ไลฟ์สไตล์
100 year

“ศรีราชา” มองบน ดงคอนเทนเนอร์

ไทยรัฐฉบับพิมพ์25 พ.ย. 2563 05:10 น.
SHARE

“ลานตู้คอนเทนเนอร์และลานจอดรถหัวลาก...ความเจริญที่มาพร้อมกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการพัฒนา” พื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หัวข้อสนทนาสำคัญวันนี้ด้วยความห่วงใยจาก อาจารย์สนธิ คชวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ชมรมนักวิชาการสิ่งแวดล้อมไทย

“ประเทศไทย” กำลังจะก่อสร้างท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 ที่จังหวัดชลบุรีมีพื้นที่เพิ่มจากท่าเรือเดิมอีก 1,600 ไร่ เพื่อรองรับการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ “EEC” โดยจะเริ่มถมทะเลบริเวณใกล้อ่าวบางละมุงตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไปจนก่อสร้างเสร็จในปี 2568 สามารถรองรับตู้คอนเทนเนอร์ทั้งโครงการถึง 18 ล้านตู้ต่อปี

ข่าวแนะนำ

โดยที่ท่าเรือเดิมรองรับตู้คอนเทนเนอร์ได้ 11 ล้านตู้ต่อปี และท่าเรือขั้นที่ 3 รองรับได้ 7 ล้านตู้ต่อปี

ที่ผ่านมา...มีภาคเอกชนจำนวนมากได้ประกอบกิจการสร้างที่พักกองลานตู้คอนเทนเนอร์และลานจอดรถหัวลากในพื้นที่ให้ใกล้ท่าเรือแหลมฉบังมากที่สุด เพื่อความสะดวกในการพักตู้และบรรจุสินค้าส่งลงเรือ

รวมทั้งเป็นศูนย์พักสินค้าในการส่งออกไปทั่วประเทศ ปัญหาสำคัญคือ...มีการก่อสร้างลานตู้คอนเทนเนอร์และลานจอดรถหัวลาก ซึ่งส่วนใหญ่คือรถพ่วง 18 ล้อ ตั้งอยู่กลางชุมชนในเขตอำเภอศรีราชาและอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี มากถึง 400 แห่งโดยประมาณ...

ทั้งหมดไปตั้งอยู่ติดกับชุมชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ อบต.เขาคันทรง อบต.หนองขาม อบต.บ่อวิน เทศบาลตำบลบางละมุง เทศบาลตำบลตะเคียนเตี้ย เป็นต้น

ฉายภาพเฉพาะในเขตอำเภอศรีราชามีมากกว่า 300 แห่งกระจัดกระจายไปในชุมชนต่างๆ เช่น ชุมชนบ้านทุ่งกราดมีลานตู้ฯถึง 37 แห่ง ชุมชนซากยายจีนมีลานตู้ฯ 80 กว่าแห่ง ชุมชนบ้านแหลมทองมีลานตู้ฯ เกือบ 50 แห่ง เป็นต้น หรือ...แม้แต่หลังมหาวิทยาลัยเกษตร ศรีราชา ซึ่งเป็นหอพักนิสิตก็มีลานตู้ฯตั้งอยู่จำนวนมากเช่นกัน

ถึงตรงนี้ หลายคนคงมีคำถามตามมาว่า แล้วเดือดร้อนอะไร?

อาจารย์สนธิ บอกว่า “ลานตู้คอนเทนเนอร์” และ “ลานจอดรถหัวลาก” เหล่านี้ก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนอย่างมาก เช่น ปัญหาการจราจรติดขัดจากรถลากตู้คอนเทนเนอร์ภายในชุมชน ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายเนื่องจากพื้นของลานกองตู้ และลานจอดรถหัวลากไม่มีการเทพื้นด้วยวัสดุที่มั่นคงแข็งแรง

ทำให้เกิดการแตกร้าวนำฝุ่นละอองฟุ้งกระจายขึ้นมา เสียงดังรบกวนทั้งกลางวันกลางคืน...เนื่องจากรถวิ่งเข้าออก และการใช้เครื่องจักรยกตู้คอนเทนเนอร์...ความสั่นสะเทือนจากการขนถ่ายตู้

อีกทั้ง...รถบรรทุกรถหัวลากวิ่งเข้าออกพื้นที่ รวมทั้งอุบัติเหตุรถบรรทุกพ่วงชนรถมอเตอร์ไซค์...ชนประชาชนอยู่เป็นประจำ แน่นอนว่า... หากท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 สร้างเสร็จแล้ว จะมีลานตู้ฯเพิ่มขึ้นอีก 7.0 ล้านตู้ต่อปี ยิ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนมากขึ้นอีกเท่าตัว

จากสถิติข้อมูลความเดือดร้อนรำคาญของประชาชนในเขตเทศบาลนครแหลมฉบัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี พบว่า ในแต่ละปีมีเรื่องร้องเรียนมาจากกิจการลานวางตู้สินค้า หรือตู้คอนเทนเนอร์ และลานจอดรถหัวลากมากกว่า 20 เรื่อง รวมทั้งมีอุบัติเหตุจากตู้คอนเนอร์หล่นบนถนนอีกหลายครั้งในรอบปี

สิ่งที่เทศบาลสามารถทำได้คือการเข้าไปตรวจสอบตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 ทำได้เพียงสั่งแก้ไขและสั่งปรับครั้งละไม่เกิน 25,000 บาทเท่านั้น และผู้ประกอบการฯยังสามารถอุทธรณ์ได้อีก...

