สัตวแพทย์ประจำสวนนงนุชพัทยา เผยอาการช้างแรกเกิดวัย 1 เดือนถูกบ่วงรัดขาหน้าจนเป็นแผลติดเชื้อ ตอนนี้ได้ทำความสะอาด ยิงเลเซอร์รักษาบาดแผล พร้อมทั้งป้อนนมจากแม่ช้างแต่ยังกินได้น้อย...


จากกรณี เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ที่ผ่านมา "พังใบตอง" ช้างแรกเกิดวัย 1 เดือนถูกบ่วงสลิงชาวบ้านรัดขาหน้าใกล้ขาด เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติอ่างฤาไนย จ.ระยอง เร่งนำตัวส่งนายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา หวังเยียวยาชีวิต หลังเคยช่วยเหลือ “ฟ้าแจ่ม” จนรอดชีวิตมาแล้ว


อาการล่าสุดวันนี้ 25 ธ.ค.61 นายสัตวแพทย์เผด็จ ศิริดำรง สัตวแพทย์ประจำสวนนงนุชพัทยา พร้อมทีมสัตวแพทย์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้นำช้างพังใบตอง ทำความสะอาดบาดแผล ฆ่าเชื้อ รวมถึงการยิงเลเซอร์ รักษาบาดแผล ที่ถูกบ่วงสลิงรัดที่ขาหน้าด้านซ้ายเป็นเวลานาน จนสายสลิงรัดกินเนื้อลึกเข้าไปจนถึงกระดูก และมีร่างกายอ่อนเพลียอย่างหนัก โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้นมจากแม่ช้างภายในสวนนงนุช ทางขวดนม

นายสัตวแพทย์เผด็จ ศิริดำรง สัตวแพทย์ประจำสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่า เบื้องต้น นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา ได้สั่งการให้ นำพังแม่นม 5 เชือก ของสวนนงนุช มาให้พังใบตองเลือก แต่พังใบตองยังกลัวไม่กล้าเข้าใกล้ อาการน่าจะกลัวจากการติดบ่วงทำให้หวาดผวา โดยบาดแผลเบื้องต้น ยังมีอาการติดเชื้อ ตอนนี้เราได้ให้ยาควบคุม เจาะระบายหนอง ล้างแผลทุกวัน ยิงเลเซอร์ ยังตัดปลายขาออกไม่ได้ เพราะยังมีเลือดเลี้ยงบริเวณช่วงบาดแผลเยอะอยู่ เพราะจะทำให้เสียเลือดมาก ต้องรอช่วงเวลาที่เหมาะสม ส่วนบริเวณข้อศอกขาหน้าซ้ายที่ติดบ่วง และยังมีแผลจากลูกกระสุนปืน ลูกกลมๆ ไม่ทราบขนาด 1 ลูกฝั่งอยู่ ซึ่งเราได้แต่ระบายหนอง คุมยาฆ่าเชื้อ รอการผ่าตัด ซึ่งต้องรอแผลจากการติดบ่วงอาการดีขึ้น ถึงจะทำการผ่าตัดนำลูกกระสุนปืนออกจากขา ซึ่งขณะนี้ได้ทำการรักษาตามอาการไปก่อน

สัตวแพทย์ประจำสวนนงนุชพัทยา กล่าวอีกว่า ลูกช้างตอนนี้มีอาการถ่ายเหลวมีสีเทา เนื่องจากสาเหตุกินนมจากแม่ช้างได้น้อย เนื่องจากพังใบตองไม่เข้าใกล้แม่ช้างที่สวนนงนุชเตรียมไว้ให้ ทางเราจึงได้รีดน้ำนมแม่ช้างนำมาให้กินแต่ยังน้อยอยู่ ซึ่งตอนนี้ได้มีการชงนม ควบคู่ให้กินในบางส่วน ซึ่งอาการจะดีขึ้น ตามลำดับ เพราะเรากำลังพยายามให้พังใบตองเข้าใกล้แม่ช้างที่เราเตรียมไว้ให้ เพื่อให้นมจากแม่ช้างเข้าไปเสริมจำนวนมาก และอาการถ่ายเหลวก็จะดีขึ้นและหายไปในที่สุด ส่วนตอนนี้เราได้เตรียมทำขาเทียมไว้แล้ว รอการผ่าตัดเสร็จจึงจะนำมาใส่เพื่อพัฒนาการเดินให้กลับมาเป็นปกติ.