ตำรวจสอบสวนกลาง จับหนุ่มวัย 33 ปี ข้อหาค้าอาวุธสงคราม โดยหลังจากสอบสวนขยายผล จนสามารถบุกค้นเป้าหมายรวม 3 จุด ยึดของกลางได้เป็น ปืนยาว 7 กระบอก ปืนสั้น 5 กระบอกกระสุนรวม 915 นัด

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 22 ม.ค.64 ที่กองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก) ภายในหมู่บ้านเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบช.ก. พล.ต.ต.มานะ กลีบสัตบุศย์ ผบก.อก.บช.ก. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมนายมานะ หรือเบิร์ด (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาค้าอาวุธปืนสงคราม พร้อมของกลางปืนยาว 7 กระบอก ปืนสั้น 5 กระบอก และเครื่องกระสุนรวม 915 นัด

พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรม “แผนพิทักษ์ราษฎร์ ป้องภัย ห่วงใยประชาชน” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงสั่งให้กวาดล้างอาวุธปืนสงครามในช่วงการเลือกตั้งท้องถิ่น ก่อนสืบสวนติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี โดยได้ติดต่อล่อซื้อก่อนขยายผลรวบรวมหลักฐานขอหมายค้นศาลอาญาปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด

จุดแรก บ้านของนายมานะ ชาวบ้านย่านซอยรามอินทรา 8 แยก 22 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ยึดปืนสั้นพร้อมซองกระสุน 2 กระบอก ปืนยาวพร้อมซองกระสุน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ 309 นัด

ส่วนจุดที่ 2 เข้าตรวจค้นบ้านของนายอธิพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ชาวบ้านย่าน หมู่ 2 ตําบลบางโปรง อําเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ยึดปืนพกสั้นพร้อมซองกระสุน 1 กระบอก และเครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ 62 นัด

จุดที่ 3 บ้านของนายภานุพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี ชาวบ้านย่าน ซอยกาญจนาภิเษก 36 แขวงและเขตประเวศ กรุงเทพมหานคร ยึดปืนยาวไรเฟิล 2 กระบอก ปืนพกสั้นพร้อมซองกระสุน 2 กระบอก เครื่องกระสุนปืนขนาดต่างๆ 241 นัด ท่อเก็บเสียงปืนไรเฟิล 1 อัน เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย (อาวุธสงคราม), พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับใบอนุญาต”

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้ ได้ซื้ออุปกรณ์ชิ้นส่วนปืนแยกชิ้นจากอินเทอร์เน็ตมาประกอบเป็นปืนทั้งกระบอกก่อนส่งขายอีกทอด เนื่องจากมีความชอบส่วนตัวอยู่แล้ว โดยปืนยาวขายราคากระบอกละ 3.5 หมื่นบาท ปืนสั้น 2 หมื่นบาท ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้ได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ขยายผลตรวจสอบแผนประทุษกรรมว่าปืนเหล่านี้เคยถูกใช้ก่อเหตุมาก่อนหรือไม่ และหาแหล่งที่มาต่อไป เนื่องจากปืนที่ยึดได้ไม่มีเลขทะเบียน.