"จุรินทร์" ประกาศ 17 มาตรการ ดูแลผลไม้ปี 65 ล่วงหน้า ปลื้มส่งออกช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ นำรายได้เข้าประเทศถึงกว่า 1.6 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 64 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ประชุมเตรียมการดูแลผลไม้ปี 2565 โดยเป็นการกำหนดมาตรการเพื่อบริหารจัดการผลไม้ล่วงหน้าทั้งระบบ โดยมี นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีต ส.ส.จังหวัดจันทบุรี นายอิทธิพล จังสิริมงคล นายชรัตน์ เนรัญชร นายชาติชาย วรพิพัฒน์ ตัวแทนเกษตรกรผู้ประกอบการและผู้รับซื้อ ผู้ส่งออก ผู้บริการขนส่ง ทูตพาณิชย์ในต่างประเทศ และพาณิชย์จังหวัดที่มีสินค้าผลไม้ ร่วมรับฟังนโยบาย พร้อมผู้บริหารระดับสูง 2 กระทรวง ณ โครงการศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ ต.วังโตนด อ.นายายอาม จ.จันทบุรี โดยเป็นการสัญจรลงพื้นที่ตามภารกิจ "จุรินทร์ออนทัวร์ ภาคตะวันออก" ซึ่งการประชุมหารือดังกล่าว ได้สรุปผลการแก้ไขปัญหาปี 2564 และที่ผ่านมาได้เตรียมการแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม พร้อมเปิดเวทีรับฟังปัญหาเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง จากนั้นแถลงสรุปมาตรการ

โดย นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาประชุมร่วมกับตัวแทนเกษตรกร ตัวแทน SMEs แปรรูปผลไม้ ล้ง ผู้ประกอบการ ส่วนราชการจังหวัด และกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งหน่วยงานราชการทั้งหมดใน จ.จันทบุรี จ.ระยอง และ จ.ตราด เพื่อกำหนดแนวทางในการเตรียมการมาตรการรองรับผลไม้ปี 2565 ที่จะออกไตรมาสแรกและไตรมาสสองของปีหน้า ซึ่งจะมีการกำหนดมาตรการล่วงหน้าก่อน 6 เดือน โดยมาตรการผลไม้เชิงรุกมี 17 มาตรการ ดังนี้

1. มาตรการเร่งรัดตรวจและรับรอง GAP ซึ่งมีเป้าหมายในปี 2565 ไม่ต่ำกว่า 120,000 แปลง 2. มาตรการช่วยผู้ประกอบการ หรือเกษตรกร หรือล้งกระจายผลผลิตผลไม้ออกนอกแหล่งผลิต กิโลกรัมละ 3 บาท ปริมาณ 80,000 ตัน 3. มาตรการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ส่งออก โดยจะช่วยเหลือดอกเบี้ยร้อยละ 3 และช่วยผู้ส่งออกที่ส่งออกผลไม้อีกกิโลกรัมละ 5 บาท ปริมาณ 60,000 ตัน 4. กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ จะสนับสนุนให้มีการใช้พระราชบัญญัติเกษตรพันธสัญญา การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้าด้านผลไม้ โดยจะสนับสนุนให้มีการทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เพื่อเกษตรกรได้ทราบว่าขายผลไม้ได้เท่าไร มีคนซื้อที่มีหลักประกัน เซ็นสัญญาตามกฎหมายชัดเจนไม่ต่ำกว่า 30,000 ตัน 5. มาตรการส่งเสริมการบริโภคผลไม้ในประเทศ ประสานงานกับสายการบินต่างๆ เปิดโอกาสให้โหลดผลไม้ขึ้นเครื่องบินในประเทศไทยฟรี 25 กิโลกรัม ตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2565 เป็นต้นไป

