ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    “ตู่” ห่วงคนทะลักบางแสน ผวาโควิดระบาด รอบ 2 (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์5 มิ.ย. 2563 05:25 น.
    SHARE

    12 กิจการใหญ่-ลุ้นคลายล็อก 4 ทบ.แถลงลงดาบปลดยกแผง บอร์ดบริหารสนามมวยลุมพินี

    สถานการณ์บางแสนเป็นเหตุ “บิ๊กตู่” ไม่สบายใจ วอนประชาชนช่วยเตือนกัน หวั่นเด็กเล็กติดเชื้อโควิด-19 “ทวีศิลป์” ขอให้ดูแลตัวเองถ้าเห็นว่าตรงไหนหนาแน่น ขอให้กระจายตัวออก เพราะยังมีความเสี่ยง ถึงปลายปียังไม่รู้คลี่คลายหรือไม่ ส่วนการคลายล็อกกิจการเสี่ยงระยะ 4 จำนวน 12 กิจกรรม ให้เจ้าของกิจการเสนอแนวทางป้องกันมาที่ ศบค. เทศบาลเมืองแสนสุขเต้น จัดระเบียบล้อมคอกหาดบางแสนก่อนเปิดเต็มรูปแบบ “วิษณุ” รับ ดู ก.ม.แทน พ.ร.ก.ฉุกเฉินเอง กลางเดือน มิ.ย.ชัดเจนแน่ คลังชงเยียวยาลอตสุดท้าย กวาดคนตกหล่นทุกกลุ่มรวม 9 ล้านคน ไม่มีช่วยเพิ่มแล้ว สธ.ห่วงปัญหาเศรษฐกิจจากพิษโควิด-19 กระทบครอบครัวเปราะบางในเมือง-ชุมชนแออัด หวั่นฆ่าตัวตายพุ่ง แนะเปิดเรียนต้องจับตาเด็กเรียนไม่ทัน หลังมีงานวิจัยพบมีปัญหากว่า 50 เปอร์เซ็นต์ “คมนาคม” ไฟเขียว ระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถไฟ รถทัวร์ เครื่องบิน 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องทำตามมาตรการย่อยของแต่ละจังหวัด ทบ.แถลงผลสอบคนติดเชื้อในสนามมวย พบบกพร่องที่ไม่สามารถควบคุมการแพร่กระจายของโรคได้ ปลดกรรมการสนามมวยยกชุด

    กรณีผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนักในประเทศไทย ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) บริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน ยกระดับการควบคุมสถานการณ์แพร่เชื้อ สั่งปิดสถานที่หลาย ประเภทที่เป็นแหล่งชุมนุมของประชาชน บริษัทเอกชนจำนวนมากต้องปิดกิจการชั่วคราว สร้างผลกระทบกับลูกจ้างจำนวนมาก เป็นที่มาของมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบทุกภาคส่วน ด้วยการให้ลงทะเบียนในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของรัฐบาลหลายเว็บไซต์เพื่อรับเงินเยียวยา ต่อมารัฐบาลประกาศเคอร์ฟิวทั่วประเทศตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. จนสถานการณ์ดีขึ้นจำนวนผู้ติดเชื้อลดลง ทยอยออกมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 1 มาถึงล่าสุดระยะ 3 และประกาศลดเวลาเคอร์ฟิวออกไปเป็น 23.00-03.00 น. แต่ยังต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไปอีก 1 เดือนถึงสิ้นเดือน มิ.ย.ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

    ยกบางแสนตัวอย่างเสี่ยง

    ความคืบหน้าจากศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 4 มิ.ย. นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.กล่าวถึงภาพคนไทยทะลักแห่เที่ยวชายหาดบางแสนว่า ประเด็นนี้มีความสำคัญ เมื่อออกมาตรการผ่อนคลาย ให้ได้ผ่อนคลายจิตใจ ร่างกาย ได้ไปเที่ยวกับครอบครัว แต่ยังคงมีความเสี่ยง ขอให้ปฏิบัติตามมาตรการหลัก 5 ข้อ หากเห็นจุดใดคนเริ่มหนาแน่น ขอให้ช่วยกระจายตัวกันออก ภาพนี้คือตัวอย่างข้อเท็จจริง ที่ต้องนำมาพิจารณารับมือการเดินทางในวันหยุดที่จะเกิดในอนาคต ยืนยันภาครัฐทำอย่างเต็มที่แต่ต้องเป็นความร่วมมือ 3 ส่วน ทั้งผู้ประกอบการ ประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะเข้าไปตรวจกิจกรรม/กิจการที่ได้รับการผ่อนคลาย ภาพที่เห็นเป็นตัวอย่างของปัญหา เราต้องหามาตรการช่วยกัน ที่สำคัญต้องได้รับความร่วมมือจากทุกคน

