ไลฟ์สไตล์
100 year

จากชาวสวนเป็นอาเสี่ย ตัดทุเรียนมีดแรก วันเดียวรับทรัพย์ 1.5 ล้าน (คลิป)

ไทยรัฐออนไลน์
2 เม.ย. 2564 17:24 น.
SHARE
  • ถึงเวลาที่เกษตรกรมือด้าน หน้าดำ จะเป็นอาเสี่ยกันแล้ว
  • หนุ่มชาวสวนถึงกับเอ่ยปาก “หากทุเรียนราคาดีแบบนี้ ซื้อรถหรูขับได้สบาย”
  • ปีนี้ราคาทุเรียนพุ่งสูงปรี๊ด "ทุเรียนกระดุม" ตัด "มีดแรก" วันเดียว รับเงินกว่า 1.5 ล้าน
  • มิพักต้องกล่าวถึง "หมอนทอง" ทุเรียนยอดนิยมตลอดกาล เปิดราคาเริ่มต้นกันที่กิโลกรัมละ 200 บาท   

วันที่ 2 เมษายน 2564 ที่สวน "นำสุข" หมู่ 3 ต.ซึ้ง อ.ขลุง จ.จันทบุรี เจ้าของสวน ทำการตัดทุเรียนสายพันธุ์กระดุม หรือที่ชาวสวนเรียกกันว่า “กระดุมทอง” มีดแรก หลังจากที่ผลผลิตมีอายุครบ 120 วัน พร้อมนำออกสู่ท้องตลาด

ข่าวแนะนำ

กองนี้ล้านห้า
กองนี้ล้านห้า

นายมานพ อมรอรช หรือ อาร์ท อายุ 49 ปี เจ้าของสวนทุเรียนนำสุข นำคนงานทำการตัดทุเรียนอยู่ในสวนอย่างขมีขมัน แล้วขนย้ายมากองรวมกัน เพื่อรอผู้ประกอบการล้งมารับซื้อตามออเดอร์ที่ทำสัญญาตกลงซื้อขายล่วงหน้า

มาดเสี่ยชาวสวน ปีนี้อาจออกรถเบนซ์
มาดเสี่ยชาวสวน ปีนี้อาจออกรถเบนซ์

อาร์ท กล่าวว่า ราคาผลผลิตทุเรียนปีนี้ "สามารถที่จะซื้อรถยนต์หรูขับได้สบาย" ก่อนสาธยายว่า ราคาทุเรียนดีดตัวขึ้นสูงกว่าปีที่ผ่านมากว่าเกือบเท่าตัว ซึ่งที่พูดไปเป็นเสมือนคำพูดเปรียบเปรย แต่ก็เป็นเรื่องจริงด้วย

"พึงพอใจกับราคาของทุเรียนในเวลานี้ โดยเฉพาะทุเรียนกระดุม มีราคาซื้อขายอยู่ในที่กิโลกรัมละ 190-205 บาท ขณะที่ปีที่ผ่านมา ทุเรียนพันธุ์กระดุมมีราคา 110 บาท ต่อกิโลกรัม ก็ถือว่าพีคสุดแล้ว แต่ปีนี้ราคากลับร้อนแรงกว่า และวันนี้ถือเป็นมีดแรกที่มีการตัดทุเรียนจากต้น เพียงวันเดียวสามารถทำเงินได้ 1,500,000 บาท จากการตัดทุเรียนกระดุมในสวน น้ำหนักรวมกว่า 8 ตัน หรือ 8,000 กิโลกรัม"

หนุ่มชาวสวนทุเรียนที่ปีนี้ราศี "อาเสี่ย" จับ กล่าวต่อว่า ได้ทำสัญญาขายไว้กับผู้รับซื้อ ที่กิโลกรัมละ 190 บาท ยังมีทุเรียนกระดุมที่มีอายุผลแก่ใกล้ครบ 120 วัน จะตัดได้ในครั้งต่อไปอีก 2 ถึง 3 รอบ จากนั้นจะเป็นทุเรียนหมอนทองที่มีอายุครบเก็บเกี่ยว และราคาในช่วงเวลานี้สูงถึงกิโลกรัมละ 200 บาท

อย่างไรก็ตาม ทางสวนจะไม่ยินยอมให้มีการตัดทุเรียนที่ยังมีอายุไม่ครบกำหนด หรือทุเรียนอ่อนอย่างเด็ดขาด แม้จะมีพ่อค้าบางรายมาเสนอราคาที่สูงกว่าท้องตลาด เพราะจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลไกการตลาด ส่งผลทำให้ราคาตกต่ำ และถูกกดราคา

