รันทด "ปู่-ย่า" พา "หลานสาว" วัย 5 ขวบดูอาการ "พ่อ" ที่ห้องไอซียูจากอุบัติเหตุรถไฟชนรถบัส ส่วน "แม่" ที่เสียชีวิตระหว่างเหตุการณ์ โดยที่หลานไม่รู้ว่าคืออะไร ด้านปลัดฯ พม.เข้าเยี่ยมผู้บาดเจ็บถึง รพ.พร้อมเตรียมช่วยเหลือเยียวยาในระยะยาว

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 12 ต.ค.63 ที่โรงพยาบาลพุทธโสธร จ.ฉะเชิงเทรา นายเวชและนางบังอร ภูครองผา ปู่-ย่า ได้พาหลานสาว ด.ญ.พีรดา ภูครองผา หรือ น้องมิ้งค์ อายุ 5 ขวบ เดินทางมาจากจังหวัดกาฬสินธุ์ มาดูอาการของผู้เป็นพ่อคือนายจักรพงษ์ ภูครองผา อายุ 27 ปี ที่ขณะนี้ยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในห้อง ICU ของโรงพยาบาลพุทธโสธร ขณะที่แม่ของน้องมิ้งค์ คือ น.ส.เมลดา ภูครองผา ได้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รถไฟชนรถบัส

นางบังอร เผยว่า วันนี้อาการลูกชายยังไม่ดีขึ้นและไม่กล้าย้ายโรงพยาบาลเพราะมีความเสี่ยงสูง ลูกชายกับลูกสะใภ้ได้เข้ามาทำงานที่สมุทรปราการตั้งแต่น้องมิงค์อายุ 1 ขวบกว่า โดยส่งเงินมาให้ครอบครัว จนมาถึงช่วงโควิด-19 ก็รู้ว่าทางลูกชายและลูกสะใภ้แทบไม่มีเงินใช้ จึงต้องหาเงินส่งมาให้ใช้แทน เพราะกลัวลูกลำบาก โดยที่บ้านทำนาทำไร่ แม้กระทั่งก่อนจะเดินทางมาหาลูกชายก็ต้องหยิบยืมคนใกล้ตัวประมาณ 5,000 บาทเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการนอนเฝ้าลูกชาย

"ได้บอกน้องมิงค์แล้วว่าแม่ได้เสียชีวิต แต่หลานก็ยังไม่รู้ว่าแม่ไม่อยู่แล้วคืออะไร ก็บอกทุกคนที่ถามว่าแม่อยู่กรุงเทพฯ ซึ่งตอนนี้คงต้องนอนรอดูอาการลูกชาย หากออกจากห้อง ICU ได้แล้ว ก็จะติดต่อโรงพยาบาลที่จังหวัดกาฬสินธุ์ส่งตัวลูกชายกลับไปรักษา ส่วนน้องมิงค์ก็คงต้องอยู่โรงพยาบาลที่ฉะเชิงเทรากับตน เพราะที่นู่นไม่มีคนดูแล"

ด้าน นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่โรงพยาบาลพุทธโสธร เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนที่ประสบอุบัติเหตุจากกรณีรถบัสโดยสารถูกรถไฟชน พร้อมทั้งหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาในระยะยาว โดยทางรัฐบาลได้เตรียมบูรณาการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต และบุตร ครอบครัวที่ขาดเสาหลักไป โดยจะเร่งช่วยเหลือทุกครอบครัว.