เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลใน อ.บางปะกง เร่งจับปลานิลที่เลี้ยงไว้ขาย หลังแม่น้ำบางปะกงเริ่มเค็ม และน้ำในคลองเริ่มจะเสีย ทำให้เกรงว่าช่วงหน้าแล้งที่จะถึงจะไม่มีน้ำเปลี่ยนถ่ายจนปลาในบ่อเริ่มน็อกน้ำ
เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 64 ที่บ่อปลาสลิดของ นายเอกพันธ์ ภักดีหุ่น อายุ 37 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิล หมู่ 16 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้เร่งนำคนงานและญาติมาช่วยกันจับปลานิลที่เลี้ยงไว้ในบ่อปลาสลิด หลังสภาพอากาศที่เริ่มแปรปรวน และกลัวว่าพอเริ่มเข้าหน้าแล้ง จะไม่มีน้ำที่จะเติมเข้าบ่อปลา เพื่อหมุนเวียนน้ำเพิ่มออกซิเจนภายในบ่อ อีกทั้งน้ำในคลองนั้นถูกน้ำทะเลหนุน จนไม่สามารถสูบน้ำเข้ามาใช้ได้ ส่งผลให้น้ำเริ่มเน่าเสีย และเริ่มมีภาวะน้ำตาย หากปล่อยเลี้ยงต่อก็จะทำให้ขาดทุน จึงตัดสินใจลากปลาทันที เพื่อจะขายปลานิลที่เหลืออยู่ อย่างไรก็ตาม แม้คิดจะจับขายให้หมด แต่ก็ไม่สามารถเอาขึ้นหมดบ่อได้ เนื่องจากแพปลานั้นรับปลาจำนวนจำกัด
...
เกษตรกรผู้เลี้ยงปลา กล่าวด้วยว่า สำหรับครั้งนี้ พบว่าปีนี้ได้ปลานิลที่มีขนาดกลางและใหญ่ เมื่อชั่งน้ำหนักอยู่ที่ตัวละ 9 ขีด ถึง 1 กิโลกรัม ราคากิโลละ ประมาณ 30 กว่าบาท ถือว่ายังต้องรอลุ้นเสี่ยงกับภาวะขาดทุน เพราะลงทุนค่าอาหารเกือบ 4 แสนบาท แต่ปีนี้ได้ลงปลานิลไว้เยอะ เพราะกะจะขึ้นในช่วงเทศกาล แต่ปลาเริ่มน็อก และลอยคอทำให้ต้องรีบขึ้นปลาไปก่อนบางส่วน โดยปีนี้อาจจะต้องรอดูฝนที่จะตกลงมาช่วงหน้าแล้ง หากไม่มีก็ต้องดึงน้ำที่อื่นมาเติมในบ่อ เพื่อประคองปลานิลที่ยังเหลืออยู่ และต้องรอให้หน้าฝนก่อนจึงเริ่มเลี้ยงอีกครั้ง พร้อมรอให้น้ำจืดหนุนมาดันน้ำเค็มในแม่น้ำบางปะกง จะได้มีการเปิดประตูระบายน้ำ.