    12 กิจกรรมเสี่ยงผ่อนปรนระยะ 4

    นพ.ทวีศิลป์กล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรม/กิจการที่จะผ่อนคลายระยะต่อไป เบื้องต้นมี 12 กิจกรรม ประกอบด้วย โรงเรียนและสถานศึกษา การถ่ายทำภาพยนตร์และวีดิทัศน์ สนามกีฬา โรงยิม สถานที่ออกกำลังกาย ฝึกซ้อมและแข่งกีฬา สถานรับเลี้ยงเด็กและสถานดูแลผู้สูงอายุ อุทยานแห่งชาติ สวนรุกขชาติสำหรับพื้นที่ส่วนราชการกำหนดและสามารถปฏิบัติตามมาตรการได้ การจัดแสดงคอนเสิร์ต ดนตรีงานอีเวนต์ แสดงสินค้าพื้นที่เกิน 2 หมื่นตารางเมตร ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา ชายหาดชายทะเลเฉพาะพื้นที่ส่วนราชการกำหนดและสามารถปฏิบัติตามมาตรการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ ห้องประชุมที่รวมกลุ่มคนมากกว่า 200 คน สวนสนุก สวนน้ำ สนามเด็กเล่น ร้านเกม และสถานบริการอาบอบนวด เหล่านี้เป็นกลุ่มสีแดง เรายังต้องอยู่กับโรคนี้อีกนานแค่ไหนไม่รู้ บางทฤษฎีประเมินเป็นเดือน บางทฤษฎีเป็นปี ศบค.ชุดเล็กทยอยเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกิจการ/กิจกรรมเหล่านี้มาพูดคุย เช่น การแข่งขันกีฬาจะทำได้หรือไม่อย่างไร การเปิดกองถ่ายฉากใหญ่ๆที่มีคนจำนวนมากทำอย่างไร ขณะนี้อนุญาต 50 คน แต่บางฉากใหญ่ต้องใช้คนหลักร้อย มาตรการต่างๆเหล่านี้ท่านต้องมาเสนอ หน้าที่ ศบค.คือรับฟังจากทุกภาคส่วน

    ยังไม่แน่ปลายปีจะคลี่คลาย

    เมื่อถามว่า คนที่ถูกกักตัวในสถานกักกันของรัฐครบ 14 วันแล้ว เมื่อเดินทางเข้าจังหวัดต้องกักตัวอีกหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ต้องกักตัวอีก เพราะการอยู่ครบ 14 วันในสถานกักกันของรัฐ ถือเป็นการยืนยันแล้ว หากเข้าจังหวัดที่มีมาตรการกักตัวคนจากพื้นที่อื่น ขอให้ท่านยื่นใบรับรองจากสถานกักกันของรัฐเพื่อยืนยัน เมื่อถามว่ามีการเปิดจองงานวิ่งช่วงปลายปี จะสามารถดำเนินการได้หรือไม่ นพ.ทวีศิลป์กล่าวว่า ขณะนี้ยังยืนยันไม่ได้ เพราะสถานการณ์โลกยังเพิ่มสูง และทฤษฎีต่างๆยังไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่กับชุดพฤติกรรมของคนและการค้นพบวัคซีน หากยังไม่เจอช่วงปลายปี เรายังต้องเข้มข้นกับมาตรการอยู่ การจะทำได้หรือไม่จึงยังไม่ชัดเจน การทำกิจกรรมต่างๆที่มีความเสี่ยงจะได้จัดหรือไม่ ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงได้ แต่ต้องมีแผนรองรับความเสี่ยงไว้ ตนยังไม่อยากยืนยันว่าสิ้นปีนี้มีความปลอดภัยแค่ไหน ขอให้ทำวันนี้ให้ดีที่สุดกันทั้งประเทศ

    “บิ๊กตู่” ห่วงแห่เที่ยวบางแสน

    ที่รัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีมีประชาชนออกไปเที่ยวจำนวนมากช่วงวันหยุด หลังปลดล็อกระยะที่ 3 โดยเฉพาะหาดบางแสน จ.ชลบุรี ว่า กรณีนี้จะช่วยนายกฯอย่างไร ขอให้เตือนกันหน่อยว่าอันตราย ตนเห็นภาพข่าวแล้วไม่สบายใจกับการนั่งใกล้ขนาดนั้น แต่เห็นใจเพราะเป็นวันหยุด ทุกคนอยากไปเที่ยวเพื่อผ่อนคลาย แต่ต้องไม่ลืมตัว ใครจะไปห้ามไหว ถ้าไปห้ามก็ทะเลาะกันอีก ต้องรู้จักห้ามตัวเอง ไม่เช่นนั้นเด็กเล็กติดโควิด-19 จะทำอย่างไร สิ่งเหล่านี้อันตรายไม่อยากให้เกิด แม้จะเห็นใจแต่จะทำอย่างไรไม่ให้เกิดลักษณะนี้อีก หากสถานที่เที่ยวจุดไหนแน่น เปลี่ยนไปสถานที่อื่นได้หรือไม่ ขอย้ำว่า ถ้าแน่นเกินไปมันอันตราย หากสนุกชั่วคราวแล้วติดเชื้อโควิด-19 จะเดือดร้อนอีก เมื่อถามว่า ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อเดินทางกลับจากต่างประเทศต้องทบทวนระยะเวลากักตัวเพิ่มจาก 14 วันหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ฝ่ายสาธารณสุขจะพิจารณาว่า เพิ่มจำนวนวันหรือไม่ แต่เท่าที่ดูจำนวนตัวเลขไม่มากนัก ยังถือว่ารับได้ นั่นคือข้อดีของกักกันตัว แต่ก่อนมีคนไม่เห็นด้วยเพราะมองว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นและทำให้การแพร่ระบาดในประเทศไทยลดลง วันนี้ต้องดีใจเราพบผู้ติดเชื้อจริงๆคือในสถานที่กักตัวของรัฐ ส่วนพื้นที่ทั่วไปสถิติน้อย แต่สำหรับในเหตุการณ์ที่บางแสนยอมรับว่ารู้สึกกลัว

    ผ่อนปรนระยะ 4 รอดูผลปัจจุบัน

    เมื่อถามถึงการเพิ่มจำนวนคนไทยที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การเพิ่มจำนวนต้องดูว่าสถานที่กักตัวของรัฐเพียงพอหรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยเข้ามาวันละ 5,000 คน เราเริ่มจากจำนวนหลักร้อย ให้เข้าออกตามตัวเลขที่สามารถควบคุมได้ นี่คือการบริหาร เพราะอย่างไรก็คือคนไทย วันนี้พูดว่าในพื้นที่ภาคใต้มีการนำเด็กมากักขัง ใช่หรือเปล่าไม่รู้ ไปกับพ่อกับแม่หรือเปล่า ตนคิดว่าเรื่องนี้เขาดูแลอยู่แล้ว คงไม่มีใครใจร้ายกับเด็กเล็ก เมื่อถามว่ามีแนวโน้มพิจารณาผ่อนคลายระยะที่ 4 มีระยะเวลาสั้นลงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ต้องดูอย่างเช่น หาดบางแสนจะเกิดอะไรขึ้นหรือไม่ ถ้าสถานการณ์ดีจะปล่อยเข้าสู่การผ่อนคลายระยะ 4 แต่ถ้าสถานการณ์แรงอาจทอดเวลาไประยะ 5 ตอนนี้ยังไม่ชัดเจน การพูดวันนี้คือวันนี้ แต่อนาคตเกิดอย่างไรยังไม่รู้ ต้องเตรียมความพร้อมตรงนี้ไว้ การทำงานต้องแบบนี้ ต้องมีแผนสำรองเสมอ ต้องมีแผนปฏิบัติการ แผนเผชิญเหตุ สมมติฐานที่เกิดขึ้นทั้งหมด นั่นคือการทำงานของรัฐบาล ตนเป็นทหารด้วยจึงนำวิธีการเหล่านี้มาบริหารตรงนี้ด้วยเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์จับต้องได้

    นายกฯอาลัย “ครูใหญ่ อสม.”

    เย็นวันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเสียใจกรณี นพ.อมร นนทสุต อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข เสียชีวิตว่า “ขอแสดงความอาลัยกับการจากไปของศาสตราจารย์ นพ.อมร นนทสุต เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ผู้มีส่วนสำคัญการวางรากฐานยุทธศาสตร์ระบบสาธารณสุขมูลฐาน และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน จนได้รับการเรียกขานกันว่า เป็น “ครูใหญ่แห่งระบบสาธารณสุขเพื่อชุมชน” โดยริเริ่มให้มีผู้สื่อข่าวสาธารณสุขหรือ ผสส.เพื่อเป็นช่องทางสื่อสารข้อมูลด้านสาธารณสุขให้ถึงชาวบ้าน ต่อมายกระดับขึ้นมาเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. เป็นปัจจัยเข้มแข็งของระบบสาธารณสุขไทยถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะการต่อสู้กับวิกฤติโควิด-19 เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของบุคลากรสาธารณสุขที่มีทั้งความรู้ความสามารถทุ่มเทเสียสละอย่างแท้จริง เชื่ออย่างยิ่งว่า จะเป็นแรงบันดาลใจให้รุ่นต่อๆไป ประเทศไทยต้องจารึกคุณงามความดีที่ท่านได้กระทำไว้ตลอดไป”

    “วิษณุ” รับดูกฎหมายแทน พ.ร.ก.

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งคณะกรรมการพิจารณากฎหมายรองรับการแก้ปัญหาโควิด-19 ภายหลัง พ.ร.ก.ฉุกเฉินหมดอายุสิ้นเดือน มิ.ย.ว่า เรื่องนี้ยังไม่ได้ทำอะไร เพราะเพิ่งต้นเดือน มิ.ย. ต้องใช้เวลาประเมินสักระยะ ยังไม่ทราบว่าจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ ขณะนี้ตนเป็นผู้ดูคร่าวๆเพียงคนเดียว ยังไม่ได้มีการตั้งทีมหรือคณะขึ้นมาพิจารณา แต่เชื่อว่าจะชัดเจนเรื่องดังกล่าวประมาณกลางเดือน มิ.ย.

    ชงเยียวยาท้ายสุด 9 ล้านคน

    นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง เผยหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบไวรัสโควิด-19 (ปลัด 10 กระทรวง) ว่า สัปดาห์หน้ากระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท พิจารณาจ่ายเงินเยียวยากลุ่มตกหล่น จากมาตรการรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ประมาณ 9 ล้านคน เป็นลอตสุดท้ายที่รัฐบาลจะจ่ายเงินเยียวยา ไม่มีการช่วยเหลือเพิ่มเติมแล้ว ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

    กวาดคนตกหล่นทุกกลุ่ม

    “สำหรับกลุ่มที่จะได้รับการเยียวยาเพิ่มเติม หลังจากคณะกรรมการเยียวยาตรวจสอบข้อมูลความซ้ำซ้อนกับโครงการอื่นแล้ว ประกอบด้วย 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1.2 ล้านคนจากเดิม 2.4 ล้านคน 2.กลุ่มที่ลงทะเบียนมาตรการเยียวยาเราไม่ทิ้งกันไม่สำเร็จ 302,160 คน จากเดิมลงทะเบียนไม่ผ่าน 1.7 ล้านคน เสนอได้รับเงิน 5,000 บาท 3 เดือน 3.กลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม ได้แก่ เด็กแรกเกิดถึง 6 ปี ผู้พิการ และผู้สูงวัย ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ดูแล 6.9 ล้านคน จากกรอบเดิมที่ ครม.อนุมัติไว้ 13 ล้านคน จะได้รับเงิน 1,000 บาท 3 เดือน และ 4.กลุ่มตกหล่นจากประกันสังคม 66,000 คน เป็นผู้ ตกงานแต่ยังส่งเงินประกันสังคมไม่ครบ 6 เดือน คาดว่าจะได้รับเงิน 5,000 บาท 3 เดือน” นายประสงค์กล่าว

    เร่งจ่ายให้ทันเดือน มิ.ย.

    ปลัดกระทรวงการคลังกล่าวด้วยว่า ตัวเลขเงินเยียวยากลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มอื่นๆต้องให้คณะกรรมการกลั่นกรองฯเคาะอีกทีว่า จะสรุปตามที่คณะกรรมการเยียวยาเสนอหรือไม่ แต่จำนวนเดือนที่จะช่วยเหลือยังกำหนดที่ 3 เดือนเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ใน 4 กลุ่มที่ตกหล่นนี้คาดว่าจะเริ่มจ่ายเงินเยียวยาได้ภายในเดือน มิ.ย. 2 เดือนพร้อมกัน และเดือน ก.ค.อีก 1 เดือน ถ้าหาก ครม.ไม่สามารถอนุมัติได้ทันภายในเดือนนี้ ต้องเลื่อนการจ่ายเงินไปเดือน ก.ค. จะจ่ายเงินก้อนเดียว 3 เดือน ส่วนกลุ่มผู้ที่ร้องทุกข์จากมาตรการเยียวยาเราไม่ทิ้งกัน ที่เข้ามาร้องเรียนที่กระทรวงการคลังและกรมประชาสัมพันธ์ 806,000 คน ในจำนวนนี้คัดกรองข้อมูลแล้ว 100,000 คน พบว่า เป็นผู้ที่ยังไม่ได้มาลงทะเบียนหรือตกหล่น 6,472 คน ส่วนที่เหลือได้รับสิทธิ์เยียวยาต่างๆไปแล้ว

    เยียวยาแล้วกว่า 25 ล้านคน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ปัจจุบันจ่ายเงินเยียวยาไปแล้วกว่า 25 ล้านคน จากจำนวนประชากร 66 ล้านคน แบ่งเป็น 1.ผู้ที่ผ่านเกณฑ์มาตรการเยียวยา “เราไม่ทิ้งกัน” กลุ่มอาชีพอิสระ แรงงาน และลูกจ้างชั่วคราว 5,000 บาท 3 เดือน (เม.ย.-มิ.ย.) 15.10 ล้านคน วงเงิน 151,000 ล้านบาท 2.เกษตรกรที่ลงทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 7.1 ล้านคน วงเงิน 76,100 ล้านบาท จากกรอบวงเงินที่กำหนดไว้ 10 ล้านคน 3.กลุ่มลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคมเป็นผู้ประกันตน “มาตรา 33” ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้ว่างงาน 1.2 ล้านราย วงเงิน 7,300 ล้านบาท 4.กลุ่มคนพิการ ที่มีบัตรคนพิการทั่วประเทศ 2 ล้านคน รายละ 1,000 บาท วงเงิน 2,000 ล้านบาท

    หวั่นโควิดทำคนฆ่าตัวตาย

    ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผอ.ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร กล่าวในการแถลงสถานการณ์โรคโควิด-19 ว่า สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ทำให้เกิดผลกระทบต่อครอบครัวคนไทยต่างกัน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง จากข้อมูลพบว่า มีอยู่ 3.8 ล้านครอบครัว 1 ครอบครัวเฉลี่ย มีสมาชิก 4-6 คน บางครอบครัวขาดแคลนปัจจัย 4 ที่หาไม่ได้จากตู้ปันสุข ปัญหาเศรษฐกิจครอบครัวส่งผลไปถึงสุขภาพจิต นำไปสู่การฆ่าตัวตาย อย่างวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 มีคนฆ่าตัวตายนับพันราย สิ่งที่ตามมาอีกคือ ความรุนแรงในครอบครัว ความรุนแรงทางด้านจิตใจร้อยละ 32 ส่วนด้านร่างกายร้อยละ 10 ความรุนแรงทางเพศร้อยละ 4.5 และปัญหาการหย่าร้าง

    ต้องให้ความสำคัญคน 7 กลุ่ม

    “ดังนั้นเราจำเป็นต้องให้ความสำคัญ 7 กลุ่มคือ กลุ่มแรกมีสภาวะยากจน ขาดแคลน แร้นแค้นอยู่แล้ว ลงทะเบียนเอาไว้จำเป็นจะต้องได้รับการดูแล เป็นพิเศษ กลุ่ม 2 ผู้สูงอายุและผู้พิการ กลุ่ม 3 ผู้ป่วย เช่น เบาหวาน ความดัน กลุ่ม 4 ครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ปัจจุบันมีมากถึง 50 เปอร์เซ็นต์ของครอบครัวไทย กลุ่ม 5 กลุ่มที่เข้าไม่ถึงสิทธิ์ เช่น ลงทะเบียนผ่านโทรศัพท์มือถือ เข้าไม่ถึงสิทธิ์เพราะไม่มีโทรศัพท์ หรือไม่มีบัญชีธนาคาร นอกจากเข้าไม่ถึงความช่วยเหลือแล้ว ความรู้สึกหดหู่เมื่อเห็นคนที่มีฐานะทาง เศรษฐกิจดีกว่ากลับได้รับความช่วยเหลือ ในขณะที่ตัวเองลำบากมากกว่าแต่เข้าไม่ถึง ทำให้เกิดสภาวะจิตใจ หดหู่ ซึมเศร้าได้ กลุ่ม 6 กลุ่มคนไร้สถานะ แรงงานต่างด้าว และกลุ่ม 7 กลุ่มชาติพันธุ์ตามชายขอบ ในเขตเมือง เขตอุตสาหกรรม หรือจังหวัดชายแดน นอกจากนี้ เมื่อมองเชิงเปรียบเทียบผลกระทบครอบ– ครัวไทยแล้ว อยากย้ำไปที่ครอบครัวกลุ่มเปราะบางในเขตเมือง เพราะในชนบทจะมี อสม.ที่เข้มแข็ง ติดตามถึงบ้านให้กำลังใจผู้คน ดูว่าขาดแคลนอะไร พอช่วยเหลือได้ แต่ในเขตเมืองกลไกการดูแลยาก ลำบาก ดังนั้นเขตเมืองจะมี 2 กลุ่มที่ต้องเน้นหนัก เป็นพิเศษคือ กลุ่มคนไร้บ้าน และอีกกลุ่มคือชุมชนแออัด” นพ.โกมาตรกล่าว

