

    13 ต.ค. 2564 21:43 น.

    ปภ.สรุปน้ำท่วมรวม 11 จังหวัดกระทบกว่า 3.3 แสนครัวเรือน ส่วน จันทบุรี น้ำท่วมรวม 6 อำเภอ รับผลกระทบไม่น้อยกว่า 5 พันครัวเรือน ถนนสายแสลง-วังแซ้ม คอสะพานหน้าวัดแสลง น้ำเซาะขาด


    กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุ “เตี้ยนหมู่” ในช่วงวันที่ 23 ก.ย. - 7 ต.ค. 64 เกิดอุทกภัยใน 33 จังหวัด รวม 224 อำเภอ 1,189 ตำบล 8,099 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 331,440 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 14 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 22 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ใน 11 จังหวัด (ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี) ซึ่ง ปภ. ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชนต่อไป

    ขณะที่ ปภ.จันทบุรี รายงานสถานการณ์อุทกภัย กรณีฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงค่ำวานนี้ (12 ต.ค. 64) ทำให้มวลน้ำจำนวนมากไหลเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่ทางการเกษตร และถนนหลายสายในเขตตัวเมืองจันทบุรี เบื้องต้นมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองจันทบุรี อ.ท่าใหม่ อ.ขลุง อ.มะขาม อ.แหลมสิงห์ และ อ.เขาคิชฌกูฏ รวม 32 ตำบล 162 หมู่บ้าน 9 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 5,000 ครัวเรือน ประมาณ 15,000 คน ระดับน้ำท่วมชุมชนโดยรอบสูงเฉลี่ย 1-1.5 เมตร น้ำท่วมถนนสูงเฉลี่ย 0.30-1.00 เมตร

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา วันที่ 13 ต.ค. 64 ผู้สื่อข่าวเข้าตรวจสอบ สะพานคลองแสลง ถนนสายแสลง-วังแซ้ม ด้านหน้าวัดแสลง ม.2 ต.แสลง อ.เมือง จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นสะพานคอนกรีตเชื่อมเส้นทางหลักระหว่าง ม.2 กับ ม.3 ต.แสลง หลังจากคอสะพานขาดพังเสียหายตั้งแต่กลางดึกที่ผ่านมา ที่ได้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่วานนี้และตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดปริมาณน้ำจำนวนมากไหลลงคลองแสลง ก่อนจะเอ่อเข้าท่วมสวนผลไม้ และไหลทะลักกัดเซาะคอสะพานจนเกือบขาด ไม่สามารถใช้เส้นทางสัญจรได้

    ทางเจ้าหน้าที่ แขวงทางหลวงชนบท และชาวบ้านในพื้นที่ ได้นำเอาแท่งแบริเออร์ขนาดใหญ่ มาวางปิดกั้นบนเส้นทางช่วงคอสะพานที่ขาด พร้อมทั้งติดตั้งป้ายสัญญาณเตือนงดใช้เส้นทางดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจสอบ พบว่า ช่วงคอสะพานที่เป็นถนนสวนเลน พื้นผิวถนนลาดยางได้ทรุดตัวลงยาวประมาณ 6 เมตร กว้างและลึกกว่า 1 เมตร ด้วยมวลน้ำในคลองยังคงไหลแรงอย่างต่อเนื่อง ได้กัดเซาะจนเป็นโพรงขนาดใหญ่

    จากการสอบถาม นายชัยรงค์ บุญโกย อายุ 62 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับสะพาน ก็ทราบว่า ถนนสายนี้ปกติมีรถใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นถนนหลักเข้าสู่ตัวเมือง ยิ่งในช่วงฤดูผลไม้ จะมีรถบรรทุกใช้ขนส่งผลผลิต ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีฝนตกหนักต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำในคลองไหลแรงและเพิ่มสูงขึ้น ประกอบคอสะพานมีรอยทรุดอยู่ก่อนหน้านี้ แต่รถยังสามารถใช้เส้นทางผ่านสัญจรได้ จนกระทั่งมาเมื่อคืนได้มีรถบรรทุกวิ่งผ่าน ด้วยน้ำหนักที่บรรทุกมาทำเอาพื้นถนนที่ทรุดได้พังมากกว่าเดิม และมวลน้ำได้กัดเซาะจนขาดในที่สุด แต่ยังโชคดีที่ไม่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ซึ่งแขวงทางหลวง จึงได้นำแบริเออร์มาตั้งไว้เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย และจะมีการซ่อมแซ่มอีกหลังจากน้ำลดระดับลงแล้ว

    จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ปภ.จ.จันทบุรี ได้สรุปประเมินสถานการณ์เบื้องต้น มีพื้นที่ประสบอุทกภัย รวม 6 อำเภอ ยังมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ถนนสายรองและถนนที่เชื่อมต่อในเขตเมือง/ชุมชน ยังคงมีน้ำท่วมขังสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ สำหรับถนนสายหลัก (สุขุมวิท/จันทบุรี-สระแก้ว) สามารถสัญจรได้ตามปกติ ซึ่งหากคืนนี้ ฝนไม่ตกลงมาเพิ่มคาดสถานการณ์น้ำจะคลี่คลาย.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    น้ำท่วมน้ำท่วม 2564ข่าวน้ำท่วมวันนี้น้ำท่วมจันทบุรีแม่น้ำจันทบุรีน้ำเซาะคอสะพานถนนขาดถนนสายแสลง-วังแซ้มสะพานคลองแสลงจันทบุรีปภ.จันทบุรีข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 15:23 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์