6. มาตรการช่วยสนับสนุนกล่อง พร้อมค่าจัดส่งผลไม้ที่ขายตรงจากเกษตรกรหรือกลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ไปยังผู้บริโภคโดยตรง โดยสนับสนุนกล่องมากขึ้นกว่าปี 2564 ที่สนับสนุน 200,000 กล่อง ปี 2565 จะสนับสนุนถึง 300,000 กล่อง 7. ในช่วงที่ผลไม้ออกเยอะ กระทรวงพาณิชย์จะสนับสนุนให้มีรถเร่ รถโมบายไปรับซื้อผลไม้ และนำออกจำหน่ายสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยปี 2557 จะสนับสนุนที่ 15,000 ตัน 8. ประสานงานกับห้างท้องถิ่นและปั๊มน้ำมันต่างๆ เปิดพื้นที่ระบายผลไม้ให้กับเกษตรกร โดยเพิ่มปริมาณจากปี 2564 ที่ช่วย 1,500 ตัน ปี 2565 จะเพิ่มเป็น 5,000 ตัน 9. จะทำเซลล์โปรโมชั่นในการส่งเสริมการขายผลไม้ในต่างประเทศ ซึ่งใช้ชื่อโครงการ Thai Fruits Golden Months ดำเนินการในตลาดจีนซึ่งเป็นตลาดใหญ่ 12 เมือง เช่นเดียวกับปี 2564 ซึ่งเป็นมาตรการที่ได้ผลดีมาก 10. จะจัดการเจรจาจับคู่ซื้อขายผลไม้ทางธุรกิจในระบบออนไลน์ หรือที่เรียกว่า OBM มุ่งเน้นตลาดใหม่ เช่น อินเดียและรัสเซีย เป็นต้น 11. จะส่งเสริมการขายผลไม้ในต่างประเทศในรูปแบบ THAIFEX-Anuga Asia จัดงานส่งเสริมการบริโภคผลไม้ระดับนานาชาติ ช่วงเดือนพฤษภาคม 2565 ที่ อิมแพ็คอารีน่า เมืองทองธานี 12. เร่งจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยไปในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เป็น 5 ภาษา เพื่อประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทย 

13. จะจัดให้มีการอบรมให้ความรู้เกษตรกร กลุ่มเกษตรกรในเรื่องของการค้าออนไลน์ เพื่อขายตรงให้กับผู้บริโภค และจะเพิ่มเติมหลักสูตรการส่งออกเบื้องต้นให้ด้วย ตั้งเป้าอบรมเกษตรกรให้ได้อย่างน้อย 1,000 ราย 14. มาตรการขอความร่วมมือจากผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้องในการเคลื่อนย้ายแรงงาน เพื่อให้สามารถดำเนินการเก็บผลไม้และส่งเสริมการขายผลไม้ได้ต่อไป 15. ในบางช่วงที่ขาดแคลนแรงงาน ให้ กอ.รมน.ส่งกำลังพลเข้ามาช่วยเก็บเกี่ยวและขนย้ายผลไม้ 16. กระทรวงพาณิชย์จะสั่งการให้ทีมเซลล์แมนจังหวัดและทีมเซลล์แมนประเทศ ประสานงานกันช่วยระบายผลไม้ของเกษตรกรทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศต่อไป ให้มีความเข้มข้นขึ้น และ 17. กระทรวงพาณิชย์และจังหวัดจะบังคับใช้กฎหมายโดยเคร่งครัด เพื่อให้เกษตรกรสามารถขายผลไม้ที่มีคุณภาพ และได้ราคาดีไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ กฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าและกฎหมายชั่งตวงวัดโดยเคร่งครัดต่อไป 

"โดยภาพรวมผลไม้จะมีผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 3,500,000 ตัน และเพิ่มขึ้นประมาณ 8% มาตรการเชิงรุกจึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เพราะหมายถึงซัพพลายจะเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2564 อย่างไรก็ตามการส่งออกผลไม้ประสบความสำเร็จมากในช่วงปี 2564 ในช่วง 8 เดือนแรกมกราคมถึงสิงหาคม 2564 สามารถส่งออกผลไม้ไปยังต่างประเทศได้ถึง 169,000 ล้านบาท +46% เฉพาะทุเรียนส่งออกได้ 98,360 ล้านบาท +77% มังคุด 16,703 ล้านบาท +24% ลำไย 10,392 ล้านบาท +50% 

นอกจากนี้ จะมีมาตรการพิเศษอีกหนึ่งอัน คือ การที่กระทรวงพาณิชย์จะเร่งรัดการเพิ่มมูลค่าจากพืชผลการเกษตร ทั้งผักผลไม้พืชเกษตรอื่นๆ ให้เป็นสินค้าเกษตรมูลค่าสูง โดยการส่งเสริมให้มีการขึ้นทะเบียน GI เพราะสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทรัพย์สินทางปัญญา เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จะสามารถเพิ่มมูลค่าได้ เฉพาะปี 2564 กระทรวงพาณิชย์ขึ้นทะเบียน GI ให้สินค้าทั่วประเทศไปแล้ว 152 รายการ และเมื่อต้นปีที่ผ่านมาสามารถจดทะเบียนสินค้า GI ได้ครบทั้ง 77 จังหวัดแล้ว ซึ่งสินค้า GI ทั้งหมด 152 รายการ มีมูลค่ายอดขายถึง 40,000 ล้านบาท จ.จันทบุรี มี GI แล้ว 3 ตัว 1. เสื่อจันทบูร 2. พริกไทยจันท์ และล่าสุดที่จะทำพิธีมอบในวันนี้ คือ ทุเรียนจันท์ คาดว่าจะมียอดส่งออกปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า 45,000 ล้านบาท" นายจุรินทร์ กล่าว.

...