สุดสลด เจ้าของที่ดินจ้างรถมาถมที่ เจอถุงปุ๋ย ข้างในมีลูกแมวเพิ่งคลอด5ตัวถูกยัดเอาไว้ สิ้นใจตายไปแล้ว4 เหลือรอดตัวเดียว สภาพช่วยกัดถุงปุ๋ยจนปากเป็นแผล ชาวบ้านรุมสาปแช่ง คนเอามาปล่อย จิตใจทำด้วยอะไร
วันที่ 20 มี.ค.ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีชาวบ้านพบลูกแมวแรกเกิด จำนวน 5 ตัวถูกยัดใส่ถุงปุ๋ยมัดปากถุงแน่น มาทิ้ง ริมถนนสายระยอง-ชากบก ซอยหนองมะปริง ม.6 ต.ตาขัน อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ส่งผลให้ลูกแมวขาดอากาศหายใจตายไป4ตัว อีก1ตัวที่เหลืออาการร่อแร่ จึงเดินทางไปตรวจสอบทันที
เมื่อไปถึงจุดที่รับแจ้ง สองฝั่งถนนเป็นบึงบัว พบนายสมพงษ์ วิเศษศรี อายุ 54 ปี ผู้ที่พบลูกแมว ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินพาไปยังจุดที่พบลูกแมว พยภาพสุดอนาถกับภาพลูกแมวแรกคลอด มีโทนสีขาวดำ จำนวน 4 ตัว นอนตายสภาพมีรอยถลอกเป็นแผลลึก คาดคงจะใช้ปากพยายามกัดกระสอบให้ขาด เพราะขาดอากาศหายใจ แต่ด้วยความที่เพิ่งคลอดจึงทำให้ไม่สามารถกัดกระสอบให้ขาดได้ จึงทุรนทุรายก่อนจะตายอย่างทรมาน
ส่วนตัวที่รอดชีวิตเป็นลูกแมวเพศเมีย สีดำแซมขาว มีอาการร่อแร่ แต่เริ่มมีอาการดีขึ้นหลังถูกช่วยออกมาจากถุงปุ๋ยที่ไม่มีอากาศหายใจ เพียงแต่ยังอ่อนแรง บริเวณปากจนถึงจมูก ขนหลุดออกมีแผลถลอกเหมือนกับพี่น้อง4ตัวที่ตายไป คงจะช่วยกันดิ้นรนหาอากาศหายใจ ด้วยการช่วยกันกัดถุง จะเห็นได้จากแผลถลอกที่ปากของลูกแมวทุกตัว
นายสมพงษ์ เปิดเผยว่า ขณะที่กำลังจะให้รถบรรทุกดินนำดินมาถมที่ โดยสำรวจจุดที่ถมดิน ได้พบกับกระสอบปุ๋ยสีขาวถูกทิ้งอยู่ในป้าหญ้าบนโขดดินข้างบึงบัว จึงเข้าตรวจสอบกลับได้ยินเสียง ตะกุยกระสอบจากด้านในของกระสอบปุ๋ย จึงรีบแกะเชือกฟางที่มัดปากกระสอบปุ๋ยออก ก็ถึงกับผงะ กับภาพลูกแมวที่นอนกอดกันตายภายในกระสอบ 4 ตัว ส่วนอีกตัวยังมีชีวิตอยู่ แต่อ่อนแรงจนเสียงร้องหายไปเ คงจะร้องจนหมดเสียง พยายามกัดแทะกระสอบเพื่อหาอากาศ แต่ตัวเล็กเกินไป จึงมีแรงไม่พอ
...
"น่าสงสารมาก และขอประนามคนกระทำ ทำไมใจคอถึงโหดร้ายผิดมนุษย์ เสมือนกับฆ่าให้ตายทั้งเป็น ลองคิดดูว่าถูกจับขังในที่ที่ไม่มีอากาศ โดยที่ไม่สามารถออกมาได้ ต้องทรมานขนาดไหนก่อนที่จะตาย ไม่อยากเลี้ยงลูกแมวทำไมไม่ทำหมันแม่มัน หรือให้มันอดนมก่อนแล้วค่อยประกาศหาคนเลี้ยง หรือถ้าจะปล่อยทิ้งก็ไม่ควรที่จะใช้วิธีการแบบนี้ ถือว่าโหดร้ายมาก"
สำหรับลูกแมวที่รอดตาย นับว่าโชคดีที่คนขับรถบรรทุกสิบล้อที่นำดินมาถม ได้ขอนำลูกแมวไปเลี้ยง ซึ่งหลังจากที่นำนมมาป้อนให้อาการก็เริ่มดีขึ้น เสียงร้องแหบแห้ง แต่สามารถพยุงตัวเดินได้เองแล้ว
ด้านชาวบ้านในละแวกดังกล่าว ต่างรุมสาปแช่ง คนที่นำมาทิ้ง นับเป็นการกระทำที่โหดผิดมนุษย์