หนุ่มคลิปฉาวหยิบดอกไม้ทะเลและจับปลาการ์ตูนโชว์ในวีแชท โร่พบพนักงานสอบสวน สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ยอมรับผิดทุกข้อหา อ้างรู้เท่าไม่ถึงการณ์และไม่มีเจตนาทำผิด ขณะที่อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลฯ ตามจี้ให้ดำเนินคดีหลายข้อหาหนัก ด้านชาวแสมสารโวยโลกโซเชียลทำเสื่อมเสียชื่อเสียงชุมชนอนุรักษ์ หลังเห็นคลิปดังกล่าวแล้วโบ้ยว่าเป็นทะเลแสมสาร วอนก่อนโพสต์แชร์ต้องตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัด

กลายเป็นเรื่องสะเทือนใจคนรักธรรมชาติ กรณีนักท่องเที่ยวไทยไร้จิตสำนึก หยิบปะการังและจับปลาการ์ตูนขึ้นมาโชว์ขณะเล่นน้ำทะเลบริเวณหน้าเกาะยอ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และถ่ายคลิปโพสต์แชร์ในวีแชท แอปพลิเคชันสื่อสารยอดฮิตในประเทศจีน ส่งผลให้โลกออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำดังกล่าวว่าเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและมีความผิดตามกฎหมาย พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการขั้นเด็ดขาดไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 เม.ย. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นายวุฒิพงษ์ วงศ์อินทร์ ผอ.ส่วนส่งเสริมการมีส่วนร่วม สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลที่ 2 จ.ชลบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่นิติกร สบทช. 2 เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกับ ร.ต.อ.ทรงศักดิ์ คำกอง รอง สว. (สอบสวน) สภ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ให้ดำเนินคดีกลุ่มนักดำน้ำที่หยิบดอกไม้ทะเล สัตว์ป่าคุ้มครองชนิดไม่มีกระดูกสันหลังขึ้นมาโชว์ และจับปลาการ์ตูน อาจส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อระบบนิเวศและทรัพยากรทางทะเลไทย ความผิดมาตรา 4 และ 16 บทลงโทษในมาตรา 47 พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 และกระทำผิดละเมิดเกี่ยวกับทรัพยากรทางทะเล พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 โทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ต่อมานายเอกวัฒน์ มีเต็ม อายุ 31 ปี ชายในคลิปฉาวดังกล่าว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และให้การอ้างว่า ทำงานบริษัทเอกชน วันหยุดชอบพายเรือออกไปตกปลากับเพื่อน ก่อนเกิดเหตุมีลูกพี่ลูกน้องที่อยู่กรุงเทพฯ ติดต่อมาว่า เพื่อนชาวจีน 5 คน จะมาเที่ยว อ.สัตหีบ นัดแนะกันไปเจอที่ชายทะเลและขึ้นเรือยนต์ยาว 17 ฟุต ขนาด 90 ซีซี ออกไปตกปลาหน้าเกาะหมู่ แต่มีคลื่นลมแรงเลยออกเรือไปยังเกาะยอ ที่อยู่ห่างกันราว 50 เมตร และให้เพื่อนชาวจีนลงดำน้ำในระดับความลึก 1 เมตรครึ่ง ระหว่างนั้นเห็นดอกไม้ทะเล 2 กอ อยู่ในน้ำใกล้ชายฝั่ง คิดว่าหากน้ำลงดอกไม้ทะเลอาจตายได้ เลยหยิบขึ้นมาและนำไปวางลงในน้ำลึก แต่ในกอดอกไม้ทะเลมีปลาการ์ตูนหลบพักอยู่ ทำให้ต้องจับปลาแยกใส่กระชอนก่อนปล่อยลงน้ำ ระหว่างนั้นมีเพื่อนถ่ายคลิปนำไปโพสต์จนเกิดเรื่องขึ้น ไม่มีเจตนาทำลายธรรมชาติ เป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ รู้สึกตกใจ ไม่ได้คิดหลบหนี ยอมรับผิดทุกกรณี

ด้าน พ.ต.ท.ปิยะพงษ์ เอนสาร สารวัตรตำรวจท่องเที่ยวพัทยา เปิดเผยว่า กรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตในโซเชียลว่า นายเอกวัฒน์ มีเต็ม ผู้กระทำผิดตามคลิป มีบัตรมัคคุเทศก์หรือไม่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า นายเอกวัฒน์ ไม่ได้ทำงานเป็นไกด์นำเที่ยว เพียงมาดูแลเพื่อนและไม่ได้เก็บเงินแต่อย่างใด ไม่น่าเข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยว อย่างไรก็ตามจะขยายผลการสอบสวนต่อไป

วันเดียวกัน ที่วิหารหลวงพ่อดำ ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นายประเสริฐ พิทักษ์กร ประธานชมรมรักษ์ทะเลแสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี พร้อมสมาชิกชมรมฯ รวมตัวกันเรียกร้องให้ผู้โพสต์และแชร์คลิปสู่สาธารณชน ควรตรวจสอบความถูกต้องก่อน หลังมีคลิปหยิบดอกไม้ทะเลและจับปลาการ์ตูนเผยแพร่ออกไป ได้มีกระแสวิจารณ์ว่าเหตุการณ์นี้เกิดในพื้นที่ ต.แสมสาร ทำให้ชาวแสมสาร ได้รับผลกระทบ เพราะนักท่องเที่ยวเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่า รับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีคุณภาพ ทำลายสิ่งแวดล้อม ชมรมรักษ์ทะเลแสมสารยืนยันว่า การมาท่องเที่ยวดำน้ำในทะเลแสมสาร มีกฎระเบียบเข้มงวด เน้นการอนุรักษ์ อีกทั้งยังได้กำหนดปิดฤดูกาลท่องเที่ยวไว้แล้วในช่วงมรสุม 3 เดือน เพื่อให้ปะการังได้ฟื้นตัว ยืนยันว่าเหตุการณ์ในคลิปไม่ได้เกิดขึ้นที่ทะเลแสมสาร และผู้กระทำผิดถูกดำเนินคดีแล้ว