"ทุเรียนที่ตัดมาจะมีการสุ่ม ด้วยการกรีดเปิดดูเนื้อทุเรียนต่อหน้าพ่อค้าที่มารับซื้อ เพื่อพิสูจน์ว่าเปอร์เซ็นต์แป้ง น้ำตาล สี ต้องได้ตามเกณฑ์มาตรฐานเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่าผู้ซื้อได้รับทุเรียนคุณภาพไป ซึ่งจะส่งผลไปถึงผู้บริโภคได้กินทุเรียนรสชาติอร่อย และสุดท้ายก็จะย้อนกลับมาที่ชาวสวน ที่ทั้งพ่อค้าและผู้บริโภคมีความเชื่อมั่น ราคาทุเรียนก็จะไม่ถูกกดราคารับซื้อ"

คิง ออฟ ฟรุต
คิง ออฟ ฟรุต

มองในภาพรวม ผลผลิต “ทุเรียนภาคตะวันออก” ปีนี้ เป็นอย่างไร..

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 6 ชลบุรี (สศท.6) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออก พิจารณาวิเคราะห์ผลพยากรณ์ไม้ผลเศรษฐกิจของสินค้า 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ จันทบุรี ระยอง และตราด

"จะมีปริมาณรวมประมาณ 1,066,330 ตัน เพิ่มขึ้น 40,829 ตัน หรือ 7.11% จากปี 2563 ที่มีจำนวน 995,501 ตัน โดยผลผลิตจะออกมากในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมต่อเนื่องถึงต้นเดือนมิถุนายน 2564

ทุเรียนจะเพิ่มขึ้นมากที่สุด 11.42% เนื่องจากสภาพอากาศเอื้ออำนวย ราคาทุเรียนดีต่อเนื่องมา 6-7 ปี จูงใจให้เกษตรกรดูแลรักษาต้นทุเรียนดี รวมทั้งทุเรียนที่ปลูกใหม่ในปี 2559 เริ่มให้ผลเป็นปีแรก"

หากมองพื้นที่เพาะปลูก ผลสำรวจพบว่า

"ทุเรียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.59 ส่วนลองกอง เงาะ และมังคุด ลดลงทั้งหมดร้อยละ 10.62, 3.88 และ 0.55 ตามลำดับ เนื่องจากเกษตรกรตัดโค่นออกเพื่อปลูกทุเรียนทดแทน และในสวนผสม เกษตรกรจะปลูกทุเรียนแซม จะถางต้นผลไม้ทั้ง 3 ชนิดออก เพื่อให้ต้นทุเรียนมีทรงพุ่มรับแสงแดด สามารถสังเคราะห์แสงได้เต็มที่

สุดท้าย หากจะมองถึงอนาคต "ทุเรียนไทย"

การเข้ามาของภาคธุรกิจ ร่วมทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ MOU กับกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียน ทำผลผลิต “ทุเรียนออร์แกนิก” ส่งจีน เสนอราคาเริ่มต้นกิโลกรัมละ 1,000 บาท ที่สำคัญชาวสวนกำหนดราคาผลผลิตเองได้

วันที่ 4 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ที่วัดโพธิ์ทอง ต.แสลง อ.เมืองจันทบุรี นายฤหัส ไชยศักดิ์ รองผวจ.จันทบุรี เป็นประธาน มีพระครูสุวรรณโพธิวรธรรม หรือ พระอาจารย์ มนัส ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง นำสมาคมสัจจะสะสมทรัพย์วัดโพธิ์ทอง และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียน จ.จันทบุรี และภาคตะวันออก ลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ร่วมกับ บริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด และเครือข่ายผู้ประกอบการรับซื้อทุเรียนเพื่อการส่งออกและแปรรูป

ว่าด้วย "ความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน การค้าทุเรียนที่เป็นธรรม รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการผลิตที่ปลอดภัย"

การทำ MOU ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของฤดูกาลผลิตปีนี้ ที่ผู้ประกอบการรับซื้อทุเรียนเพื่อการส่งออกและแปรรูปยักษ์ใหญ่เข้ามา เพื่อร่วมสร้างมาตรฐานทุเรียนไทย ให้ได้มาตรฐาน GAP และมาตรฐานการส่งออกทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก ขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางผลไม้โลก ร่วมส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลไม้ไทยในการเพิ่มมูลค่าสู่การเป็น Smart Farmer ร่วมพัฒนาเกษตรกรไทยสู่การเป็นผู้ประกอบการสากล ยุค 5.0

สำหรับที่มา เกิดจากเครือข่ายทุเรียนออร์แกนนิก ไทยแลนด์ หรือทุเรียนอินทรีย์ ซึ่งมี พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม หรือ พระอาจารย์มนัส ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง ประธานกลุ่มสัจจะฯ ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวน ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ ใน จ.จันทบุรี ทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมดูแลเรื่องการตลาด ซึ่งเชื่อมโยงกับบริษัทรับซื้อทุเรียนเพื่อการส่งออกและแปรรูป

