โฆษกรัฐบาล เผยสถานการณ์เกาะช้างคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ขณะที่พื้นที่เกาะช้างน้ำป่าไหลหลาก ช้างนำเที่ยวถูกกระแสน้ำพัดพาเสียชีวิต1เชือก ฝนซัดน้ำป่าเทือกเขาสระบาป ทะลักธารน้ำตกพลิ้ว ไหลหลากท่วมบ้านเรือน พื้นที่เกษตรกรรม ถนนหลายสายน้ำพัดเข้าท่วม

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก ที่ จ.ตราดและ จ.ระนอง ทำให้ประบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้จังหวัด ปภ. และหน่วยงานต่างๆเร่งเข้าไปดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนตั้งแต่เมื่อช่วงเช้านี้แล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้รายงานว่าขณะนี้ สถานการณ์ในพื้นที่ โดยเฉพาะ บ้านไชยเชษฐ์ ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ได้คลี่คลายแล้ว สถานการณ์นำ้หลากเริ่มลดลง จุดที่เกิดความเสียหายหลัก คือ คอสะพานคลองพลูที่ตัดขาด ในวันพรุ่งนี้ ปภ. จะนำสะพานแบรี่เข้าไปติดตั้ง เพื่อให้สามารถใช้สัญจร ทั้งนี้ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต สำหรับจุดอพยพบนวัดที่เกาะช้าง ซึ่งมีผู้อพยพเพียงห้าคน ก็ทยอยกลับเข้าที่พัก

...

"นายกรัฐมนตรียังคงเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ ที่ได้รับผลกระทบจากนำ้ท่วมในขณะนี้ โดยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและกำชับทุกหน่วยงานทั้งพลเรือน ทหาร ตำรวจให้เร่งให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ โดยในระยะเร่งด่วนนี้ หากจำเป็นต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย ให้จัดหาที่พักพร้อมเครื่องอุปโภคบริโภค ไม่ให้ขาดแคลน ส่วนประชาชนที่ยังติดอยู่ในอาคารบ้านเรือน ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมดูแลจัดหาอาหาร น้ำ และข้าวของเครื่องใช้จำเป็น สำหรับเส้นทางที่ได้รับความเสียหายเป็นอุปสรรคต่อการสัญจร หรือเข้าช่วยผู้ประสบภัย ให้เร่งซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ชั่วคราวเพื่อให้การเดินทางของประชาชนไม่ติดขัด สำหรับมาตรการช่วยเหลือและเยียวยา เช่นที่อยู่อาศัย อาคาร สถานที่ เทือกสวนไร่นา ต่อไปนั้น ด้วยเงินงบประมาณหรือเงินบริจาค ก็จะเป็นไปตามเกณฑ์ที่มีอยู่แล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าเงินบริจาคและงบประมาณที่ช่วยเหลือประชาชนนั้นเป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างแท้จริง"โฆษกรัฐบาลกล่าว

ขณะเดียวกันที่ จ.ตราด นายวัชระ สุนทรภักดี ผอ.ส่วนทรัพยากรน้ำ สนง.ทสจ.ตราด พร้อมด้วย จิตอาสาเราทำความดี ด้วยหัวใจ-เจ้าหน้าที่เทศบาล ต.เกาะช้าง-อาสากู้ภัยสมาคมสว่างบุญฯตราด เขตเกาะช้าง ได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสอบช้างเสียชีวิตจำนวน 1 เชือก ที่บริเวณริมลำธารคลองพลู พื้นที่หมู่ 4 ต.เกาะช้าง อ.เกาะช้าง จ.ตราด ท่ามกลางสายฝน เมื่อไปถึงพบช้างขนาดใหญ่ เสียชีวิตอยู่ริมลำธาร1เชือก โดยทางควาญช้างได้มัดช้างที่เสียชีวิตไว้เกรงว่าน้ำจะพัดพาไป

...