    เตือนเด็กกลับไปเรียนติดเชื้อ

    นพ.โกมาตรกล่าวด้วยว่า สรุปว่ากลไกต่างๆ ที่ต้องเข้าไปช่วยเหลือ ให้มองผลกระทบ 3 ระยะคือ ระยะเร่งด่วน กลุ่มเปราะบางเหล่านี้ต้องการความ ช่วยเหลืออะไร ควรเข้าไปตอบสนอง ระยะกลาง เรา จะคลายล็อกมากขึ้น อนาคตจะมีผลกระทบตามมา เช่น การเปิดโรงเรียน ในต่างประเทศพบมีการระบาด ของโควิด-19 กลับมา ที่สำคัญมีงานวิจัยต่างประเทศพบว่าเด็กที่เรียนอยู่กับบ้าน เมื่อกลับไปเรียนที่โรง– เรียนจะมีปัญหาความรู้ตกหล่น ไม่สามารถเรียนตามเนื้อหาที่คาดหวังไว้ โดยเฉพาะเด็กในครอบครัวที่ไม่มีอุปกรณ์สำหรับเรียนที่บ้าน พบตกหล่นเรียนไม่ทันมากกว่าร้อยละ 50 เพราะฉะนั้น หลังคลายล็อกเปิดเรียนแล้ว ครูอาจารย์ต้องติดตามความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงการเรียนรู้และสร้างกระบวนการ สนับสนุนรองรับ อาจควบคู่ไปกับการฟื้นฟูทางด้านเศรษฐกิจที่รัฐบาลมีนโยบายอยู่แล้ว

    ไฟเขียวขนส่งสาธารณะ 100%

    นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม (คค.) เผยว่า กระทรวงคมนาคมหารือเรื่องการเปิดให้บริการระบบขนส่งสาธารณะกับ ศบค.ชุดเล็กแล้ว เพื่อให้การบริการสอดคล้องกับมาตรการผ่อนปรนระยะ 3 จากผลการหารือแจ้งหน่วยงานในสังกัดว่า สามารถเปิดให้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทได้ 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งรถโดยสารสาธารณะ (รถทัวร์) รถไฟทางไกล และเครื่องบิน ยกเว้นจังหวัดที่ยังห้ามการเดินทางเข้าออก เพื่อรองรับความต้องการเดินทางของประชาชนที่เพิ่มขึ้น ล่าสุดกระทรวงคมนาคมตรวจสอบจังหวัดที่เคยมีมาตรการห้ามเข้าออก 19 จังหวัดแล้วพบว่าในจำนวนนี้ 12 จังหวัดยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์แล้วเดินทางเข้าออกได้ แต่จังหวัดอาจมีมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 อื่นเพิ่มเติมผู้โดยสารต้องตรวจสอบ ส่วนอีก 7-8 จังหวัดที่เหลือ คค.กำลัง ขอข้อมูลมาตรการเข้าออกจะชัดเจนเร็วๆนี้

