ข่าว
100 year

ททท.ปั้นไอเดีย พัทยา "ทู เบลเชอร์"

ไทยรัฐฉบับพิมพ์6 ก.ย. 2562 05:05 น.
SHARE

ขยับขับเคลื่อนกันมาเป็นระยะๆ ...กับอภิมหาโครงการ “ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก-อีอีซี” พื้นที่ จ.ชลบุรี-ระยอง-ฉะเชิงเทรา ที่รัฐปั้นให้เป็นแผ่นดินทองการลงทุน

โดยสร้างปัจจัยพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ขึ้นรองรับ นับตั้งแต่พัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาให้เทียบได้กับสุวรรณภูมิและดอนเมือง ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมพื้นที่ครบวงจร ปลุกท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง-มาบตาพุด เป็นหัวใจขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ

แน่นอน...รัฐไม่ลืมส่งเสริมเรือสำราญนำเที่ยวขนาดใหญ่ รับนักท่องเที่ยวลำละ 3,000 คน จากทะเลทั่วโลกมาเยือนทะเลไทย แม้จะตามหลังเพื่อนบ้านอาเซียนไปแล้วหลายปีก็ตาม

น่าสนใจว่าโครงการนี้...ยังระบุในแผนพัฒนาพื้นที่ 1 ใน 8 ให้เป็นแผนแม่บทต่อการพัฒนาและส่งเสริมท่องเที่ยวภาคตะวันออก ซึ่งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนา อีอีซี ได้วางกรอบไว้ 4 แนวทาง

คือ...จะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว “เทรนด์ใหม่ๆ” จูงใจทัวริสต์ และโครงสร้างพื้นฐานรับอนาคต

แล้วจะจัดตั้งสถาบันศึกษาผลิตบุคลากรคุณภาพบริการท่องเที่ยว กับจะรักษาภาพลักษณ์ความน่าเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินนักท่องเที่ยว...ดูดี๊ดีเชียวแหละ?

คณะกรรมการชุดเดียวกันยังสรุปอีกว่า จะยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวในพื้นที่ ให้ก้าวขยับขึ้นแท่นเวทีโลกรับกลุ่มไฮเอนด์ที่มีกำลังจับจ่ายสูง...

ปิ่นนาถ

ระหว่างโครงการยักษ์กำลังลื่นไหล ปิ่นนาถ เจริญผล ผอ.การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานพัทยา ได้ขานรับกับแนวคิดคณะกรรมการ นโยบายฯ เจ้าภาพใหญ่ อีอีซี เรื่องการสรรหาแหล่งท่องเที่ยว “เทรนด์ใหม่ๆ” มาจูงใจทัวริสต์ไทยและต่างชาติ

ปั้นเสริมเติมแต่งขยับเข็นโครงการชื่อ “ทู เบลเชอร์ (To Bleisure)”

ย่อมาจาก Business กับ Leisure อันหมายถึงการไป “ทำงาน” และ “ท่องเที่ยว” ไปในตัวขึ้นมาขับเคลื่อน

กิจกรรมนี้ดีเดย์มาตั้งแต่ปี 2561 และเมื่อเห็นว่าได้ผลดี จึงขยับต่อเนื่องมาถึงปีนี้ กับมีแนวโน้มจะขยายต่อไปถึงปีหน้า ตามกระแสความต้องการของผู้เห็นดีเห็นงามทั้งไทยเทศ

วัชรพล

วัชรพล สารสอน รองผอ.ททท.พัทยา ผู้รับผิดชอบงานตลาดท่องเที่ยว บอกว่า ทู เบลเชอร์ เป็นยุทธวิธีตลาดแนวใหม่จากการวิเคราะห์เทรนด์คนยุคนี้ ที่เริ่มปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการท่องเที่ยว

ตั้งแต่...การคิดวางแผนเดินทางด้วยตนเอง โดยเลี่ยงอาศัยจมูกผู้ประกอบการนำเที่ยว จากการค้นหาข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว อาหารสไตล์สตรีทฟู้ด บูทีคโฮเต็ลราคาประหยัด พาหนะรับจ้างสาธารณะ ที่ไม่ต้องเช่าเหมาให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย เพื่อลดต้นทุนในการท่องเที่ยว

แล้วซื้อหรือจองผ่านออนไลน์ เทรนด์นี้กำลังฮิตกันแบบฟินๆ ในตลาดอเมริกา ที่พุ่งสูงถึง 90% ขณะผู้ใช้บริการทัวร์เอเย่นต์หดตัวเหลือ 10%

ตลาดอื่นๆสัดส่วนเพิ่มขึ้น 60% คือ...ยุโรป จีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย มีแต่อินเดียติดอยู่กับทัวร์เอเย่นต์ 60% โดยประมาณ...นะนายจ๋า!

หันกลับมามอง...“มนุษย์เงินเดือน” ยุคปัจจุบันก็เช่นกันที่กำลังปรับตัวสู่นวัตกรรมใหม่ ไม่ซ้ำโครงสร้างเก่า โดย “เอชอาร์ (Human Resource)” หรือฝ่ายทรัพยากรมนุษย์องค์กร

เริ่มเปิดโอกาสคนกลุ่มเจนวายอายุ 20-40 ปี กับ “กลุ่มสตาร์ตอัพ” ที่เติบโตยุคเทคโนโลยีดิจิทัลโนเมด (Digital Nomad) ผู้รักการเดินทาง และรู้จักใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แทนพิมพ์ดีดกับรางลูกคิด

เฉกเช่น...เบบี้บูมเมอร์ยุคนี้เคยใช้มา ให้สามารถออกไปหา บรรยากาศใหม่ๆ ขณะทำงานหรือทำธุรกิจอย่างเสรี ดุจห้องทำงานแห่งที่สอง (Second Workplace)

ช่วยขจัดความจำเจและอาการตึงเครียดในห้องทำงานเดิมๆ อีกทั้งสนับสนุนให้เติมเต็มพลังตั้งใจในการทำงาน เนื่องจากมีเครื่องมือดิจิทัลสื่อสารเชื่อมต่อถึงองค์กรแม่ได้ตลอดเวลา

แนวคิดทู เบลเชอร์ เอื้อต่อคนชอบทำงานและท่องเที่ยวในวันธรรมดาของการทำงาน โดย ททท.พัทยา ได้ประสานพันธมิตรธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่

เช่น โรงแรม รีสอร์ต ร้านอาหารเครื่องดื่ม...เบเกอรีบรรยากาศชิลล์ๆ มีพื้นที่ให้นั่งทำงานแบบ Co-working Space ร่วมกันจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตลาดท่องเที่ยวคนกลุ่มนี้

วัชรพล บอกอีกว่า เบื้องต้นได้นำเสนอโปรดักส์ดังกล่าวไปขายแก่องค์กรเอกชนกลุ่มบริษัทโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ หอการค้าจังหวัด พันธมิตรธุรกิจทัวร์ตลาดไมค์...อินเซนทีฟเป็นบำเหน็จรางวัล และองค์กรส่วนท้องถิ่น โดยผ่าน เอชอาร์แต่ละองค์กร

กลุ่มเป้าหมายคือคนทำงานวัยเจนวาย, สตาร์ตอัพ, กลุ่ม YEC (Young Enterpreneur chamber of commerce) ที่เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ผู้พัฒนาเครือข่ายสมาชิก และธุรกิจให้เติบโตมั่นคง รวมถึงกลุ่ม SCB ธ.ไทยพาณิชย์ เจ้าของโครงการอายุน้อยร้อยล้าน

“ปีแรกโครงการนี้มีคนเข้าร่วมเริ่มต้นที่ 4,000 คน ปีนี้แนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นในอัตราน่าพอใจ”

วัชรพล ว่า เรายินดีสนับสนุนข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเลือกทำงาน องค์กรที่จะนำพนักงานมาจัดกิจกรรมสร้างทีมเข้มแข็ง 30 คนขึ้นไป และพักพัทยา 1 คืนเป็นอย่างน้อยนั้น

...จะได้รับเลี้ยงอาหาร 1 มื้อคนละ 280 บาท ในร้านอาหารทะเลชื่อดังคือ...“สุดทางรัก” หรือ “ลุงไสว” หาดจอมเทียน “ศรีนวลซีฟู้ด” ชุมชนบ้านอำเภอ สำรับขันโตก 4 ภาคหมู่บ้านวิถีไทย “ไทธานี” และบุฟเฟต์สุดหรูไทย จีน ญี่ปุ่น ยุโรป “ห้องอาหารพลับพลึง” สวนนงนุชพัทยา

โดยมีเงื่อนไขคณะต้องไปเที่ยวในแหล่งที่กำหนด 1 แห่ง เช่น ชุมชนจีนซากแง้ว ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล ตลาดน้ำ 4 ภาค สวนนงนุชพัทยา หมู่บ้านไทธานีและอีกมากแห่ง บวกกับทำกิจกรรมจิตอาสา 1 อย่าง เช่น เก็บขยะชายหาด ปลูกปะการังในทะเล ปล่อยปลา ปลูกป่าชายเลน

วัชรพล รอง ผอ.ททท.พัทยา ฝากประชาสัมพันธ์หน่วยงานองค์กรใดที่สนใจให้แจ้งล่วงหน้า 7 วัน โทร.0-3842-8750, 0-3842-7667 โทรสาร 0-3842-9113 หรือ tatchon@tat.or.th ภายใน 30 กันยายนนี้

ต้องบอกไว้ก่อนว่า...งานนี้ใช้งบประมาณแผ่นดินเพียงมื้ออาหาร...โดยไม่ต้องแจกเงินผ่านแอปฯ และขอคืนได้อีก 15%

แหมๆๆๆ...น่ากดไลค์ให้แบบรัวๆในวิธีคิดเชิงสร้างสรรค์ ที่ขึ้นชั้นได้ชื่อว่าเป็น...“พัทยาโมเดล” เสียจริงๆ.

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

อีอีซีระเบียงเศรษฐกิจพิเศษตะวันออกททท.ทู เบลเชอร์พัทยาท่องเที่ยวสกู๊ปหน้า1ข่าวทั่วไป

ข่าวแนะนำ

Most Viewed

คุณอาจสนใจข่าวนี้