จากการสอบถามข้อมูลทราบว่า ช้างที่เสียชีวิตเป็นช้างที่ให้บริการนำเที่ยว ของปางช้าง ชุติมันทัวร์ เป็นเพศผู้ อายุ 40 ปี นายนา ริน ควาญช้างชาวกัมพูชา ผู้ดูแลช้างเชือกดังกล่าว เผยว่า ก่อนเกิดเหตุในช่วงเช้าได้ผูกช้างเชือกดังกล่าวไว้บริเวณริมลำคลองบนเชิงเขา เนื่องจากมีอาการตกมัน ต้องนำไปผูกกับต้นไม้ใหญ่ไว้ ห่างจากนักท่องเที่ยว โดยอยู่ห่างจากปางช้างประมาณ 100 เมตร ช่วงบ่ายก็ได้พบว่าช้างได้หายไป ทางพนักงานของปางช้าง ก็ได้ช่วยกันตามหา มาพบอีกทีในช่วงเย็นว่าได้เสียชีวิตแล้ว คาดว่าคงจะถูกกระแสน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวกราก ซัดพามาตามกระแสน้ำและไปกระทบกับก้อนหินและจมน้ำ ในเบื้องต้นทางควาญช้างได้มัดช้างที่เสียชีวิตไว้ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

ส่วนที่ จ.จันทบุรี เกิดฝนตกกระหน่ำนานหลายชั่วโมงติดต่อกัน ส่งผลทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาสระบาปไหลทะลักลงสู่ลำธาร อุทยานน้ำตกพลิ้ว หลากท่วมเส้นทางเข้าอุทยาน ร้านค้าตลอดจนบ้านเรือนประชาชน และสวนผลไม้ได้รับความเสียหาย ขณะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ได้เร่งเก็บข้าวของเครื่องใช้ ภายในสำนักงาน ช่วงประตูทางเข้าขึ้นที่สูง พร้อมแบ่งกำลังออกมาช่วยผู้ประกอบการร้านค้า ที่ตั้งอยู่ตลอดเส้นทางเข้าอุทยาน ในการเก็บข้าวของหนีน้ำหลาก

...

นอกจากนี้ กระแสน้ำป่าเทือกเขาสระบาป ยังได้ไหลทะลักลงมาท่วม ถนนหลวงหมายเลข 3 สาย จันทบุรี – ตราด ช่วงทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว หน้าวัดมังกรบุปผาราม แยกศูนย์วิจัยพืชสวนพลิ้ว ต.พลิ้ว อ.แหลมสิงห์ ระยะทางกว่า 400 เมตร ระดำน้ำสูงเฉลี่ย 60 เซนติเมตร ส่งผลทำให้การจราจรถูกตัดขาด รถยนต์ไม่สามารถผ่านได้ ประชาชนที่ต้องการผ่านเส้นทางดังกล่าว จึงต้องเปลี่ยนมาใช้เส้นทาง อ.มะขาม ในการที่จะเดินทางไปยัง อ.ขลุง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด โดยล่าสุด มีรายงานว่า หลังจากใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง ระดับน้ำที่ท่วมช่วงทางเข้าอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ได้ลดระดับลงแล้ว เจ้าหน้าที่ ได้เคลียร์การจราจรให้รถสัญจรได้แล้ว

...

โดยสถานการณ์ล่าสุด กระแสน้ำป่ายังไม่ลดลง เนื่องจากเกิดภาวะน้ำทะเลหนุน ทำให้พื้นที่ตอนล่างของเทือกเขาสระบาป ไปจนถึงพื้นที่ปลายน้ำบางส่วน ทั้ง ต.พลิ้ว ,ต.ตะปอน อ.ขลุง และ ต.คมบาง อ.เมือง เกิดน้ำป่าหลากท่วมสูงเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน พื้นที่เกษตรกรรมสวนผลไม้ ขณะเข้าหน้าที่จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ,เจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างกตัญญูธรรมสถาน จันทบุรี ได้ออกตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ จนขณะนี้ ยังไม่มีรายงานพบผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.