"บิ๊กฉัตร" ยันอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศแข็งแรง สั่งเตรียมการรับเมินรับมือหลังประเมินสถานการณ์น้ำตอนกลางประเทศ "โคราช-บุรีรัมย์-สุรินทร์" อาจประสบภาวะภัยแล้ง

เมื่อวันที่ 15 ส.ค.61 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี เดินทางลงพื้นที่ จ.จันทบุรี และ จ.นครนายก เพื่อตรวจเยี่ยมโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง และตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำอ่างเก็บน้ำขุนด่านปราการชล พร้อมพบปะประชาชน โดย พล.อ.ฉัตรชัย กล่าวว่า จากแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก เพื่อแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค สนับสนุนภาคการเกษตร พัฒนาแหล่งเพาะพันธ์และขยายพันธ์สัตว์น้ำจืด ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง อีกทั้งช่วยเสริมความมั่นคงในเรื่องน้ำให้โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ในโครงการอ่างเก็บน้ำ 4 แห่งใน จ.จันบุรี มีความคืบหน้า

สำหรับการโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ 4 แห่ง ที่ดำเนินการแล้วเสร็จ คือ อ่างเก็บน้ำคลองประแกด สามารถรองรับน้ำได้ความจุในระดับกักเก็บ 60.26 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองหางแมว ก้าวหน้าไปแล้ว 23 % และอ่างเก็บน้ำคลองพะวาใหญ่ มีความก้าวหน้า 23 % เช่นกันคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 64 ส่วนอีก 1 อ่าง คือ อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด อยู่ระหว่างการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ในกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (EHIA)โดยโครงการใช้ระยะเวลาก่อสร้างประมาณ 6 ปี

ทั้งนี้หากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำทั้ง 4 แห่งแล้วเสร็จ จะทำให้ลุ่มน้ำคลองวังโตนดเป็นลุ่มน้ำตัวอย่างอีกลุ่มน้ำหนึ่ง ที่สามารถบริหารจัดการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ ทั้งน้ำท่วม น้ำแล้ง และผลักดันน้ำเค็ม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นแหล่งปลูกผลไม้ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ หรือ "มหานครแห่งผลไม้" สร้างรายได้เข้าประเทศปีละกว่า 25,000 ล้านบาท นอกจากนี้สามารถผันน้ำส่วนเกินที่ส่งไปช่วยเสริมความมั่นคงให้กับพื้นที่อีอีซีได้อีกถึงปีละประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร

...

พล.อ.ฉัตรชัย ยังกล่าวยืนยันว่า ส่วนสถานการณ์น้ำจากเทือกเขาใหญ่ที่ไหลลงมาหน้าเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ว่า หากปล่อยไปจะเป็นปัญหา ฉะนั้นต้องจัดจราจรการระบายน้ำอย่างละเอียด เร่งระบายน้ำจากเขื่อนขุดด่านฯให้มากขึ้น เพื่อรองรับฝนในช่วงเดือนต่อไปหากฝนมาน้ำจะได้ไม่ล้นเขื่อน วันนี้เราต้องบริหารจัดการแบบนี้ในทุกๆเขื่อน ด้วยการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ แต่ถ้าระบายน้ำมากไปก็จะเกิดปัญหาภัยแล้ง ซึ่งการบริหารจัดการน้ำต้องดูรายละเอียดของเขื่อนด้วย โดยต้องเชิญท้องถิ่นทั้งหมดมาร่วมบริหาร ซึ่งเราต้องคิดล่วงหน้า ขณะที่อ่างเก็บน้ำในประเทศไทยทั้งหมดมีความแข็งแรง

อย่างไรก็ตามปีนี้ประเมินสถานการณ์น้ำตอนกลางของประเทศ แถว จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ อาจจะประสบปัญหาภัยแล้ง จึงต้องเตรียมการตั้งแต่ตอนนี้ แต่การพยากรณ์ที่แม่นยำต้องรอให้ถึงระยะใกล้ แต่ขณะนี้ ได้นำเอาข้อมูล ระยะ 3-6 เดือน มาวางไว้ก่อน แล้วค่อยปรับแผนตามสถานการณ์