ลูกศิษย์ลูกหาวัดเขาสุกิมส่วนมากเชื่อ พระอธิการทองพูน เจ้าอาวาสถูกแม่ชีแบล็กเมล์หาว่ามีสัมพันธ์ชู้สาว คนใกล้ชิดแจงเรื่องทั้งหมดเป็นเท็จ เพราะมีหลักฐานบันทึกคำสารภาพแม่ชีคมคาย...
เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 61 ผู้สื่อข่าว ได้ติดตามความคืบหน้า กรณี นายปรเมษฐ เนติธรรมรักษ์ ประธานชมรมเนติธรรมรักษ์ พร้อมกับ พระครูธรรมธร หรือ พระปู อดีตพระวินยาธิการ อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เข้ายื่นเอกสารหลักฐานต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อเอาผิด กล่าวหาว่า พระอธิการทองพูน นะทยาลุโก เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม องค์ปัจจุบัน นำมวลชนมาปิดล้อมขับไล่ออกจากกุฏิ และถูกทำร้ายร่างกาย ทำให้ไม่สามารถเข้าไปจำวัดในช่วงเข้าพรรษาได้ นอกจากนี้ ยังมีกรณีการร้องเรียนของ แม่ชี คมคาย คุ้มพันธ์ ที่เคยปฏิบัติธรรมในวัดแห่งหนึ่ง พร้อมกับพระอธิการทองพูน เมื่อปี 2544 ระหว่างเข้าห้องนอน พระอธิการทองพูน ได้ปีนกำแพงห้องเข้ามาหา ก่อนใช้กำลัง บังคับร่วมหลับนอน จนมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวต่อเนื่องถึงปลายปี 2546
เมื่อวันที่ 6 ส.ค.2561 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไป แม้จะวันทำงานปกติ ยังคงมีลูกศิษย์ลูกหา ตลอดจนพุทธศาสนิกชน และนักท่องเที่ยว เดินทางมาทำบุญกราบไว้ สรีระ สังขาร หลวงปู่สมชาย ฐิตะวิริโย อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม อย่างต่อเนื่อง โดยมีคณะสงฆ์ ตลอดจนคณะกรรมการวัดและเจ้าหน้าที่ คอยดูแลอำนวยความสะดวก
...
จากการพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ ในเรื่องที่ พระครูธรรมธร หรือ พระปู กล่าวหาว่า พระอธิการทองพูน นะทยาลุโก เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม นำมวลชนมาปิดล้อมขับไล่ออกจากกุฏิ และถูกทำร้ายร่างกาย ทำให้ไม่สามารถเข้าไปจำวัดในช่วงเข้าพรรษาได้ ชาวบ้านเชื่อว่าไม่เป็นความจริง เพราะเอกสารหลักฐานต่างๆ มีชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษร ตลอด จนในวันนั้น ร.ต.ต.นพดล ครองมงคล รอง สว.(ป.) สภ.ท่าใหม่ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ อารักขา พระครูธรรมธร หรือ พระปู ในวันเกิดเหตุ ทางพระครูธรรมธร หรือ พระปู ได้ไปโทรศัพท์แจ้งขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าใหม่ อ้างว่า มีคนจ้องดักจะทำร้ายและกีดกันไม่ให้กลับเข้าวัดเขาสุกิม ไม่สามารถกลับเข้ากุฏิจำวัดได้ เกรงจะเกิดความไม่ปลอดภัย หลังได้รับแจ้ง เจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อม ร.ต.ต.นพดล ได้เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ อารักขาดูแลความปลอดภัยส่ง พระครูธรรมธร หรือ พระปู กลับเข้าวัด จนถึงหน้ากุฏิ แต่ก็ไม่พบมีคนมาดักรอหรือเกิดเหตุการณ์รุนแรง ตามที่พระครูธรรมธร หรือ พระปู กล่าวอ้างแต่อย่างใด
ขณะที่ พระอธิการทองพูน นะทยาลุโก เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม ในช่วงเช้าวันนี้ ได้เดินทางไปมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่ สปป.ลาว ร่วมกับคณะสงฆ์ของวัด ซึ่งยังไม่มีกำหนดกลับที่ชัดเจน แต่ญาติโยมที่สนิทได้พูดถึง กรณีที่ พระครูธรรมธร หรือ พระปู และแม่ชี คมคาย คุ้มพันธ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ ออกมายอมรับว่าเคยมีความสัมพันธ์กับ พระอธิการทองพูน นะทยาลุโก เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม ตั้งแต่สมัยก่อนจะเป็นเจ้าอาวาสวัดพุเตยวนาราม จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งได้มีการนำบัญชีที่มีรายการโอนเงินจาก พระอธิการทองพูน เป็นค่าเลี้ยงดู เดือนละ 1,000 บาท มาเป็นหลักฐาน โดยในเรื่องความสัมพันธ์ แม้ในครั้งแรกจะเป็นการบังคับ แต่ในระยะหลัง เป็นการรับสภาพและสมยอม
โดยในเรื่องดังกล่าว พระอธิการทองพูน นะทยาลุโก เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิม ยังคงยืนยันเช่นเดิมว่า กรณีที่ทั้ง พระครูธรรมธร หรือ พระปู และ แม่ชี คมคาย คุ้มพันธ์ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ กล่าวว่ามีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวนั้น ไม่เป็นความจริง เป็นการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ทั้งนี้ก็มีหลักฐาน เป็นบันทึกคำสารภาพของ แม่ชี คมคาย ยืนยันกระจ่างชัดเจนอยู่แล้ว ว่าที่ได้กระทำการดังกล่าวไป เพราะรับการว่าจ้างมา โดยเฉพาะเรื่องการโอนเงินเข้าบัญชีให้กับ แม่ชี คมคาย เพื่อส่งเสียเลี้ยงดูนั้นก็ไม่เป็นความจริง
ความจริงที่ชัดเจนคือ แม่ชี คมคาย มีพฤติกรรม เคยขอเงินจากท่านเจ้าคุณบุญ แต่ท่านไม่ได้ให้ แม่ชี จึงได้ข่มขู่ว่า ถ้าไม่ให้เงิน จะเล่นงานให้ พระอธิการทองพูน ถึงขั้นสึกจากความเป็นพระ จึงเข้าข่ายเป็นการแบล็กเมล์ ชัดเจน เมื่อไม่มีเงินเรียนต่อ ก็ไปขอจากพระวัดต่างๆ ที่ไปพำนักปฏิบัติธรรม ทำให้มีที่อยู่ไม่แน่นอน ซึ่งในประเด็นการข่มขู่แบล็กเมย์นี้ ก็มีหลักฐานเป็นเอกสารจากวัดต่างๆ ที่ยืนยันชัดเจนว่า แม่ชี คมคาย มีพฤติกรรมสร้างเรื่องรีดไถ ตลอดจนสร้างปัญหาอื่นๆ เพื่อให้เกิดความเสื่อมเสีย
...
อย่างไรก็ตามขณะนี้ ทางวัดเขาสุกิม ได้มอบหมายให้กรรมการของวัด และไวยาวัจกร รวบรวมเอกสารหลักฐานต่างๆ ในการแจ้งความ ฟ้องร้องเอาผิดกับ พระครูธรรมธร หรือ พระปู และ แม่ชี คมคาย คุ้มพันธ์ ที่ขณะนี้ยังไม่ทราบหลักแหล่งที่อยู่ชัดเจนของสองคนนี้ โดยในขณะนี้อยู่ในระหว่างหารือร่วมกับทนายความ ในการดำเนินคดีฟ้องร้อง ให้มีความรัดกุมและถูกต้องที่สุด.