ทำเกินไปไหม! ญาติโวยทหารรุ่นพี่ 3 คน รุมซ้อมทหารรุ่นน้องปางตาย หัวใจหยุดเต้นไปหลายครั้ง พร้อมให้ครอบครัวทำใจ โอกาสรอดแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ล่าสุดจับ 3 รุ่นพี่ ขังคุกทหารไว้แล้ว...
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก น.ส.กาญจนาภรณ์ สีหะวงค์ อายุ 29 ปี ว่าเป็นน้าของ นายคชา พะชะ อายุ 22 ปี ทหารเกณฑ์สังกัดหน่วยทหารแห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ซึ่งเรื่องเกิดเมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้มีเจ้าหน้าที่ทหาร โทรศัพท์ติดต่อเข้ามาหา นางรุ่นฤดี สีหะวงค์ อายุ 45 ปี แม่ของนายคชา ว่าลูกชายได้ถูกหามส่งโรงพยาบาลอานันทมหิดล อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี เนื่องจากมีอาการน็อกระหว่างออกไปซ้อม
ขณะที่ บรรดาญาติทุกคนก็คิดว่าไม่มีอะไรร้ายแรง คงแค่ฝึกหนักเท่านั้น แต่หลังจากนั้น เพียงไม่กี่นาทีก็ได้มีโทรศัพท์ติดต่อมาจากโรงพยาบาลฯ ว่านายคชาเกิดอาการหัวใจหยุดเต้น ซึ่งทางแพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจมา 15 นาทีแล้ว ญาติจะอนุญาตให้ปั๊มหัวใจต่อหรือไม่ เพราะเนื่องจากอาจจะเกิดเหตุซี่โครงหักได้ ระหว่างนั้นทุกคนก็เกิดตกใจและหวั่นวิตกกันเป็นอย่างมาก พร้อมยืนยันให้ปั๊มจนกว่าหัวใจจะเต้น
หลังจากนั้น ทุกคนในบ้านก็ได้รีบเดินทางออกจาก อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ไปถึงโรงพยาบาลประมาณ 6 โมงเช้า พบว่า นายคชา อยู่ในห้องไอซียูและใส่เครื่องช่วยหายใจ ซึ่งคุณหมอบอกว่าโอกาสรอดมีแค่ 30 เปอร์เซ็นต์ ให้แม่ทำใจ ถ้าฟื้นขึ้นมาอาจจะไม่เหมือนเดิม เพราะสมองขาดออกซิเจนนาน เนื่องจากหัวใจหยุดเต้นไป 2-3 ครั้ง ซึ่งตอนมาถึงโรงพยาบาลก็มีอาการไตวายด้วย
ทางด้าน นางรุ่นฤดี สีหะวงค์ อายุ 45 ปี แม่ของนายคชา ได้เข้าไปหาลูกชายที่ห้องไอซียู แล้วก็ลืมตามองพร้อมน้ำตาไหลก่อนหลับไป แต่ยังขยับร่างกายไม่ได้ จากนั้นในช่วงสายได้มีนายทหารคนหนึ่ง ซึ่งมียศพันโทโทรศัพท์ติดต่อมายอมรับว่า นายคชาไม่ได้น็อกไปเอง มีพลทหารรุ่นพี่ 3 คน ทำการซ่อมจริง ตอนนี้สามารถจับทั้ง 3 คน ขังคุกทหารไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินคดีอะไร เบื้องต้นทั้ง 3 คน รับสารภาพว่าซ่อมรุ่นน้องจริง นายทหารคนดังกล่าวก็บอกว่าจะรักษาและดูแลเต็มที่ แต่ไม่อยากให้เป็นข่าว
น.ส.กาญจนาภรณ์ เผยต่อว่า จากนั้นพี่สาวของตนซึ่งเป็นแม่หลาน ได้จับตัวน้องพลิกดู เบื้องต้นพบว่าตามหน้าอกและเอวมีรอยบวมขึ้นมา แต่แม่ไม่กล้าดูเยอะเพราะทำใจไม่ได้ หลังจากที่เข้าไปเยี่ยมรอบแรกยังสามารถถ่ายรูปหลานได้ แต่ต่อมากลับมีทหารเข้ามายืนคุมไม่ให้ถ่ายรูป ตอนนี้อาการยังทรงตัวและต้องรอดูอาการไปเรื่อยๆ
ขณะที่ ทางครอบครัวร้อนใจเพราะเห็นว่าอาการไม่ดีขึ้นเลย อยากย้ายไปโรงพยาบาลอื่น แต่นายทหารคนดังกล่าวก็เกลี้ยกล่อม แล้วถามว่าแม่จะมีเงินรักษาเหรอ พร้อมพูดจาเหมือนกับว่าน้องจะไม่ฟื้น จึงวอนขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบ และเร่งพาหลานชายไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน เพราะถ้าหากปล่อยไว้นานอาจจะไม่ได้มีโอกาสฟื้นคืนมาก็ได้
อย่างไรก็ตาม นายคชา มีภรรยาตั้งท้องพร้อมลูกสาวอีก 1 คน ก่อนที่จะเข้าประจำการเป็นทหารเกณฑ์เมื่อวันที่ 1 พ.ค.60 ได้เข้าไปอยู่ในหลักสูตรส่งทางอากาศคือการกระโดดร่ม จนกระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งครั้งล่าสุดที่ได้มีการพูดคุยกัน นายคชา ยืนยันว่าหลังจากปลดประจำการทหาร จะกลับมาบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ แต่ต้องพบเจอกับสิ่งเหล่านี้ ทุกคนในครอบครัวต่างทำใจไม่ได้ อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวด้วย.