ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    ชีวิตน้องกานต์ น่าสงสาร พ่อแม่แยกกัน ก่อนกลายเป็นศพ สัตว์รุมทึ้งแทะร่าง

    ไทยรัฐออนไลน์10 ก.ค. 2563 20:33 น.
    SHARE

    สร้างความเศร้าสลดให้กับคนในสังคม กรณีการเสียชีวิตของ “น้องกานต์” เด็กชายวัย 6 ขวบ หายออกไปจากบ้านพัก พื้นที่ ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. ผ่านไป 2 วันพบศพในสภาพร่างเหลือครึ่งท่อนบน ไม่มีอวัยวะลำไส้ เหลือเพียงปอดและตับเท่านั้น ส่วนท่อนล่างหายไปทั้งหมด คล้ายถูกสัตว์กัดแทะ

    เพื่อให้คดีเกิดความกระจ่างมากขึ้น ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของน้องกานต์ ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ได้ส่งศพ "น้องกานต์" ไปชันสูตรยังสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งต้องรอไม่เกิน 30 วันจะทราบผล และเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ศพของน้องกานต์ ได้ถูกนำกลับมาประกอบพิธีทางศาสนายังวัดโป่งแรด เป็นวันแรก โดยจัดอย่างเรียบง่ายตามสภาพ เนื่องจากฐานะทางบ้านของอาผู้เลี้ยงดูค่อนข้างยากลำบาก

    นายฉัตรชัย ผลพฤกษา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 2 ต.พลับพลา อ.เมือง จ.จันทบุรี กล่าวกับ “ทีมข่าวเจาะประเด็นไทยรัฐออนไลน์” ว่า อาผู้ชายของ "น้องกานต์" หาเช้ากินค่ำมีอาชีพรับจ้างทั่วไป และเก็บผลไม้ บางวันไม่มีรายได้ ต้องเลี้ยงดูลูกเมีย รวมทั้งน้องกานต์ รวม 7 ชีวิต จากรายได้ประมาณเดือนละ 8,000 บาท หรือน้อยกว่านั้น และมีรายจ่ายต้องผ่อนจักรยานยนต์ โดยทั้งหมดอาศัยบ้านพักคนงานในสวนผลไม้ ส่วนพ่อแท้ๆ ของน้องกานต์ จะส่งเงินมาช่วยเหลือบ้าง 500 ถึง 1,000 บาท

    “งานศพน้องกานต์ ไม่มีดอกไม้ตั้งหน้าโลง เพราะต้องการประหยัด จึงจัดแบบเรียบง่ายมากที่สุด และคืนแรกทางโรงเรียนวัดโป่งแรด เป็นเจ้าภาพจัดงานศพ ส่วนคืนที่สอง ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพลับพลา เป็นเจ้าภาพให้ และยังมีกลุ่มแม่ค้าในตลาดวรรณกานต์พลับพลา รวบรวมเงินช่วยเหลือ และวันที่ 11 ก.ค.นี้ จะฌาปนกิจศพน้องกานต์”

    สำหรับสภาพการเป็นอยู่ของน้องกานต์ ก่อนเสียชีวิต ได้ย้ายมาพร้อมกับครอบครัวอา ซึ่งเป็นน้องชายพ่อ มาอยู่อาศัยในพื้นที่ ต.พลับพลา เมื่อ 3-4 เดือนก่อน เพื่อรับจ้างเก็บผลไม้ โดยก่อนหน้าได้อาศัยในพื้นที่อำเภอมะขาม จ.จันทบุรี จากการดูแลของอา ซึ่งเลี้ยงดูน้องกานต์มาเป็นเวลา 1 ปีกว่า เนื่องจากพ่อและแม่ของน้องกานต์แยกทางกัน ต่างไปมีครอบครัวใหม่ และเมื่อมาอยู่ในพื้นที่ได้อาศัยอยู่กินกับครอบครัวของอา ในบ้านปูนชั้นเดียวมีห้องนอน 1 ห้อง ภายในสวนมังคุด ซึ่งภายในบ้านอัดกันแน่น 5 ชีวิต ทำให้อาผู้ชาย ได้แยกน้องกานต์ และลูกสาวคนโตของอา ออกมานอนหน้าบ้าน โดยใช้ผ้าใบกั้น

    จากการสอบถามอาผู้เลี้ยงดู ถึงเหตุผลในการให้น้องกานต์มานอนหน้าบ้าน เพราะอยากฝึกให้นอนคนเดียว และน้องกานต์ชอบฉี่รดที่นอน จึงทำเป็นเต็นท์ทหารให้น้องกานต์ได้นอน เพราะชอบเป็นทหาร ส่วนข้อสงสัยที่ว่าทางอาต้องการเงินประกัน ซึ่งทางโรงเรียนทำให้กับเด็กนักเรียนทุกคนนั้น ไม่น่าจะเป็นความจริง โดยส่วนตัวคิดว่าหากจะทำกับหลานเพื่อหวังเงินประกันคงทำไปนานแล้ว ตั้งแต่อาศัยใน อ.มะขาม ซึ่งสภาพพื้นที่อยู่กลางป่าและเปลี่ยวกว่านี้

    เมื่อย้อนเหตุการณ์ในวันที่น้องกานต์หายตัวไป ภายหลังอาผู้ชายตื่นขึ้นมาไม่เห็นหลาน เมื่อช่วงเช้าวันที่ 4 ก.ค. แต่ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งกลับมาจากทำงานเก็บผลไม้ในช่วงบ่ายไม่เห็นหลาน และมีฝนตกหนัก จึงออกตามหาน้องกานต์ จนมาเช้าวันที่ 5 ก.ค. ได้มาแจ้งความกับตนในฐานะเป็นผู้ใหญ่บ้าน จึงระดมกำลังกันออกค้นหาจนมาเจอศพในสภาพร่างครึ่งท่อน โดยส่วนตัวคิดว่าน้องกานต์น่าจะถูกสัตว์มีพิษกัดจนเสียชีวิตและอาจถูกตัวเงินตัวทองกัดแทะร่างกาย ซึ่งขอยืนยันในพื้นที่ไม่มีสัตว์ใหญ่ไม่ว่าเสือ หรือหมี

    นอกจากนี้ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านเคยเห็นน้องกานต์นำน้ำแดงในศาลพระภูมิมาดื่มระหว่างเดินเที่ยวตามปกติในสวน กระทั่งเสียชีวิต และพบตุ๊กตามดตะนอยบนศาลพระภูมิ พร้อมกับตุ๊กตานางรำซึ่งอยู่ในสภาพคอและลำตัวหักแตก ไม่แน่ใจว่าน้องกานต์ทำหรือไม่ เพราะศาลพระภูมิเพิ่งตั้งมาไม่ถึง 1 เดือน และตุ๊กตานางรำยังอยู่ในสภาพปกติไม่แตกหัก คิดว่าการเสียชีวิตของน้องกานต์ไม่เกี่ยวกับเรื่องอาถรรพณ์ใดๆ.

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    น้องกานต์คดีน้องกานต์น้องกานต์เสียชีวิตศพครึ่งท่อนสัตว์กัดศพน้องกานต์ข่าวน้องกานต์ศพน้องกานต์ข่าวทั่วไป

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้