ผู้ว่าฯ ระยองยันไม่ล็อกดาวน์ แต่เข้มงวดเรื่องการเดินทางข้ามจังหวัดมากขึ้น เพิ่ม 6 จุดตรวจ ตามข้อต่อของจังหวัดข้างเคียง ขณะที่โรงพยาบาลมีพอรองรับผู้ป่วย 456 คนในขณะนี้
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 ม.ค.64 นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผวจ.ระยอง พร้อมด้วย นายแพทย์สุนทร เหรียญภูมิการกิจ สสจ.ระยอง ได้ร่วมแถลงความคืบหน้าสถานการณ์โควิด-19 ประจำวันของ จ.ระยอง ที่ ห้องอินทรวิชิต ศูนย์ราชการ ศาลากลางระยอง จ.ระยอง
ผวจ.ระยอง กล่าวว่า วันนี้ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของ จ.ระยอง มียอดเพิ่มขึ้นจำนวน 28 คน รวมยอดทั้งหมด 456 คน อ.วังจันทร์ ยังไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 พื้นที่ที่พบผู้ติดเชื้อมากสุดยังเป็น ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง สำหรับสถานการณ์โดยรวมถือเป็นแนวโน้มที่ดีขึ้น จากจำนวนผู้ป่วยที่ลดลง ขณะนี้มีเตียงรองรับผู้ป่วยทั้งหมด 694 เตียง ยังเพียงพอรองรับผู้ป่วย แต่จำเป็นต้องหา รพ.สนามเพิ่มเติมอีก เพื่อเป็นการเตรียมไว้ในกรณีที่ยอดผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ในกรณีที่ประชาชนที่เป็นผู้ป่วย หรือกลุ่มเสี่ยง ได้รับความเดือดร้อนจากการกักตัว ที่ต้องหยุดกิจกรรมเพื่อป้องกันการระบาดโควิด-19 ขอให้ทุกคนแจ้งมาได้ ทางจังหวัดจะได้เข้าไปช่วยเหลือดูแลให้ เดือดร้อนอะไร เรื่องอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ เรามีงบเรื่องโควิดได้
ส่วนเรื่องล็อกดาวน์ จ.ระยอง ยังไม่มีการล็อกดาวน์ แต่มีการเพิ่มมาตรการ ตรวจเข้ม โดยการตั้งด่านตรวจทั้งหมด 6 จุด คือ 1)ถนนสายบ้านบึง-บ้านค่าย 2)ถนนสายบ้านบึง-อ.แกลง อ.วังจันทร์ 3)ถนนสุขุมวิท เขตติดต่อนายายอาม จ.จันทบุรี 4)อ.นิคมพัฒนา ถนนสาย 36 กระทิงลายระยอง 5)อ.บ้านฉาง ถนนสุขุมวิท 6)สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งเป็นตามแนวตะเข็บข้อต่อระหว่างจังหวัด ซึ่งต้องขอโทษ สนามบินอู่ตะเภาขออภัยในความไม่สะดวกในการตรวจคัดกรอง เดินทางแต่ถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องเดินทางไปไหนก็จะดี สนามบินอู่ตะเภาขณะนี้มีเดินทางเครื่องบินไปได้ 3 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ภูเก็ต อุดรธานี
สำหรับการเดินทางยังสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ แต่ต้องมีเหตุผล และจุดหมายที่จะไป สำหรับแรงงานต่างด้าวต้องขออนุญาตเคลื่อนย้ายจากแรงงาน จ.ระยอง ส่วนแรงงานที่เดินทางข้ามจังหวัด ผู้ประกอบการต้องมีใบอนุญาตแสดงให้ทางด่านตรวจดู ซึ่งจะเข้มงวดมากขึ้นในเรื่องการเดินทาง ก็ขอให้ทุกคนช่วยกัน ระยองไม่มีการประท้วงเรื่องสถานที่กักตัว แต่เราก็ต้องอธิบายพูดกันรู้เรื่อง แต่ถ้าเขาไม่ยอมก็ไปหาที่อื่น ถ้าที่อื่นไม่เหมาะสมก็กลับมาหาที่เก่าแต่ก็พูดกันรู้เรื่อง ปกติก็มีการล้างทำความสะอาดถนนตลาดบ้านเรือนกันหลายจุด ผู้ว่าจะหาวันที่เหมาะสมในการที่ผู้ว่าฯ จะนำบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ โดยในวันพรุ่งนี้เวลา 14.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดระยองจะมีการทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคทั้ง 26 หน่วยงานบนศาลากลาง มีบริษัท พีทีทีโกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) เทศบาลเมืองมาบตาพุด นำเจ้าหน้าที่และเครื่องพ่นน้ำยามาทำการฆ่าเชื้อ
ด้าน นพ.สุนทร สสจ.ระยอง กล่าวว่า ผู้ป่วยทั้งหมด 456 คน รักษาหายแล้ว 24 คน เดินทางกลับบ้านไปแล้ว ส่วนที่เหลือมีอาการรุนแรง 7 รายต้องใช้ท่อหายใจ ที่เหลือ 300 รายไม่มีอาการรุนแรง แต่มีเชื้อโควิด-19 อยู่ในร่างกาย สำหรับผู้ที่มีความเสี่ยงสูง หลังมารับการตรวจแล้ว ขณะรอผลควรกักตัว ห้ามเข้าไปใกล้ชิดกับผู้อื่น เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อหากผลออกมาว่าติดโควิด ส่วนผู้ที่มาตรวจแล้วผลออกมาเป็นลบ ก็ยังจำเป็นต้องมีการกักตัวเองต่อไปอีก 14 วัน
สสจ.ระยอง ฝากเตือนประชาชนอย่าประมาท ดูแลตัวเองให้ดี ใส่หน้ากากทุกครั้งที่ออกจากบ้าน และควรป้องกันตามมาตรการขั้นตอนที่สาธารณสุขกำหนด พรุ่งนี้จะเพิ่มรถตรวจพระราชทานชีวนิรภัยอีก 1 คัน รวมรถพระราชทานขนส่งใหม่อีกที่ วันที่ 7 ม.ค. อาคารอเนกประสงค์ข้างวัดตากวน ต.มาบตาพุด วันที่ 8 ม.ค. ศาลเจ้าแม่จันเท ต.มาบตาพุด.