พายุฝนตกหนักที่ชลบุรี ทำให้ชายหาดทะเลสัตหีบและบางเสร่ น้ำทะเลมีสีขุ่นดำ จากน้ำเสียชุมชนทะลักลงมา จนส่งกลิ่นเหม็นเป็นปัญหาเรื้อรังที่ไม่มีหน่วยงานใดแก้ เตือนนักท่องเที่ยวอย่าเล่นน้ำช่วงนี้...
เมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 14 พ.ค.61 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณชายหาดบางเสร่ ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี หลังเกิดพายุฝนซัดกระหน่ำอย่างหนักในช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งเบื้องต้นพบว่าสภาพน้ำบริเวณนี้ยังคงมีปัญหาสกปรก ลักษณะขุ่นดำเป็นตะกอนจากสิ่งปฏิกูลที่ไหลมาตามท่อระบบระบายเดิมที่รอการแก้ไข ทำให้น้ำทะเลมีสีขุ่นดำกระจายเป็นวงกว้างกว่า ขณะที่บริเวณตลอดแนวชายหาด ก็มีเศษซากของขยะและสิ่งปฏิกูลอยู่อย่างเกลื่อนกลาดส่งผลให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก
โดยบริเวณที่น้ำเสียของชุมชนไหลลง ชายหาดบ้านบางเสร่ คือบริเวณ หน้าสวนสาธารณะ ม.4 ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ ซึ่งฝังท่อรอยต่อพื้นที่กำแพงวัดและหมู่บ้านชาวบ้านไว้ ได้ไหลลงทะเลทำให้เกิดน้ำเสียสีดำพื้นที่ประมาณ 500 เมตร ซึ่งขณะนี้สภาพน้ำทะเลเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ แต่ถ้าฝนตกลงมาอีกคงจะมีน้ำดำเกิดขึ้นอีก เพราะต้นเหตุมาจากการระบายน้ำตามท่อระบายน้ำในเมืองลงสู่ทะเล
...
สำหรับน้ำเสียที่อยู่บนชายหาด เวลาที่มีฝนตกลงมา ก็จะมีสภาพอย่างที่เห็นได้ชัดเจน พร้อมจะมีกลิ่นเหม็นตามมา และทำให้น้ำทะเลมีสภาพขุ่นดำคล้ายน้ำครำ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นมานานแล้ว แต่กลับไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาจัดการแก้ไข อย่างจริงจัง จึงเกรงว่าอาจจะมีการขยายในพื้นที่กว้าง จนอาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อมในอนาคต จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย
นายประสิทธิชัย เพิ่มเติมทรัพย์ อายุ 42 ปี เปิดเผยว่า ตนเป็นจิตอาสา และเป็นชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ปัญหาน้ำเน่าเสียดังกล่าว เกิดขึ้นมาเมื่อประมาณ 3-4 วันก่อน เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้น้ำทะเล เกิดเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็น นอกจากนี้ ยังพบว่ามีขยะปะปนมาด้วย ซึ่งภายหลังเกิดเหตุชาวบ้าน นักท่องเที่ยว และประมงชายฝั่ง ต่างได้รับผลกระทบ ไม่มีผู้ใดกล้าลงไปในทะเล เนื่องจากมีคนลงไปแล้วเกิดมีอาการเป็นผื่นคัน และมลภาวะกลิ่นที่แรงจนฉุนขึ้นจมูก
เบื้องต้น ได้แจ้งไปทางเทศบาลตำบลบางเสร่ ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบ ให้เข้ามาตรวจสอบแล้ว เมื่อวันที่ 13 พ.ค.แต่ยังไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม แต่ได้มีการประกาศเตือนไม่ให้นักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในช่วงนี้ จนกว่าจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ส่วนสาเหตุชาวบ้านยังไม่ทราบแน่ชัดแต่สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากมวลปริมาณน้ำฝนจำนวนมาก ทำให้บ่อพักน้ำเสียมีประมาณเกินที่กำหนด ไหลล้นทะลักออกสู่ท้องทะเล ประกอบกับภายในท่อระบายน้ำ ซึ่งมีดินโคลน และสิ่งปฏิกูล สะสมหมักหมมอยู่ จึงไหลรวมทะลักออกสู่ทะเล จนเกิดปัญหาวิกฤติดังกล่าว.