    แต่ต้องคงมาตรการเคร่งครัด

    “แม้ ศบค.จะปลดล็อกระบบขนส่งสาธารณะทั้งหมดแล้ว แต่การให้บริการขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละหน่วยงาน เช่น รถทัวร์ต้องรอประกาศจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ว่าให้เดินรถได้เมื่อใด รถไฟทางไกลต้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งก่อน หรือสายการบินต่างๆ ต้องรอประกาศจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ส่วนเรื่องความถี่การให้บริการขึ้นอยู่กับการพิจารณาของหน่วยงานที่ดูแล อย่างไรก็ตาม การใช้บริการขนส่งสาธารณะ กระทรวงคมนาคมกำหนดให้ระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภท ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด ทั้งมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) การสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ใช้บริการ การให้บริการเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ รวมถึงการสแกนแพลตฟอร์ม “ไทยชนะ” เพื่อติดตามผู้โดยสาร กรณีพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19” นายอานนท์กล่าว

    โละ กก.สนามมวยทำคนติดเชื้อ

    ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผอ.สำนักงานพระธรรมนูญทหารบก และคณะกรรมการตรวจสอบกรณีการจัดแข่งขันชกมวยจนเป็นจุดแพร่ระบาดโรคโควิด-19 ว่า ผลการ ตรวจสอบพบว่า มีความบกพร่องที่ไม่สามารถควบคุม การแพร่กระจายของโรคได้ ตามที่ตนคิดว่าจะสามารถดำเนินการได้จริง ทำให้เกิดความเสียหาย เสนอให้ปลดคณะกรรมการสนามมวยลุมพินี (รามอินทรา) ทั้งหมด รวมถึงนายสนามมวย (เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก) ผบ.ทบ.ดำเนินการเรื่องการปรับย้ายให้เจ้ากรมสวัสดิการทหารบกไปช่วยราชการแล้ว ตั้งแต่ช่วงเกิดเรื่องใหม่ๆ

    จี้เปิดข้อมูลช่วยค่ายมือถือ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. นายวิเชียร พงศธร ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ทำหนังสือส่งถึงนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เรื่องขอให้เปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณชน กรณีผู้ให้บริการโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์มือถือและอินเตอร์เน็ต ยื่นเรื่องขอให้ กสทช.ขยายและเพิ่มความช่วยเหลือมากขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายช่วงโควิด-19 อย่างครบถ้วน โปร่งใส หาก กสทช.จะลดค่าตอบแทน ตามสัญญาให้ผู้ประกอบการ ขอให้พิจารณาถึงรายได้ ของ กสทช. เป็นทรัพยากรของประเทศและประชาชน คำนึงถึงลำดับความจำเป็น ความคุ้มค่าและประโยชน์ที่ประชาชนและ กสทช.พึงได้รับ ไม่เพียงแต่ผลประโยชน์ของผู้ให้บริการเท่านั้น

    คนเข้ามิวเซียมสยามลดลง

    ที่ “มิวเซียมสยาม” สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยใจกลาง กทม. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า แม้อยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แต่ยังคงมีนักเรียน นักศึกษา ประชาชน ทยอยเดินทางมาเที่ยวชมหาความรู้ มิวเซียมสยามเปิดให้เข้าชมรูปแบบใหม่หรือ “นิวนอร์มอล” บังคับสวมหน้ากากอนามัยตลอดการชม ทั้งเปิดให้เข้าเพียงด้านหน้าเพื่อตรวจวัดอุณหภูมิ ไฮไลต์อยู่ที่รูปปั้นแม่เอิบนางกวักขนาดยักษ์สูง 4 เมตร มาสคอตของนิทรรศการถอดรหัสไทย มีการสวมหน้ากากอนามัยสีฟ้าให้แม่เอิบ ทั้งตั้งตุ๊กตาหนุมานสวมเฟซชิลด์อยู่ใกล้ๆกัน เพื่อกระตุ้นเตือนเด็กเยาวชนให้ตระหนักและระมัดระวังป้องกันโรคร้าย ได้รับความสนใจจากนักเรียนเป็นอย่างมาก หลังเปิดทำการอีกครั้งเมื่อวันที่ 19 พ.ค. หลังหยุดไปเกือบ 2 เดือน ประชาชนลดลงมาก

