ภัยแล้งจันทบุรี ทำต้นลำไยที่กำลังติดลูกเตรียมจะส่งออกแห้งตายกว่า 14,000 ไร่ สูญเสียแล้วกว่า 7 ร้อยล้าน ชาวสวนเมืองจันท์เข่าทรุดหากสิ้นเดือนนี้ไม่มีน้ำมารดรักษาต้น สวนที่เหลืออาจเจ๊งเป็นแถบๆ
เมื่อวันที่ 12 มี.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ จ.จันทบุรี ยิ่งทวีความรุนแรง ยิ่งในช่วงผลไม้กำลังออกผลผลิต ชาวสวนช่วยตนเองจนจะไม่รอด กอดคอกลับกับท้องถิ่นภายใต้งบประมาณที่มีน้อยนิด หวังฝ่าวิกฤตแล้งไปให้ได้ โดยเฉพาะสวนลำไยในพื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ที่มีกว่า 3 แสนไร่ ยืนต้นตายจนเห็นเป็นภาพชินตาในระยะนี้แล้วกว่า 14,000 ไร่ และอีก 70,000 ไร่ เริ่มเห็นผลชัดเจนว่าแล้งจัดและจะยืนต้นตายในอีกราวเดือน เม.ย.63
ด้านพื้นที่ ต.หนองตาคง อ.โป่งน้ำร้อน อยู่ในเขตชลประทาน อ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกร จ.จันทบุรี พร้อมด้วยชลประทาน เกษตรอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน เข้าสำรวจความเสียหายของสวนลำไย ที่เกิดจากฝนทิ้งช่วงยาวนานจนประสบปัญหาภัยแล้งหนัก พร้อมสำรวจปัญหาของระบบชลประทานที่ไม่สามารถผันน้ำจากอ่างคลองพระพุทธได้ หลังทางจังหวัดไม่ประกาศภาวะภัยแล้ง ทำให้ท้องถิ่นไม่สามารถใช้งบประมาณฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือเกษตรกรได้ จนทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง มีมูลค่าคาดว่าไม่ต่ำกว่า 7 ร้อยล้านบาท
...
นายวรวุฒิ เห็ดตูม อายุ 59 ปี ชาวสวนลำไยพื้นที่บ้านแปลง ม.6 ต.หนองตาคง ก็ทราบว่า ในพื้นที่ฝนไม่ตกลงมาตั้งแต่ราวเดือนมิถุนายน ของปีที่แล้ว ลำไยที่สวนกว่า 60 ไร่ เริ่มทยอยยืนต้นตายมาตั้งแต่เดือนธันวาคมหลังไม่มีน้ำมาบำรุง ถือว่าไม่เคยพบเจอสภาพสาหัสเช่นนี้มาตั้งแต่เริ่มทำสวนลำไยมาเกือบ 60 ปี แม้เบื้องต้นจะพยายามดิ้นรนช่วยเหลือตนเองก่อน แต่สุดท้ายก็ยื้อไม่ไหว เลยต้องปล่อยทิ้งตามสภาพเนื่องจากไม่มีเงินพอ จนต้องร้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหวังแค่รักษาต้นลำไยไว้เท่านั้น เพราะหากปล่อยต้นตาย ก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 4 ปี ในการปลูกและจะได้ผลผลิตรุ่นแรก ซึ่งตอนนั้นก็ไม่รู้จะทำอะไรเช่นกัน ซึ่งหากในสิ้นเดือนนี้ไม่มีน้ำมาให้ต้นลำไย คาดว่า จะต้องยืนต้นตายเกือบทั้งหมด
ขณะที่ นายธีระ วงษ์เจริญ ประธานสภาเกษตรกร จ.จันทบุรี เปิดเผยว่า สภาพเช่นนี้ถือว่าวิกฤตรุนแรงมาก ภายในระยะเวลา 1-2 เดือน จะขยายวงกว้างมากกว่านี้ จากการสำรวจแล้วพบว่า พื้นที่เพาะปลูกลำไยของ อ.โป่งน้ำร้อน กว่า 3 แสนไร่ โดย 1 แสนไร่กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤติแล้ว ขณะนี้ ราคาลำไยอยู่ราวกิโลกรัมละ 30 บาทโดยประมาณ หากเป็นเช่นนั้นจะสูญเงินเข้าจังหวัดมูลค่านับพันๆ ล้านบาท ยิ่งเกษตรกรระดับกลางถึงล่าง ที่ไม่มีกำลังเพียงพอในการหาน้ำมาบำรุงต้น แม้หน่วยงานในพื้นที่ เช่น ท้องถิ่นรวมไปถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็เข้าช่วยเหลือเต็มความสามารถแต่ด้วยข้อจำกัด จึงยังไม่ทั่วถึง
ประธานสภาเกษตรกร จ.จันทบุรี กล่าวด้วยว่า หากเป็นไปได้ทางผู้บริการจังหวัด ควรพิจารณาประกาศภัยแล้งก็ให้รีบดำเนินการในแต่ละพื้นที่ ตามสถานการณ์ความรุนแรง เพื่อบรรเทาให้ผ่านวิกฤตแล้งไปให้ได้ก่อน ตอนนี้ผลผลิตลำไยไม่ต้องพูดถึงแล้ว ที่ยังพอทำได้ คือ ช่วยต้นลำไยไม่ให้แห้งตายในระยะอีก 1-2 สัปดาห์นี้เท่านั้น ส่วนในปีหน้าหรือในระยะยาว ต้องมีการวางระบบบริหารจัดการที่ชัดเจน โดยเฉพาะที่สร้างแหล่งน้ำในสวน และระบบคลองผันน้ำชลประทานจากอ่างเก็บน้ำคลองพระพุทธ ที่มีพื้นที่ส่งน้ำครอบคลุมกว่า 52,000 ไร่ และปีนี้สามารถใช้น้ำได้อีกราว 2 เดือน.