กว่าจะปรับได้แต่ละครั้งใช้เวลาเกือบ 6 เดือน

ถามว่า...ทำไม? “ลานตู้คอนเทนเนอร์” และ “ลานจอดรถหัวลาก” จึงสามารถเข้าไปตั้งในพื้นที่ชุมชนได้ คำตอบก็คือเนื่องจากเดิมลานตู้ฯดังกล่าวไม่มีกฎหมายใดๆมาควบคุม ไม่มีข้อห้ามทั้งในกฎหมายผังเมือง โยธาหรือกฎหมายโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นกิจการที่เอาตู้สินค้ามาวางพักไว้และขนเข้าขนออกจากลาน

และ...อาจจะมีกิจกรรมล้างตู้บ้าง ที่ผ่านมาประชาชนที่มีพื้นที่มากกว่า 2 ไร่ขึ้นไป ก็นำไปให้เอกชนเช่าวางตู้ทำให้มีรถพ่วง 18 ล้อวิ่งผ่านชุมชนจำนวนมากและก่อให้เกิดความเดือดร้อนเพิ่มขึ้นอีก

ต่อมา...ประชาชนในพื้นที่ทนความเดือดร้อนไม่ได้ ได้รวมตัวกันเพื่อขอให้กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศให้กิจการลานตู้คอนเทนเนอร์และลานจอดรถหัวลากเป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ลงพื้นที่ทำการศึกษา และได้ออกประกาศให้ “การประกอบกิจการให้บริการลานสะสมตู้บรรจุสินค้า หรือลานจอดรถหัวลากตู้บรรจุสินค้า” เป็นกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2562

ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 กำหนดให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องนำประกาศกระทรวงนี้ไปออกข้อบัญญัติของท้องถิ่น เพื่อให้ผู้ประกอบการฯมาขออนุญาตและต่อใบอนุญาต รวมทั้งต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดในการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อประชาชน โดยที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ประกาศกระทรวงออกมาใช้แล้ว มีเพียงเทศบาลนครแหลมฉบังแห่งเดียวเท่านั้นที่ทำการออกข้อบัญญัติให้ลานตู้ฯต้องมาขออนุญาตและปฏิบัติตามข้อกำหนด

แต่...หน่วยงานท้องถิ่นอื่นๆกลับยังไม่มีใครออกข้อบัญญัติใดๆ มาควบคุม ซึ่งอาจจะถือได้ว่าเข้าข่ายการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 157 ป. อาญา ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

คำถามมีต่อไปอีกว่า...กระทรวงสาธารณสุขโดยคณะกรรมการสาธารณสุขซึ่งทำหน้าที่ออกประกาศมาเพื่อใช้เป็นกฎหมายเพื่อใช้ควบคุม สามารถดำเนินการอย่างใดได้บ้าง?

หากพิจารณาจาก พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 มาตรา 10 กำหนดให้คณะกรรมการสาธารณสุขภายใต้กรมอนามัยทำหน้าที่ควบคุมสอดส่องการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่เกี่ยวกับการสาธารณสุข (องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น) เพื่อรายงานต่อรัฐมนตรี

รวมทั้งให้ทำการประสานกับราชการส่วนท้องถิ่นให้ปฏิบัติตามกฎหมายนี้

คำถามสำคัญก็คือ...คณะกรรมการสาธารณสุขที่ตั้งขึ้นมาได้ไปสอดส่องการทำหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ ในกรณีลานตู้คอนเทนเนอร์และลานจอดรถหัวลากดังกล่าวนี้

และ...ได้รับทราบความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่

ที่สำคัญ...“กรมอนามัย” โดยคณะกรรมการสาธารณสุขต้องลงไปในพื้นที่ไปให้ข้อแนะนำแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการออกข้อบัญญัติ รวมทั้งเข้าไปร่วมแก้ไขปัญหาร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและกับท่าเรือแหลมฉบังด้วย ไม่ใช่...ออกกฎหมายเสร็จแล้วทิ้งขว้างไม่ดูแล

“ประเทศไทย” กำลังจะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเพื่อให้ประเทศเดินต่อ แต่การพัฒนาดังกล่าวต้องยั่งยืนโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เช่นกัน การพัฒนาในพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบังในจังหวัดชลบุรีให้ก้าวหน้าเชื่อมต่อโลกก็ต้องพัฒนาให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุดและได้รับประโยชน์มากที่สุด

กรณีการประกอบกิจการให้บริการลานสะสมตู้บรรจุสินค้า หรือลานจอดรถหัวลากตู้บรรจุสินค้าที่ก่อความเดือดร้อนต่อชุมชน “หน่วยงานราชการ” ต้องบูรณาการเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ลงเอยแบบ “วิน...วิน” ทั้งผู้ประกอบการฯและชุมชนท้องถิ่น

มองบน “ศรีราชา” จ.ชลบุรี...“ลานตู้คอนเทนเนอร์” และ “ลานจอดรถหัวลาก” ยังคงเป็นปัญหาซ่อนเร้นสำคัญที่ต้องเร่งสะสางคลี่คลายก่อนจะสายเกินเยียวยา.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สกู๊ปหน้า1ตู้คอนเทนเนอร์ท่าเรือแหลมฉบังEECสนธิ คชวัฒน์ศูนย์พักสินค้าการส่งออกข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม 2564 เวลา 00:31 น.