คนงาน 430 ชีวิต วิ่งหนีตายอลหม่าน! ไฟลุกไหม้โรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์ในพื้นที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี สุดท้ายเหยียบกันเจ็บ-สำลักควัน 13 ราย ช่างซ่อมบำรุงถูกย่างสดขณะขึ้นไปซ่อมปล่องดูดฝุ่น 2 ศพ
เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันที่ 29 ส.ค.61 พ.ต.ท.ดำรง นามเขตสารวัตร (สอบสวน) สภ.คลองกิ่ว ได้รับแจ้งเหตุจากศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยศีลธรรมสมาคมบ้านบึง ว่ามีเหตุเพลิงลุกไหม้ภายโรงงาน พี เจ (ชลบุรี) พาราวู้ด เลขที่ 928/1 หมู่ 1 ตำบลคลองกิ่ว อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ของเขตเทศบาลเมืองบ้านบึง องค์การบริหารส่วนตำบลคลองกิ่ว และองค์การบริหารส่วนตำบลหัวกุญแจ และใกล้เคียง จำนวน 15 คัน
ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานแปรรูปไม้ยางพาราทำเฟอร์นิเจอร์ สภาพโรงงานเป็นโกดังขนาดใหญ่มีหลังคา เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ มีคนงานทั้งหมด 430 คนกำลังทำงานอยู่ ขณะเกิดเหตุมีคนงานเห็นเพลิงลุกไหม้ที่ บริเวณไซโล เครื่องดูดฝุ่นด้านหลังโรงงาน และบริเวณใกล้เคียงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีไม้ยางพาราและสารเคมีเป็นจำนวนมากเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ไฟจึงลุกไหม้อย่างรุนแรง ทางเจ้าหน้าที่หน่วยดับเพลิงได้สกัดกั้นกันอย่างหนัก ต้องใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้
จากนั้นเข้าไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตจำนวน 2 ราย คือ นายวิบูลย์ แซ่โก อายุ 43 ปี และนายฐากูลย์ แซ่แต้ อายุ 24 ปี ทั้งสองเป็นช่างซ่อมบำรุงของโรงงาน และยังทราบว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บชาย-หญิง จำนวน 13 ราย แยกไปส่งที่โรงพยาบาลบ้านบึง และโรงพยาบาลชลบุรี
ต่อมาทาง พ.ต.อ.เอนก บุตรอินทร์ ผกก.สภ.คลองกิ่ว เข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พร้อมกล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้น่าจะมาจาก ไฟฟ้าลัดวงจรที่เครื่องดูดฝุ่นช็อต เกิดเพลิงลุกไหม้ไปติดกับเศษไม้ยางพาราและสารเคมีที่ใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์อย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้พนักงานจำนวน 430 คน ที่กำลังทำงานอยู่ต้องวิ่งหนีตาย เอาชีวิตรอด แต่สำหรับ 2 รายที่เสียชีวิตติดอยู่บนไซโลนั้น ถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต และอีก 13 คนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
...
และจากการสอบถามเพื่อนพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เล่าว่า ผู้ตายทั้งสองคนได้ขึ้นไปซ่อมที่ปล่องไซโล หรือปล่องดูดฝุ่น เนื่องจากปล่องดังกล่าวได้มีควันขึ้นภายในปล่อง แต่อยู่ๆ ก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วโรงงาน และมีประกายไฟลุกไหม้ไปติดไม้ที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี จนทำให้ไฟลุกไหม้อย่างรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องรอให้เจ้าหน้าที่หน่วยพิสูจน์หลักฐาน 2 เข้ามาตรวจสอบและหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง ส่วนค่าเสียหายยังประเมินไม่ได้ พร้อมทั้งจะได้เรียกพนักงานทั้งหมดที่อยู่ในเหตุการณ์มาสอบสวนอีกครั้ง เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.