ผู้การตำรวจสระแก้ว ยืนยัน คดีน้องหลิว จนท.เร่งรวบรวมหลักฐาน เพื่อให้ได้ความชัดเจนในประเด็นที่ตั้งไว้ ส่วนหมายจับต้องรอสักระยะ ขณะที่ อดีตแฟนที่สงสัยพัวพันการตาย หายออกจากบ้าน ติดต่อไม่ได้แล้ว
จากกรณี พบศพ น.ส.มยุรี ยอดพะเนา สาวโรงงาน วัย 19 ปี เสียชีวิตเมื่อ 8 ปีที่แล้วและถูกนำศพมาอำพรางที่ไร่อ้อย บ้านสี่แยก ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร ซึ่งต่อมาหลังจากยืนยันอัตลักษณ์บุคคลว่าตรงกับศพแล้ว
ความคืบหน้าล่าสุด วันที่ 16 ก.พ.64 พล.ต.ต.ณัฐพงษ์ สัตยานุรักษ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว เปิดเผยว่า ตำรวจ สภ.วัฒนานคร กับทีมสืบสวน ภ.จว.สระแก้ว ก็พยายามสืบสวนหาข้อมูลจนทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นใคร ก็พยายามแสวงหาพยานหลักฐาน และจากการรวบรวมพยานหลักฐาน การสอบปากคำ ตรวจสอบทุกช่องทาง เพื่อพยายามตัดประเด็นที่มีน้ำหนักน้อยออกไป โดยขณะนี้ทีมสืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานบุคคล ที่ได้จากการไปสอบปากคำกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง จากทุกประเด็น แล้วก็จะมาสรุปพยานหลักฐานอีกครั้ง ส่วนพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ หรือทางนิติเวช หรือหน่วยพิสูจน์หลักฐาน ที่เราส่งไปตรวจพิสูจน์ เชื่อว่าจะได้รับในเร็วๆ นี้
ผบก.ภ.จว.สระแก้ว กล่าวอีกว่า สำหรับวันนี้ได้ส่งทีมงานสอบสวน ไปประสานที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เพื่อสอบสวนข้อมูลกับหมอเพิ่มเติม กับผู้เกี่ยวข้องในข้อมูลส่งตรวจต่างๆ เพื่อจะได้ข้อมูลในเชิงลึก มาสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนอีกครั้งหนึ่ง ก็เชื่อว่าในระยะเวลาไม่นานจะได้ความชัดเจนขึ้นในประเด็นที่เราตั้งไว้ ส่วนเรื่องหมายจับ จะสามารถออกหมายจับผู้ต้องสงสัยได้หรือไม่ ต้องขอเวลาสักระยะ ถึงจะตอบได้ในเรื่องนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ที่ สภ.วัฒนานคร นางสุรีพรรณ และ นายสมศักดิ์ ยอดพะเนา พ่อแม่น้องหลิว เดินทางมาที่สถานีตำรวจภูธรวัฒนานคร เพื่อขอใบชันสูตรศพไปยื่นเอกสารขอใบมรณบัตร ที่ที่ว่าการอำเภอวัฒนานคร ของลูกสาว และจะนำมายื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ศาลากลางจังหวัดสระแก้ว ในการขอรับเงินเยียวยาจากกระทรวงยุติธรรม เป็นเงินจำนวน 300,000 บาท
นางสุรีพรรณ ได้กล่าวขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ที่ช่วยนำเสนอข่าวให้อย่างต่อเนื่อง ส่วนตัวแล้ว รู้สึกว่ากำลังจะได้รู้ความจริงที่ถูกปกปิดมานานกว่า 10 ปี
ขณะที่แหล่งข่าวในพื้นที่ เผยว่า อดีตแฟนหนุ่มของน้องหลิว เป็นชาว จ.สระแก้ว และเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่ จ.สระแก้ว เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นคนหน้าตาดี มีอุปนิสัยชอบเล่นอาวุธและพกพาอาวุธปืนติดตัวเสมอ มีนิสัยเจ้าชู้ ชอบความรุนแรง โดยจากการตรวจสอบรายชื่อพบว่า ผอ.คนดังกล่าว มีหนังสือคำสั่งราชการย้ายสถานที่ดำรงตำแหน่งไปเมื่อประมาณ 7 ปีที่ผ่านมา โดยย้ายไปอาศัยอยู่กับภรรยาที่ จ.สุพรรณบุรี
ด้านแหล่งข่าวรายงานจาก จ.สุพรรณบุรี ขณะนี้ ผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัย ได้เดินทางออกจากบ้านพักตั้งแต่ช่วงเช้ามืด และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครติดต่อได้อีกเลย ท่ามกลางกระแสข่าวลือไปต่างๆ นานา ว่าอาจจะถูกเจ้าหน้าที่ล็อกตัวไปแล้วหรือไม่ เพราะว่าเมื่อช่วงเช้ามืดมีข้อความไลน์จากผู้บริหารโรงเรียนคนนี้ส่งให้กับครูในโรงเรียนว่า วันนี้จะไม่เข้าโรงเรียน ก่อนจะหายตัวไปและติดต่อไม่ได้จนถึงตอนนี้ รวมถึงมีข้อมูลว่า บัญชีแอปพลิเคชันสื่อสารโซเชียลเน็ตเวิร์กส่วนตัวได้ถูกปิดไปแล้ว.