ไลฟ์สไตล์
100 year

คณะ กมธ.เกษตรฯ ลงพื้นที่ปราจีนฯ ติดตามพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตร

ไทยรัฐออนไลน์27 พ.ย. 2563 19:14 น.
SHARE

คณะ กมธ.เกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ศึกษาดูงาน-ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ และการชลประทานเพื่อการเกษตร ในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ที่โครงการอ่างนฤบดินทรจินดา

เมื่อวันที่ 27 พ.ย.63 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ระหว่างวันที่ 26-27 พ.ย.63 เพื่อศึกษาดูงานและติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำและการชลประทานเพื่อการเกษตร ภายใต้แผนการปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจ ที่โครงการอ่างนฤบดินทรจินดา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยมี นายวรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องบรรยายสรุป ทั้งนี้การลงพื้นที่ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาในการติดตามเสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ และการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ให้ความสำคัญในประเด็นการจัดทำแผนการดำเนินงาน และติดตามเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ ในการดำเนินงาน รวมทั้งรับทราบปัญหาอุปสรรคเพื่อรวบรวมนำเสนอฝ่ายบริหารต่อไป 

ข่าวแนะนำ

ทั้งนี้ อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา มีความจุ 295 ล้าน ลบ.เมตร มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ จำนวน 111,300 ไร่ ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย ระบุว่า นับเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่อ่างเก็บน้ำแห่งนี้ พี่น้องประชาชานได้รับประโยชน์โดยตรงอย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยในการด้านการเกษตรแล้ว ยังเป็นพื้นที่รับน้ำในยามที่ประสบปัญหาอุทกภัยด้วย และที่สำคัญยังถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระบรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ได้มีพระราชดำริให้พัฒนาต้นน้ำลำธารปราจีนบุรีแห่งนี้ เพื่อจัดหาน้ำให้กับเกษตรกรใช้ทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง

ทั้งนี้ในเรื่องการการบริหารจัดการน้ำ พล.อ.ฉัตรชัย ได้เน้นย้ำให้ส่วนราชการ โดยเฉพาะจังหวัดจะต้องมีการถอดแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้เป็นแผนของจังหวัด โดยจังหวัดจะต้องมีการจัดตั้งทีมงานเพื่อระดมสมอง โดยเฉพาะเรื่องน้ำจะทำอย่างไร โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน และนอกชลประทาน หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อนำแผนงานตรงนี้ไปสู่การขับเคลื่อนการปฏิบัติ ซึ่งจะทำให้ทราบถึงปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้น อย่างเช่นงบประมาณ จะมีการจัดสรรอย่างไรให้เพียงพอกับแผนงานที่วางไว้  

จากนั้นคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา ได้แยกการเดินทางไปศึกษาดูงานในด้านต่างๆ 4 คณะประกอบด้วย ด้านปัจจัยการผลิต การผลิต สหกรณ์ และด้านการปฏิรูปประเทศ ซึ่ง พล.อ.ฉัตรชัย ได้นำคณะไปศึกษาดูงานที่สวน นายมนัส ฮวดจึง ประธานแปลงใหญ่ทุเรียน ต.บ้านดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ซึ่งชาวสวนทุเรียนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ที่ย้ายถิ่นฐานมาจาก อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ที่ถูกเวรคืนที่ดินจากการสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ และย้ายมาตั้งรกรากที่นี่ โดยปัจจุบันแม้จะสามารถเรียนรู้ในการปรับปรุงสายพันธุ์ทุเรียน ให้สามารถปลูกโดยไม่ต้องใช้ยาฆ่าแมลง แต่ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาก็ประสบปัญหาน้ำเค็ม ทำให้ต้องใช้วิธีการสูบน้ำมาจากแม่น้ำปราจีนบุรี ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอเพราะปัจจุบันมีพื้นที่เพาะปลูกทุเรียนในพื้นที่ 6 อำเภอ 3,354 ไร่ เกษตรกรทั้งหมด 1,058 ครัวเรือน ด้วยเหตุนี้ทางเกษตรกรจึงได้นำวิธีการบริหารจัดการทุเรียนปราจีนมาใช้ พร้อมสร้าง Story ในการนำเสนอจุดเด่นมุ่งเน้นผลผลิตทุเรียนให้ได้คุณภาพสูง และได้รับรองมาตรฐาน GAP เกษตรอินทรีย์ หรือได้รับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ GI เพื่อเป็นการรับประกันคุณภาพสินค้า

ทั้งนี้ พล.อ.ฉัตรชัย รับที่จะไปประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือในการด้านน้ำต่อไป พร้อมเน้นย้ำให้เกษตรกรพยายามช่วยเหลือตนเองให้มากที่สุด โดยไม่จำเป็นต้องรอการพีงพาจากทางราชการ ซึ่งจากที่ได้รับฟังเกษตรกรกลุ่มนี้ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ได้มีการรวมกลุ่มกันเป็นศูนย์และสร้างเครือข่ายเป็นเกษตรแปลงใหญ่และสหกรณ์ โดยมีการนำเทคโนโลยีมาใช้ถือเป็นตัวอย่างที่ดี เพราะการทำการเกษตรจะใช้วิธีแบบดั่งเดิมไม่ได้ ต้องทีการพัฒนาเป็นเกษตรรูปแบบใหม่ เพื่อให้สามารถสร้างรายได้ให้สูงขึ้น จึงนับเป็นที่น่ายินดีที่เกษตรกรกลุ่มนี้ประสบความสำเร็จ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยตนจะนำรูปแบบนี้ไปถ่ายทอดต่อเกษตรกรทั่วประเทศต่อไป 

นอกจากนี้ พล.อ.ฉัตรชัย ยังกล่าวอีกว่า จากการลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา เพื่อติดตามผลการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ด้านเกษตรในครั้งนี้ ยอมรับว่าการปฏิรูปทางการเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะความเข้าใจระหว่างภาคราชการกับภาคเอกชน ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนที่จะต้องให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพื่อเร่งแก้ไขถึงจะประสบความสำเร็จได้ แต่ก็ยังดีใจที่ผู้ว่าฯและรองผู้ว่าฯยังมีความเข้าใจและให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนการปฏิรูปภาคเกษตรมากขึ้น ซึ่งอันนี้ถือเป็นความหวัง ถ้าวันนี้เราได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นภาคการเกษตรก็จะเป็นไปตามแผนงาน โดยเฉพาะเรื่องน้ำ กรมชลประทานในพื้นที่ก็มีความเข้าใจดี แต่ยังติดขัดปัญหาเรื่องงบประมาณที่รองรับในการตอบสนองต่อแผน จึงได้ให้ข้อเสนอแนะต่อทางจังหวัดไปเพื่อให้การปฏิรูปประเทศ ดำเนินการไปอย่างเป็นระบบ และมีแผนงานที่ชัด โดยเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง และวัดผลลัพธ์ว่าประชาชนได้อะไรจากการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปภาคเกษตรบ้าง ไม่ใช่วัดผลจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 19 มกราคม 2564 เวลา 05:19 น.