    วัดป่าภูก้อนเปิดวันแรกคึกคัก

    ส่วนบรรยากาศการท่องเที่ยวต่างจังหวัด หลัง จากรัฐบาลมีมาตรการผ่อนคลายล็อกเฟส 3 ที่วัดป่าภูก้อน อ.นายูง จ.อุดรธานี เปิดให้พุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมความงามและนมัสการพระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระพุทธรูปหินอ่อนขนาด 20 เมตรเป็นวันแรก บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มีเจ้าหน้าที่ รพ.นายูง มาคอยอำนวยความสะดวกตรวจคัดกรองวัดไข้ จากนั้นให้รับบัตรคิวรอบละ 10-15 คน ทางวัดจะให้ประชาชนกราบไหว้และเวียนผ้าไตรรอบนอกเพื่อลดการสัมผัส ส่วนผ้าไตรที่ใช้เวียนรอบองค์พระหินอ่อนจะมีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดทุกครั้ง ขณะที่จุดอื่นๆจะพิจารณาเปิดให้เข้าชมอีกครั้ง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ผู้มากราบสักการะ

    ปางช้างเตรียมรับนักท่องเที่ยว

    นางอัญชลี กัลมาพิจิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปางช้างแม่สา ต.แม่แรม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เผยว่า เตรียมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวิถีชีวิตช้างวันที่ 17 มิ.ย. ปางช้างแม่สาเตรียม มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 อย่างเข้มงวดตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุข นักท่องเที่ยวเข้าชมและศึกษาวิถีชีวิตช้างได้อย่างเต็มที่ ไม่เก็บค่าผ่านประตูเพราะต้องการขอบคุณผู้ใจบุญและหน่วยงานต่างๆที่ช่วยเหลือช่วงหยุดกิจกรรม ทำให้ขาดรายได้ต้องแบกภาระเลี้ยงช้าง 78 เชือก รวมถึงพนักงานกว่า 200 คน แต่ขอให้ผู้มาเยือนช่วยซื้ออาหารป้อนช้างหรือบริจาคเงินช่วยเหลืออาหารช้างแล้วแต่สะดวก

    เรือโดยสารเกาะพีพีเปิด 7 มิ.ย.

    ด้านนายเชิดพงษ์ จันจะนะ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดกระบี่ พร้อมนายชัยวุฒิ บัวทอง นายอำเภอเมืองกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ที่ท่าเทียบเรือท่องเที่ยวปากคลองจิหลาด ต.ไสไทย อ.เมืองกระบี่ เพื่อเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการท่าเทียบเรือโดยสารกระบี่-เกาะพีพี นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน รองนายก อบจ.กระบี่ กล่าวว่า เรือโดยสารกระบี่-เกาะพีพี จะเปิดให้บริการเที่ยวแรกวันที่ 7 มิ.ย. ออกเดินทางเวลา 09.00 น. และเที่ยวต่อไปเวลา 15.00 น. ส่วนเรือที่ออกจากเกาะพีพีมายังตัวเมืองกระบี่ เริ่มออกจากเกาะพีพีวันที่ 8 มิ.ย. เวลา
    09.00 น. จากนั้นเรือโดยสารจะวิ่งเส้นทางดังกล่าวไปกลับวันละ 1 เที่ยว

    จัดระเบียบหาดบางแสน

    ที่บริเวณชายหาดบางแสน ต.แสนสุข อ.เมืองชลบุรี หลังจากนักท่องเที่ยวใช้เวลาช่วงวันหยุดพาครอบครัวเดินทางมาพักผ่อนเล่นน้ำทะเลตลอดแนวชายหาด เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางกลับพบขยะถูกทิ้งเกลื่อนจำนวนมาก เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแสนสุข ต้องเร่งจัดเก็บขยะเพื่อให้ชายหาดกลับคืนความสวยงามอีกครั้ง ขณะเดียวกันนายณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข เผยว่า วันที่ 5 มิ.ย. จะเปิดชายหาดบางแสนเต็มรูปแบบ ให้ผู้ประกอบการเตียงผ้าใบและแม่ค้าต้องการขายของมาจับจองพื้นที่ พร้อมออกใบอนุญาตแบบถูกต้องเพื่อลดการแย่งพื้นที่ นอกจากนี้ จะแบ่งแยกพื้นที่กางเตียงผ้าใบ เว้นพื้นที่ว่างให้นักท่องเที่ยวระยะ 1 กม. แบ่งเป็น 7 ช่วง ทำให้มีพื้นที่ว่างให้เดินชมทะเลกว้างมากขึ้น นอกจากนี้ เตรียมแผนรองรับนักท่องเที่ยวช่วงวันหยุด เน้นเรื่องการจราจรเพื่อลดความแออัด

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    โควิด-19ข่าวหน้า1หาดบางแสนไวรัสโคโรน่ายอดผู้ป่วยโควิด-19ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ข่าววันนี้ข่าวทั่วไป

    คุณอาจสนใจข่าวนี้