รถทัวร์โดยสาร ซิ่งฝ่าไฟแดง พุ่งชน จยย.ติดหน้ารถ กลางสี่แยก ดับ 3 ราย โชเฟอร์อ้างเห็นไฟเหลือง คิดว่าทัน ด้านผู้เห็นเหตุการณ์ บอกรถทัวร์ไม่ยอมเบา แถมเปิดไฟผ่าหมากขอทางอีก
เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 17 พ.ย.62 พ.ต.ต.สุวิทย์ ซุยจรูญ พนักงานสอบสวน สภ.ระเบาะไผ่ จ.ปราจีนบุรี ได้รับแจ้งจากมูลนิธิร่วมกตัญญู จุดระเบาะไผ่ ว่ามีอุบัติเหตุรถบัสปรับอากาศชนกับรถจักรยานยนต์ บริเวณสามแยกสัญญาณไฟจราจร บ้านระเบาะไผ่ ม.5 ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มีผู้เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บสาหัส 1 ราย จึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยุ่ถนนสาย 304 ฉะเชิงเทรา มุ่งหน้ากบินทร์บุรี บนถนนพบร่างผู้เสียชีวิต เป็นชาย 2 ราย สภาพร่างกายแหลกเหลว นอนเสียชีวิตอย่างน่าสยดสยอง ทราบชื่อ นายสุทธิพงษ์ นิลศิริ อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 96 ม.4 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ อีกรายคือ นายฐิติวุฒิ ห้าวจันทึก อายุ 17 ปี อยู่บ้านเลขที่ 75 ม.4 ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี และผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสอีก 1 ราย คือ นายสัญญา ดีจันทร์ อายุ 19 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่ง รพ. และเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวมผู้เสียชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนี้ ทั้งหมด 3 ราย
นอกจากนี้ ห่างจากจุดผู้เสียชีวิต ประมาณ 20-30 เมตร ริมถนน พบรถบัสปรับอากาศ สีฟ้า-ขาว สายจันทบุรี-ตราด ทะเบียน 10-7623 อุดรธานี ซึ่งเป็นของบริษัท 407 พัฒนา มี นายบุญเตียง โพธิศรี อายุ 55 ปี เป็นคนขับ สภาพกระจกหน้าแตก นอกจากนั้นบริเวณหน้ารถบัสยังพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ไม่ทราบทะเบียน ติดคาอยู่หน้ารถ ซึ่งรถบัสปรับอากาศคันดังกล่าว มีผู้โดยสารมาเต็มคัน ซึ่งทุกคนอยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน นายกฤษดา พงษ์ยินดี อายุ 14 ปี เพื่อนผู้ตายที่ขับรถมาด้วยกัน กล่าวว่า พวกตนขับรถมาจากบ้านระเบาะนา คลองรั้ง จะไปหาเพื่อนที่บ้านระเบาะไผ่ พอมาถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งก่อนหน้านี้สัญญาณไฟฝั่งตนเป็นสีแดง พวกตนก็จอดรอ จนสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียว พวกตนจึงขับรถออกไป ซึ่งคันของผู้ตายนั่นอยู่หน้าก็เลยออกไปก่อน ไม่รู้ว่ามีรถบัสฝ่าสัญญาณไฟมาอย่างไร พุ่งชนรถเพื่อนจนเสียชีวิต
ด้าน นายบุญเตียง คนขับรถบัส กล่าวว่า ตนขับรถมาจาก จ.ระยอง มุ่งหน้าไป จ.หนองคาย เมื่อขับมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นสัญญาณไฟสีเหลือง ตนคิดว่าจะข้ามทัน แต่สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีแดงก่อน ซึ่งเบรกไม่ทัน ไม่คาดคิดว่าจะมีรถจักรยานยนต์จะออกมา เลยพุ่งชนเข้าเต็มแรง จนเกิดเหตุสลดดังกล่าว
ด้าน น.ส.วันวิสาข์ สมบูรณ์ ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า จริงๆแล้วฝั่งรถบัสเป็นไฟเหลืองกระพริบแล้ว แต่ไม่ยอมเบา กลับเปิดไฟผ่าหมากขอทางมาอีก ซึ่งทางฝั่งผู้เสียชีวิตเห็นเป็นไฟเขียวก็ออกรถไป ไม่คิดว่ารถบัสจะผ่าสัญญาณไฟแดงมาชน จนทำให้คนที่มาด้วยกันทั้งหมด 3 คน กระเด็นไปคนละทาง และเสียชีวิตทั้งหมด
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบ และติดต่อทางบริษัทรถบัสให้มาเปลี่ยนถ่ายผู้โดยสาร พร้อมเชิญโชเฟอร์รถบัสมาสอบปากคำอีกครั้ง เบื้องต้นตั้งข้อหา ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต