เกษตรกรที่จันทบุรี รวมกลุ่มทำ ทุเรียนออร์แกนิก ส่งจีน เสนอราคาเริ่มต้น กิโลกรัมละพันบาท ผู้ประกอบการส่งออกและแปรรูปยักษ์ใหญ่ ร่วมทำ MOU พร้อมช่วยชาวสวนรวมกลุ่ม กำหนดราคาผลผลิตเองได้

เมื่อวันที่ 4 มี.ค.64 ที่ วัดโพธิ์ทอง ต.แสลง อ.เมือง จ.จันทบุรี ได้มีการลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ความร่วมมือ การค้าทุเรียนของภาคตะวันออก โดย นายฤหัส ไชยศักดิ์ รองผวจ.จันทบุรี เป็นประธาน มีพระครูสุวรรณโพธิวรธรรม หรือพระอาจารย์ มนัส ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง นำสมาคมสัจจะสะสมทรัพย์วัดโพธิ์ทอง กลุ่มเกษตรกรชาวสวนทุเรียน จ.จันทบุรี และภาคตะวันออก ลงนามบันทึกข้อตกลง MOU ร่วมกับ บริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด และเครือข่ายผู้ประกอบการรับซื้อทุเรียนเพื่อการส่งออกและแปรรูป ว่าด้วย ความร่วมมือในการส่งเสริม สนับสนุน การค้าทุเรียนที่เป็นธรรม รวมถึงสนับสนุนให้เกิดการผลิตที่ปลอดภัย โดยมีหน่วยงานภาครัฐ, ผู้ประกอบการ, สมาคม, สมาพันธ์ และเครือข่ายเกษตรกรร่วมเป็นสักขีพยาน

การทำ MOU ในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกของฤดูการผลิตปีนี้ ที่ผู้ประกอบการรับซื้อทุเรียนเพื่อการส่งออกและแปรรูปยักษ์ใหญ่เข้ามาเพื่อร่วมสร้างมาตรฐานทุเรียนไทยให้ได้มาตรฐาน GAP และมาตรฐานการส่งออกทุเรียนไทยสู่ตลาดโลก ขับเคลื่อนสู่การเป็นศูนย์กลางผลไม้โลก ร่วมส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาผลไม้ไทย ในการเพิ่มมูลค่าสู่การเป็น Smart Farmer และร่วมพัฒนาเกษตรกรไทยสู่การเป็นผู้ประกอบการสากล ยุค 5.0

...

โดยความเป็นมา เกิดจากเครือข่ายทุเรียนออร์แกนิก ไทยแลนด์ หรือทุเรียนอินทรีย์ ซึ่งมี พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม หรือพระอาจารย์ มนัส ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง ประธานกลุ่มสัจจะฯ ได้ส่งเสริมและสนับสนุน ให้เกษตรกรชาวสวน ซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ใน จ.จันทบุรี ทำเกษตรอินทรีย์ พร้อมทั้งดูแลเรื่องการตลาด ซึ่งเชื่อมโยงกับบริษัทรับซื้อทุเรียนเพื่อการส่งออกและแปรรูป โดยขณะนี้ ทุเรียนออร์แกนิก ไทยแลนด์ สามารถทำการซื้อขายล่วงหน้าให้กับบริษัทคู่ค้าที่รับซื้อ ในราคาเริ่มต้นต่อกิโลกรัมถึงกว่า 1,000 บาท เลยทีเดียว

พระอาจารย์มนัส ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง
พระอาจารย์มนัส ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง

พระครูสุวรรณโพธิวรธรรม หรือ พระอาจารย์ มนัส ขันติธัมโม เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ทอง เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ใน จ.จันทบุรี มีสมาชิก 110,000 คน โดย 90% เป็นชาวสวนทุเรียน การทำ MOU จะพาสมาชิกเข้าสู่ระบบการปลูกทุเรียนอินทรีย์แบบยั่งยืน โดยใช้ตลาดนำ บริหาร ผลิต และวิจัย แบบครบวงจรผู้ประกอบการสากล รวมถึงทำให้กลุ่มชาวสวนมีรายได้ที่สูงขึ้น โดยหลังจากฤดูการผลิตปีนี้จะมีการต่อยอด พัฒนากระบวนการสร้างความเข้าใจกับชาวสวนรายใหม่ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มสัจจะฯ ให้ทราบถึงประโยชน์ของการผลิตทุเรียนคุณภาพ และการเข้าร่วม MOU ในการทำข้อตกลง มีตลาดขายที่แน่นอนในระยะ 3-5 ปีล่วงหน้า

"ในปัจจุบัน เกษตรกรได้หันมาปลูกทุเรียนกันจำนวนมาก ถือว่ามีปริมาณที่อาจจะเกินกว่าความต้องการของตลาด แต่หากใช้วิธีนี้ในการซื้อขายล่วงหน้าใน 3-4 ปี และต่อไปในอนาคต ก็จะทำให้ไม่เกิดปัญหาทุเรียนล้นตลาด และราคาตกต่ำในระยะยาวได้ ส่วนทุเรียนออร์แกนิก หรือทุเรียนอินทรีย์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธุ์หมอนทอง ราคาต่อกิโลกรัม 1,000 บาท ผู้ประกอบการฯจะนำไปส่งจำหน่ายหรือแปรรูปเพิ่มมูลค่าเท่าใดก็สามารถทำได้"

แปรรูปเป็นไอศกรีม
แปรรูปเป็นไอศกรีม

ด้าน น.ส.วรัญญภัคก์ ศรีมหัทธนเวคิน ประธานกรรมการ บริษัท ควีน โฟรเซ่น ฟรุต จำกัด ในฐานะผู้ประกอบการรับซื้อทุเรียนเพื่อการส่งออกและแปรรูป รายใหญ่ กล่าวว่า การทำ MOU ครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวน ในการผลักดันให้เกษตรกรสามารถทำทุเรียนส่งออกได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงที่ผลผลิตออกมาจนล้นตลาด ไม่มีตลาดรองรับ จะมีการแนะนำและเปิดรับซื้อผลผลิตจากชาวสวนมาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า ซึ่งจะมีราคาที่สูงกว่าในตลาดกว่า 30%

...

นอกจากนี้ ยังพยายามผลักดันให้เกษตรกรชาวสวนรวมกลุ่มเพื่อรวบรวมปริมาณผลผลิตให้ได้ เพื่อเป็นฐานอำนาจในการสร้างและกำหนดราคาส่งออกได้ด้วยตัวเอง

ขณะที่ภาวะปัจจุบันของทุเรียนของไทย ยังเป็นเบอร์ 1 ในการส่งออกไปยังประเทศจีนมากที่สุด โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ซึ่งคนจีนนิยมบริโภคจากไทยมากที่สุดในภูมิภาคนี้ นอกจากนี้ยังจะมีการร่วมมือกับผู้ประกอบการชาวจีนในการแลกเปลี่ยนส่งออก และรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรระหว่าง 2 ประเทศ เหมือนเป็นพี่น้อง ไม่ใช่เป็นคู่แข่ง แต่เป็นคู่ค้าที่ดีต่อกัน.