กรมส่งเสริมการเกษตร ติวเข้มบุคลากร เดินหน้านโยบายตลาดนำการผลิตเพื่อพัฒนาความรู้และเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ โดยนำนวัตกรรมทางด้านการเกษตรและการตลาด เพื่อนำไปพัฒนาเกษตรกรและเครือข่ายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน...


เมื่อวันที่ 26 ก.พ.62 นายสำราญ สาราบรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการการพัฒนาเครือข่ายตลาดเกษตรกร ณ บ้านปู รีสอร์ท ตราด จังหวัดตราด เมื่อเร็วๆ นี้ว่า โครงการนี้จัดทำขึ้นเพื่อสนองต่อนโยบาย รมว.เกษตรฯ เรื่องการตลาดนำการผลิต ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาความรู้และเพิ่มศักยภาพเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรทั่วประเทศในการจัดการธุรกิจเกษตร ตลอดถึงการพัฒนาเครือข่ายตลาดเกษตรกร โดยใช้นวัตกรรมทางด้านการเกษตรและการตลาด เพื่อนำไปพัฒนาเกษตรกรและเครือข่ายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน



ทั้งนี้ นโยบายรัฐบาลและยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศในภาคการเกษตรที่ผ่านมา ได้มุ่งเน้นที่จะลดต้นทุนการผลิต และยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตร แต่ยังพบปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขอย่างต่อเนื่อง เช่น ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ผลผลิตล้นตลาด ต้นทุนการผลิตสูง ประสบปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม และปัญหาในส่วนของเกษตรกรที่ยังขาดความรู้ขาดเงินทุน และไม่มีตลาดรองรับสินค้าเกษตร ด้วยเหตุนี้จึงมีการกำหนดนโยบายการตลาดนำการผลิตมาเป็นแนวคิดด้านการบริหารจัดการด้านการเกษตรแบบใหม่ เพื่อให้เกษตรกรวางแผนการผลิตให้ตรงกับความต้องการของตลาด ทำให้เกิดความสมดุลกันทั้งอุปสงค์และอุปทาน อย่างไรก็ตามในเรื่องตลาดนำการผลิตจะสามารถประสบความสำเร็จได้นั้นจะต้องได้รับความร่วมมือ และการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องมีการพัฒนาที่เชื่อมโยงเครือข่ายตลาดเกษตรกรกับเครือข่ายต่างๆ โดยผู้จัดการตลาดเกษตรกรจะต้องเป็นคนนำการพัฒนาเครือข่ายและการเชื่อมโยงให้เกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ค้ากับเครือข่ายด้านการตลาด ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ

"ในเรื่องการตลาด เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรจะต้องมีคุณภาพ มีความเข้าใจในแนวทางเดียวกัน การส่งเสริมและการผลิตจึงจะเป็นไปในแนวทางเดียวกันได้ จึงต้องสร้างองค์ความรู้ให้ทั้งนักส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกร เพราะทุกวันนี้ปัญหาไม่ใช่เรื่องพื้นที่จำหน่ายสินค้าอย่างเดียว แต่รูปแบบการตลาดมีการเปลี่ยนไปมีตลาดออนไลน์ มีตลาดโลจิสติกส์ ตลอดถึงการขนส่งที่สะดวกถึงมือผู้ซื้อ จึงต้องส่งเสริมและสร้างความรู้ความเข้าใจในการทำหน้าที่ร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรกับเกษตรกร ที่สำคัญเกษตรกรจะต้องเข้าใจในเรื่องความสำคัญของเทคโนโลยีการผลิตสินค้าให้มีคุณภาพ และต้องเข้าใจในมิติตลาด เช่นที่ประสบความสำเร็จในตอนนี้ก็คือ แปลงใหญ่ที่เกษตรกรสามารถทำตลาดได้เองมีการขายออนไลน์ หรือรวบรวมผลผลิตนำไปขายที่ตลาด เกษตรกรสามารถต่อรองและขายให้กับ โมเดิร์นเทรด ตลอดถึงเชื่อมโยงกับผู้ค้าอื่นๆ ทั่วไปได้"นายสำราญกล่าว

ด้านนายชาตรี บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า การสัมมนาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ให้เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจากทั่วประเทศ เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบโครงการตลาดเกษตรกร สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1-6 และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 98 คน มีความรู้ความเข้าใจแนวคิดและแนวทางการดำเนินงานในการพัฒนาเครือข่ายตลาดเกษตรกรให้มีเครือข่ายมากขึ้น ก่อเกิดการเชื่อมโยงในการจำหน่ายสินค้าเกษตรผ่านตลาดเกษตรกรอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นการสนองตอบนโยบายด้านการตลาดเกษตรกร ทางสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง ได้เน้นผู้ผลิตที่เป็นเกษตรกร ซึ่งในภาคตะวันออกมีการผลิตสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานหลายชนิด และที่สำคัญคือมุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์สินค้าไปสู่มาตรฐานสากล สร้าง Story ให้กับสินค้าที่มีความแตกต่างและน่าสนใจ และแสดงข้อมูลการผลิตที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน เป็นที่เชื่อถือของผู้บริโภค

นอกจากนี้ ยังสร้างช่องทางการตลาดแบบออนไลน์ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่ปัจจุบันมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผลไม้ซึ่งเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคทั่วโลก รวมถึงการยกระดับราคาและมูลค่าของสินค้า ที่ผ่านมาสามารถทำได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 และในการดำเนินการได้จัดให้มีระบบการบริหารงานและการผลิตที่ชัดเจน มีมาตรฐานการผลิตที่ปลอดภัย พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อให้การผลิตมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งสามารถกระจายรายได้สู่มือเกษตรกรผู้ผลิตมากขึ้น

"สำหรับตลาดเกษตรกรนั้นที่ผ่านมามีการเปิดตลาดให้พี่น้องเกษตรกรที่ได้ไปส่งเสริมไว้ เช่น กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร กลุ่มวิสาหกิจชุมชน นำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายแก่ผู้บริโภคโดยตรง ก่อเกิดความมั่นคงให้กับตลาดเกษตรกรและสินค้ามีมาตรฐานมากขึ้น โดยทางกรมส่งเสริมการเกษตร ได้สนับสนุนด้านวัสดุอุปกรณ์ เช่น ร่มหรือป้ายตลอดถึงการประชาสัมพันธ์ให้กับตลาดเกษตรกร ปัจจุบันบางจุดก็เริ่มพัฒนาเข้าสู่การเป็นตลาดอย่างถาวรแล้ว ขณะที่สินค้าก็มีการยกระดับเพิ่มมากขึ้น มีการแบ่งพื้นที่ในตลาดเป็นโซนๆ เช่น โซนสินค้าคุณภาพ มีมาตรฐานรับรอง เช่น มาตรฐาน Q มีโลโก้รับรองมาตรฐานและการบรรจุภัณฑ์ที่ดีและดูสวยงาม ในส่วนของภาคตะวันออกได้มีการดำเนินการใน 9 จังหวัด ซึ่งทุกจังหวัดได้มีการดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แต่ละจุดจะมีร้านค้าเข้ามาจำหน่าย ประมาณ 20-30 บูธอย่างต่อเนื่องทุกเดือน และจะเน้นให้เกษตรกรแปลงใหญ่นำผลผลิตและผลิตภัณฑ์มาจำหน่ายเองซึ่งมีสินค้าทั้ง GAP และอินทรีย์ ที่ปัจจุบันตลาดให้ความสนใจและมีความต้องการมากขึ้น" นายชาตรี กล่าว