โดยขณะนี้ ทุเรียนออร์แกนิก ไทยแลนด์ สามารถทำการซื้อขายล่วงหน้าให้กับบริษัทคู่ค้าที่รับซื้อ ในราคาเริ่มต้นต่อกิโลกรัม ถึงกว่า 1,000 บาทเลยทีเดียว

พระอาจารย์มนัส ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง
พระอาจารย์มนัส ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง "หลวงพ่อทุเรียน"

พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม หรือ พระอาจารย์มนัส ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ ใน จ.จันทบุรี มีสมาชิก 110,000 คน โดย 90% เป็นชาวสวนทุเรียน การทำ MOU จะพาสมาชิกเข้าสู่ระบบการปลูกทุเรียนอินทรีย์แบบยั่งยืน โดยใช้ตลาดนำ บริหาร ผลิต และวิจัย แบบครบวงจร

"หลังจากฤดูการผลิตปีนี้จะมีการต่อยอดพัฒนากระบวนการสร้างความเข้าใจกับชาวสวนรายใหม่ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มสัจจะฯ ให้ทราบถึงประโยชน์ของการผลิตทุเรียนคุณภาพ และการเข้าร่วม MOU ในการทำข้อตกลง มีตลาดขายที่แน่นอนในระยะ 3-5 ปีล่วงหน้า

อีกทั้งในปัจจุบัน เกษตรกรได้หันมาปลูกทุเรียนกันจำนวนมาก ถือว่ามีปริมาณที่อาจจะเกินกว่าความต้องการของตลาด แต่หากใช้วิธีนี้ในการซื้อขายล่วงหน้าใน 3-4 ปีต่อไปในอนาคต ก็จะทำให้ไม่เกิดปัญหาทุเรียนล้นตลาด และปัญหาราคาตกต่ำ ส่วนทุเรียนออร์แกนนิก หรือทุเรียนอินทรีย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธุ์หมอนทอง ราคาต่อกิโลกรัม 1,000 บาท ผู้ประกอบการฯจะนำไปส่งจำหน่าย หรือแปรรูปเพิ่มมูลค่าเท่าใดก็สามารถทำได้

อนาคตสดใส ทุเรียนไทย โดยเฉพาะหมอนทอง ยังครองใจผู้บริโภคชาวจีน
อนาคตสดใส ทุเรียนไทย โดยเฉพาะหมอนทอง ยังครองใจผู้บริโภคชาวจีน

น.ส.วรัญญภัคก์ ศรีมหัทธนเวคิน ประธานกรรมการ บริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด ในฐานะผู้ประกอบการรับซื้อทุเรียนเพื่อการส่งออกและแปรรูป รายใหญ่ กล่าวว่า การทำ MOU ครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนในการผลักดันให้เกษตรกรสามารถทำทุเรียนส่งออกได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกมาจนล้นตลาด ไม่มีตลาดรองรับ จะมีการแนะนำและเปิดรับซื้อผลผลิตจากชาวสวนมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งจะมีราคาที่สูงกว่าในตลาดกว่า 30%

นายสุธี ทองแย้ม ผวจ.จันทบุรี  พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี แถลงจับทุเรียนอ่อน!
นายสุธี ทองแย้ม ผวจ.จันทบุรี พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี แถลงจับทุเรียนอ่อน!

นอกจากนี้ ยังเป็นการผลักดันให้เกษตรกรชาวสวนรวมกลุ่มเพื่อรวบรวมปริมาณผลผลิตให้ได้ เพื่อเป็นฐานอำนาจในการสร้างและกำหนดราคาส่งออกได้ด้วยตัวเอง ยังมีการร่วมมือกับผู้ประกอบการชาวจีน ในการแลกเปลี่ยนการส่งออก และรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรระหว่าง 2 ประเทศ เหมือนเป็นพี่น้อง ไม่ใช่เป็นคู่แข่ง แต่เป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน

ทั้งนี้ ภาวะปัจจุบัน "ทุเรียนไทย" ยังเป็นเบอร์ 1 ในการส่งออกไปยังประเทศจีนมากที่สุด

โดยเฉพาะ "ทุเรียนหมอนทอง" คนจีนนิยมบริโภคจากไทยมากที่สุดในภูมิภาคนี้.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทุเรียนspecial contentทุเรียนไทยทุเรียนปีนี้ทุเรียนราคาแพงทุเรียน จันทบุรีpremium contentข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 9 เมษายน 2564 เวลา 15:29 น.