เกษตรกรชลบุรีประสบผลสำเร็จ หลังร่วมโครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ สร้าง "ปลานิลชลบุรี" ครบวงจรแปลงใหญ่ เปิดโอกาสสร้างศักยภาพทางการแข่งขัน
เมื่อวันที่ 23 ส.ค61 นางอภิญญา เรณูนวล หัวหน้ากลุ่มพัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการประมง สำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี และยังดำรงตำแหน่งผู้จัดการแปลงใหญ่ภาครัฐ กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลชลบุรี เป็นเกษตรกรอีกกลุ่มหนึ่งที่กรมประมงได้ผลักดันเข้าสู่โครงการระบบส่งเสริมเกษตรแบบแปลงใหญ่ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559-2561 ปัจจุบันมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการฯ แล้วจำนวน 381 ราย รวมพื้นที่ประมาณ 5,000 ไร่ สามารถรวมกลุ่มการผลิตปลานิลในบ่อดินได้แล้ว จำนวน 3 แปลง ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอพานทอง และอำเภอพนัสนิคม ซึ่งถือเป็นกลุ่มแปลงใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ และสามารถสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี และเป็นแปลงหัวขบวนตัวอย่างของความสำเร็จ ในการเข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ด้านการประมงแบบครบวงจร
สำหรับในส่วนของแปลงใหญ่ปลานิลของจังหวัดชลบุรี ได้มีการเตรียมความพร้อมเกษตรกร เพื่อเข้าโครงการแปลงใหญ่ฯ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 จนถึงปัจจุบัน และมีการพัฒนาเกษตรกรให้เป็นผู้จัดการแปลงภาคเกษตรกรถึง 3 รุ่นด้วยกัน ซึ่งจุดเด่นของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลชลบุรี อันดับแรก คือ เรื่องของการลดต้นทุนการผลิตโดยการให้อาหารเม็ด ในการเลี้ยงปลานิลแบบแขวนสวิง ซึ่งเกษตรกรกลุ่มนี้มีการบริหารจัดการกลุ่มอย่างสมกับที่เป็นแปลงใหญ่หัวขบวน จึงไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลในเรื่องของศักยภาพทางด้านการผลิต จะเห็นได้ชัดว่าจากปี 2560 กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลชลบุรี เกษตรกรมีผลผลิต จำนวน 696 ตัน คิดเป็นมูลค่า 27,144,000 บาท ดังนั้นในปี พ.ศ.2561 จึงวางเป้าหมายว่าจะเข้ามาส่งเสริมเกษตรกรในเรื่องของการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากปลานิล ให้มีความหลากหลายเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีผลิตภัณฑ์ปลานิลแดดเดียวที่การันตีความอร่อยด้วย แบรนด์ "นายนิล" ช่วยเสริมช่องทางด้านการตลาดได้อีกทางหนึ่ง
นายตะวัน มีสอาด ผู้จัดการแปลงใหญ่ภาคเกษตรกร ปี 2560 กล่าวว่า เทคนิคการลดต้นทุนอาหารปลาที่ใครก็สามารถเลียนแบบได้ คือ การให้อาหารเม็ดในการเลี้ยงปลานิลแบบแขวนสวิง โดยจะแขวนไว้หัวบ่อและท้ายบ่อ หรือจะแขวนกระจายตามจุดรอบบ่อก็ขึ้นอยู่กับขนาดของบ่อเลี้ยงปลา หากทำแบบนี้จะทำให้สามารถลดต้นทุนในเรื่องของการให้อาหารปลาลงได้มาก จากเดิมที่เคยใช้อาหารปลาถึง 1,929 กิโลกรัม สามารถลดอาหารปลาได้ถึง 1,692 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ เลยทีเดียว
นายพรชัย บัวประดิษฐ์ ประธานสหกรณ์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชลบุรี จำกัด และยังเป็นอดีตผู้จัดการแปลงภาคเกษตร ปี 2559 กล่าวว่า หลังจากที่เกษตรกรได้เข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่ด้านการประมงตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งจากการส่งเสริมให้เกษตรกรได้รวมกลุ่มกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเลี้ยงปลานิลให้มีคุณภาพได้มาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาด ทำให้เกษตรกรสามารถเข้าถึงภาครัฐได้ง่ายขึ้น ปัญหาต่างๆที่เคยมีก่อนการรวมกลุ่มก็ได้ถูกแก้ไข เกษตรกรสามารถเข้าถึงแหล่งวิชาการเพิ่มเติมความรู้ในเรื่องการเลี้ยงปลานิลได้มากขึ้น สมาชิกในกลุ่มมีการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการเลี้ยงปลานิลให้มีคุณภาพระหว่างกัน มีเทคนิคในการลดต้นทุนที่ดี ที่สำคัญยังสามารถเชื่อมโยงการตลาดผ่านกลไกของสหกรณ์ทำให้เกษตรกรมีอำนาจในการต่อรองราคาได้ ทำให้เกษตรกรสามารถเพิ่มศักยภาพในการผลิตปลานิลได้อย่างครบวงจร
อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพทางการผลิตให้ครบทั้งกระบวนการ กรมประมง โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเขต 7 (ชลบุรี) จึงได้มีการเข้าไปส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง และได้ให้ความสำคัญในเรื่องการป้องกันการเกิดโรคระบาดภายในฟาร์ม เนื่องจากว่าหากเกิดขึ้นแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเกษตรกรเป็นอย่างมาก จึงได้จัดทำแผนความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด
ด้าน น.ส.จินตนา ดำรงไตรภพ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดเขต 7 (ชลบุรี) กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลชลบุรี เป็นแปลงหัวขบวนที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลานิลได้อย่างครบวงจร โดยมุ่งเน้นการลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้เกิดมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งมีตลาดรองรับผลผลิต แต่ยังมีอีกเรื่องที่ต้องส่งเสริมเพิ่มเติมความรู้ให้กับเกษตรกรก็คือในส่วนของ "แผนความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด" เป้าหมายคือต้องการให้เกษตรกรมีความรู้ในเรื่องการจัดการความเสี่ยงโรคที่อาจเข้ามาและเกิดการแพร่กระจายภายในฟาร์ม ให้เกษตรกรสามารถเฝ้าระวังได้ด้วยตนเองร่วมกับทางเจ้าหน้าที่จากกรมประมงในการป้องกันความเสี่ยงต่อโรคที่จะเกิดขึ้น รวมถึงสามารถจัดการแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดโรคระบาดขึ้นภายในฟาร์มเพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น โดยเบื้องต้นจะลงไปให้ข้อมูลทำความเข้าใจกับเกษตรกรและจะเริ่มดำเนินการตามแผนฯ ที่แปลงใหญ่หัวขบวนของกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลชลบุรี ก่อน เนื่องจากว่าเป็นฟาร์มที่มีความพร้อมทั้งในตัวของเกษตรกรเอง และในส่วนของระบบมาตรฐานของฟาร์ม
กลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานิลชลบุรี นับเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของโครงการแปลงใหญ่ทางด้านประมง ที่สามารถขับเคลื่อนให้เกษตรกรสามารถรวมตัวกันได้อย่างเข้มแข็งในรูปแบบของสหกรณ์ สามารถวางแผนบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ผลที่เห็นได้ชัดจากความสำเร็จในครั้งนี้ คือ เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะเลี้ยงปลานิลได้อย่างครบวงจร เป็นตัวอย่างแปลงใหญ่หัวขบวนต้นแบบที่เกษตรกรรายอื่นๆจะสามารถเข้าเรียนรู้ และถอดบทเรียนได้ต่อไป
...